เสิร์ฟข้าวผัดไข่ให้มอนสเตอร์เลเวลตัน•ตอนที่ 26

เมนูฮีลใจในวันพายุเข้า

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
นิ้วมือยาวเรียวราวกับกรงเล็บเหล็กกล้าที่ยื่นเข้ามาหยุดอยู่ห่างจากปลายจมูกของผมไม่ถึงเซนติเมตรนั้น ไม่ได้มีไว้สำหรับฉีกกระชากเนื้อฮันเตอร์ผู้โชคร้ายในดันเจี้ยนระดับ S อย่างที่ใครหลายคนเข้าใจครับ แต่มันกำลังสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยล้า... และที่สำคัญที่สุดคือ มันกำลังชี้ไปยังหม้อดินเผาที่ส่งเสียงเดือดปุดๆ บนเตาเวทมนตร์ "ข้าว... เจ้ามีอะไรที่ร้อนกว่านี้อีกไหม" เสียงแหบพร่าของเซราฟินลอดผ่านริมฝีปากที่ซีดเซียว เธอไม่ได้อยู่ในชุดนักเวทสง่างามที่มักจะใช้ข่มขู่ผู้คนในสมาคมฮันเตอร์ แต่เป็นเสื้อคลุมกันหนาวชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำสีเขียวเรืองแสงจากด้านนอก—พิษฝนกรดที่กำลังกัดกร่อนเกราะเวทมนตร์ของเธอจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ผมถอนหายใจเบาๆ ปัดเศษละอองพิษที่ติดอยู่บนผ้ากันเปื้อนออกด้วยความระมัดระวัง โครงสร้างระบบระบายอากาศของร้านอาหาร 'ครัวดันเจี้ยน' เกรด C ที่ผมอัปเกรดด้วยแต้มสะสมจากภารกิจครั้งก่อนกำลังทำงานอย่างหนักหน่วง เสียงพัดลมเวทมนตร์คำรามต่ำแข่งกับเสียงคำรามก้องของพายุสายฟ้าภายนอก ดันเจี้ยนชั้นที่ 14 ในยามนี้กลายเป็นนรกบนดินที่ถูกอาบไล้ด้วยหิมะปนกรดเข้มข้น อุณหภูมิลดฮวบลงจนแตะจุดเยือกแข็ง ฮันเตอร์คนอื่นคงไม่มีปัญญาแม้แต่จะก่อกองไฟด้วยซ้ำ แต่ที่นี่... กลิ่นหอมกรุ่นของขิงแก่ทุบแตกและกระเทียมเจียวในน้ำมันรำข้าวกลับลอยอบอวลกลบกลิ่นอับชื้นของซากมอนสเตอร์จนหมดสิ้น "ใจเย็นก่อนครับท่านอาจารย์เซราฟิน พิษฝนกรดจากภายนอกกำลังทำให้เกราะมานาของท่านปั่นป่วน ถ้ายังดื้อใช้เวทมนตร์ป้องกันตัวแบบสิ้นเปลืองแบบนั้นต่อ เกรงว่าต่อให้ท่านเป็นถึงจอมเวทระดับ 8 ก็คงได้กลายเป็นไอศกรีมรสกรดละลายคาเคาน์เตอร์ร้านผมแน่ๆ" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบกระบวยไม้เนื้อAethelgardที่ผ่านการเคลือบน้ำยาต้านทานเวทตักน้ำซุปใสแจ๋วขึ้นมาเป่าเบาๆ จนไอความร้อนพวยพุ่งขึ้นมาปะทะแว่นตาจนเกิดฝ้าขาว เซราฟินหดมือกลับ เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้โอ๊กอย่างหมดสภาพ ดวงตาสีเพลิงที่เคยคมกริบราวกับใบมีดตอนนี้กลับอ่อนล้า เธอกัดริมฝีปากแน่นเมื่อสัมผัสได้ว่าพลังชีวิตและมานาของเธอกำลังลดลงอย่างต่อเนื่องจากสถานะ [ติดพิษขั้นรุนแรง: กรดทมิฬ] ที่ระบบของดันเจี้ยนสลักไว้บนแถบสถานะเหนือศีรษะของเธอ [ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบเป้าหมาย "เซราฟิน - จอมเวทแห่งหอคอยดารา" ได้รับความเสียหายจากสภาวะอากาศ "พายุฝนกรดทมิฬ" HP คงเหลือ 12% | MP คงเหลือ 4%] [เงื่อนไขภารกิจพิเศษ: "เมนูฮีลใจในวันพายุเข้า" - ทำการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจของแขกผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติภายในเวลาที่กำหนด