เสิร์ฟข้าวผัดไข่ให้มอนสเตอร์เลเวลตัน•ตอนที่ 16

การมาถึงของกิลด์ทมิฬ

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
"เจ้าคือ... พ่อค้าที่บังอาจแย่งชิงพลังงานมานาทั้งหมดของดันเจี้ยนนี้สินะ..." เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงบดขยี้ของหินผาดังสะท้อนก้องไปทั่วผนังหินสีนิลของชั้นที่สิบ ความกดดันระดับมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากร่างของชายหนุ่มในชุดเกราะทมิฬสลักลวดลายกิลด์ 'เงาอัสนี' นามว่า *วาลต์* รองหัวหน้ากิลด์สาขาใหญ่ ไหล่ของเขาประดับด้วยอินทรธนูรูปหัวกะโหลกมังกร ดาบใหญ่ในมือข้างขวาถูกลากไปกับพื้นจนเกิดประกายไฟสีม่วงแล่บแปลบปลาทุ่ง ในขณะที่ผม—ลิน—กำลังยืนถือตะหลิวสแตนเลสขัดเงา สะบัดกระทะเหล็กหล่อส่งเสียง *ฉ่า* เพื่อคลุกเคล้าข้าวสวยเม็ดเรียงสวยกับไข่ไก่สีทองอร่าม กลิ่นหอมของเนยโคแท้และกระเทียมเจียวโชยตลบอบอวลตัดกับกลิ่นอายความตายที่อีกฝ่ายพกพามาอย่างสิ้นเชิง "ถ้าหมายถึงการทำให้มานาป่าเถื่อนพวกนี้สงบลงแล้วเปลี่ยนมันมาเป็นพลังงานความร้อนสำหรับทำข้าวผัดล่ะก็... ใช่ครับ ผมเอง" ผมตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มสุภาพประดับอยู่บนใบหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ในใจระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานจะกระพริบเตือนรัวเป็นชุด [ระบบตรวจพบฮันเตอร์ระดับแรงก์ S 'วาลต์' และกองกำลังสมุน 40 นาย ปิดล้อมพื้นที่รัศมี 50 เมตร!] [คำเตือน: ค่าพลังมานาของเป้าหมายสูงเกินกว่าขีดจำกัดการป้องกันของร้านค้าชั่วคราว] [คำแนะนำจากระบบ: โปรดเสิร์ฟ 'ข้าวผัดไข่ระดับตำนาน' เพื่อเจรจา หรือใช้ไหวพริบเอาตัวรอด!] "สามหาว!" วาลต์แค่นAหัวเราะในลำคอ ดวงตาสสีแดงฉานใต้หมวกเหล็กกวาดมองไปรอบร้านอาหารชั่วคราวที่ถูกต่อเติมขึ้นมาอย่างประณีตด้วยไม้เวทมนตร์ "ดันเจี้ยนระดับ A ชั้นสิบนี้เป็นสมบัติของกิลด์เรามาสามปี แต่พวกแกกลับกล้ามาตั้งร้านขายข้าวข้างทาง แถมยังดูดกลืนมานาใจกลางดันเจี้ยนจนมอนสเตอร์ระดับบอสสูญเสียสัญชาตญาณการต่อสู้... ส่งมอบสิทธิ์การครอบครองดันเจี้ยนนี้มาซะ ไม่งั้นหัวของแกกับแม่สาวนักเวทข้างหลัง จะได้ประดับอยู่บนกำแพงกิลด์แทนป้ายเมนู!" ผมเหลือบสายตาไปมองเซราฟิน อาจารย์สาวลึกลับที่ตอนนี้สวมชุดคลุมนักเวทสีดำสนิท เธอกำลังนั่งไขว่ห้างจิบชาสมุนไพรอย่างใจเย็นบนเก้าอี้ไม้ไผ่ที่ผมเพิ่งเหลาเสร็จเมื่อเช้า ท่าทีของเธอไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากของเธอบ่งบอกชัดเจนว่าเธอกำลังรอดูละครฉากใหญ่ที่ผมเป็นพระเอก "อาจารย์ครับ ดูเหมือนลูกค้ากลุ่มนี้จะไม่สนใจรสชาติอาหารนะครับ สนใจแต่เรื่องทำ101ธุรกิจมากกว่า" ผมเอ่ยแซวเบาๆ "ก็แค่พวกสุนัขรับใช้ที่มองไม่เห็นคุณค่าของวัตถุดิบชั้นเลิศ..." เซราฟินวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับสร้างคลื่นกระแทกมานาสะท้อนกลับจนพวกฮันเตอร์แถวหน้าต้องก้าวถอยหลังไปคนละก้าว "จัดการให้เรียบร้อยลิน ข้าหิวของหวานหลังมื้อหลักแล้ว" วาลต์หน้าซีดเผือดเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แท้จริงจากตัวเซราฟิน แต่ด้วยศักดิ์ศรีของกิลด์ใหญ่และจำนวนคนที่มีมากกว่า เขาก็ยังกัดฟันตะโกนสั่งการ "ล้อมพวกมันไว้! ใครขัดขวางฆ่าให้หมด! เคลียร์พื้นที่ร้านนี้แล้วยึดสูตรอาหารทั้งหมด!" สิ้นเสียงคำราม ฮันเตอร์ระดับ A สפרสวมเกราะเหล็กกล้าและนักเวทมนตร์ดำนับสิบคนพุ่งทะยานเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ลูกไฟและศรเวทถูกร่ายขึ้นจนท้องฟ้าเหนือเพดานดันเจี้ยนสว่างวาบ แรงลมจากการพุ่งเข้าประชิดทำให้เศษฝุ่นปลิวว่อน ทว่า... ลินไม่ได้ขยับเขยื้อนออกจากหน้าเตาเลยแม้แต่น้อย มือซ้ายของผมยกกระทะขึ้นตั้งองศาที่สมบูรณ์แบบ มือขวาใช้ตะหลิวตักข้าวผัดไข่ร้อนๆ ขึ้นมาหนึ่งคำ กลิ่นหอมของข้าวที่เคลือบด้วยไข่แดงและน้ำมันงาพุ่งทะลุทะลวงประสาทสัมผัสของทุกคนในรัศมีสิบเมตรทันที *ทักษะพิเศษ: กลิ่นหอมสะกดจิตวิญญาณ (Passive)* ทำงาน! ฮันเตอร์แถวหน้าที่กำลังวิ่งเข้ามาด้วยความโกรธเกรี้ยว จู่ๆ ก็ชะביดฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติ ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวเริ่มเบิกกว