หากสำเร็จ จะได้รับสูตรลับ "ข้าวต้มกระดูกมังกรพันปี" และแต้มร้านค้า 5,000 แต้ม] หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสเด้งขึ้นมาตรงหน้าผมทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยปากเรียก รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของผม ข้อมูลระบบในหัวประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงสัดส่วนส่วนผสมที่จะใช้แก้ทางพิษกรดนี้อย่างสมบูรณ์แบบ พิษฝนกรดทมิฬเกิดจากปฏิกิริยาของละอองมานาธาตุดินและลมที่ถูกบีบอัดด้วยความกดอากาศต่ำในดันเจี้ยน วิธีแก้ไม่ได้อยู่ที่การใช้เวทมนตร์ล้างพิษระดับสูงที่อาจไปกระตุ้นให้มานาตีกลับ แต่อยู่ที่การปรับสมดุลธาตุในร่างกายผ่าน "อาหารอุ่นร้อนที่มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ และช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต" ต่างหาก ผมหันไปหยิบข้าวหอมมะลิค้างคืนที่ผ่านการหุงด้วยน้ำแร่บริสุทธิ์จากชั้นที่ 5 เม็ดข้าวเรียงตัวสวยงามไม่เละจนเกินไป เทลงไปในหม้อดินเผาที่เดือดพล่านด้วยน้ำซุปกระดูกวัวป่าผสมรากโสมอัคคีที่เคี่ยวมานานกว่าห ชั่วโมง "ขิง... กระเทียม... แล้วก็ต้นหอมป่าภูเขาไฟ" ผมพึมพำกับตัวเองขณะซอยวัตถุดิบอย่างประณีต เสียงคมมีดกระทบเขียงไม้ดัง "ทั่บๆๆๆ" เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางเสียงพายุโหมกระหน่ำด้านนอก ร้านอาหารแห่งนี้คือพื้นที่ปลอดภัยแห่งเดียวในรัศมีร้อยกิโลเมตร เซราฟินมองการกระทำของผมผ่านม่านสายตาที่พร่ามัว เธอยังคงระแวดระวังตามสัญชาตญาณของฮันเตอร์ผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน แม้ว่าแรงกายจะแทบไม่เหลือแล้วก็ตาม "เจ้า... กำลังจะทำอะไรกินอีก ข้าวผัดไข่คราวก่อนทำให้ข้าเกือบถอนตัวจากการเป็นฮันเตอร์มาสมัครเป็นลูกมือเจ้าแล้วนะ เจ้าเด็กนี่..." เธอพยายามส่งเสียงขู่ด้วยมาดอาจารย์ แต่เสียงมันช่างเบาหวิวเสียจนเหมือนเสียงลูกแมวอ้อนขออาหาร "คราวนี้ไม่ใช่ของแห้งครับอาจารย์ แต่นี่คือ 'ข้าวต้มหมูสับกระเทียมพริกไทยดำสูตรพิเศษ' ที่ใส่รากโสมอัคคีอายุสามร้อยปีลงไปเคี่ยวจนน้ำซุปกลายเป็นสีขาวนวลราวกับน้ำนม" ผมวางชามกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามลงตรงหน้าเธอ ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมเตะจมูกที่ปลุกประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัว หยดน้ำซุปสีใสที่เคี่ยวจนได้ที่เคลือบด้วยน้ำมันกระเทียมเจียวหอมกรุ่น เม็ดข้าวต้มพองตัวกำลังดีไม่แข็งหรือเละจนเกินไป ลอยเด่นอยู่เคียงคู่กับหมูสับปั้นก้อนโตที่ผสมพริกไทยดำบดหยาบและราชาขิงป่า ประดับด้วยต้นหอมซอยสีเขียวสดที่ตัดกับสีขาวของข้าวต้มอย่างลงตัว เซราฟินนิ่งงันไปชั่วขณะ เธอจ้องมองชามข้าวต้มตรงหน้าด้วยแววตาที่สั่นไหว ความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูกมาตลอดการเดินทางฝ่าพายุเริ่มมลายหายไปเพียงแค่สูดกลิ่นไอความร้อนนั้นเข้าไปเฮือกเดียว "ทานตอนที่ยังร้อนๆ นะครับระวังลวกปากล่ะ พิษกรดในร่างกายของท่านกำลังถูกความร้อนจากข้าวต้มและฤทธิ์ของโสมอัคคีขับออกทางเหงื่อ ตอนนี้แหละที่มานาของท่านจะเริ่มปรับสมดุล" ผมพูดพลางส่งช้อนกระเบื้องเคลือบให้เธอ เซราฟินรับช้อนมาด้วยมือที่ยังคงสั่นเล็กน้อย เธอตักน้ำซุปคำแรกเข้าปาก... กริ๊ง! เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอย่างต่อเนื่องราวกับจะเฉลิมฉลองอะไรบางอย่าง ดวงตากลมโตของอาจารย์สาวเบิกกว้างขึ้นทันที ความร้อนระอุที่แผ่ซ่านจากช่องปากลงสู่ลำคอและกระเพาะอาหารไม่ได้ให้แค่ความอบอุ่น แต่มันระเบิดพลังงานมานาบริสุทธิ์นับล้านหน่วยออกมาฟื้นฟูเซลล์ที่ถูกกัดกร่อนโดยพิษฝนกรดอย่างฉับพลัน! หยดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมของเธอ สีหน้าที่เคยซีดเซียวกลับมามีเลือดฝาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถบสถานะสีแดงฉานที่บ่งบอกถึงอันตราย ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวสดใสในเวลาไม่ถึงสามวินาที "นี่มัน..." เซราฟินอึ้งพูดไม่ออก เธอมองชามข้าวต้มในมือสลับกับใบหน้าของผมที่กำลังยืนกอดอกยิ้มรับด้วยความภาคภูมิใจ "อร่อยใช่ไหมครับ? สูตรลับของเชฟดันเจี้ยน ไม่เคยทำให้ใครผิดหวังอยู่แล้ว" ผมกล่าวด้วยรอยยิ้มสุภาพตามวิสัยของสุภาพบุรุษ ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและเสียงพายุภายนอกเริ่มสงบลงไปบ้างนั้นเอง... ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นสามครั้งอย่างแผ่วเบา แต่มันกลับทำให้บรรยากาศภายในร้านเย็นเยียบลงยิ่งกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปมองที่บานกระจกฝ้าที่สะท้อนเงาสลัวของร่างหนึ่งที่ยืนตากฝนอยู่เบื้องนอก ร่างนั้นไม่ได้มีท่าทีรีบร้อนหรือหวาดกลัวต่อพิษฝนกรดเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินที่รอคอยเวลานี้มาเนิ่นนาน [ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมอันตรายนอกเขตอาคมร้านอาหาร พลังงานระดับ "ภัยพิบัติแห่งห้วงลึก" กำลังเข้าใกล้... และมันไม่ได้มาเพื่อขอทานอาหาร] เซราฟินลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที มานาในร่างที่เพิ่งฟื้นฟูระเบิดออกมาเป็นเปลวเพลิงสีครามล้อมรอบตัวเธอ ดวงตาจ้องเขม็งไปที่ประตูหน้าร้านด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ก่อนที่มือเรียวยาวของผมจะทันได้เอื้อมไปเปิดป้าย "ปิดร้าน" บนกระจก เงาร่างหลังบานประตูก็ยกมือขึ้นมา... แล้วกดรหัสผ่านเปิดประตูกลอนนิรภัยระดับ 10 ของร้านผมได้อย่างแม่นยำทีละตัว! คลิก... เสียงกลอนประตูปลดล็อกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน *** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เชฟลินฝ่าพายุนี้ไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสิร์ฟข้าวผัดไข่ให้มอนสเตอร์เลเวลตัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%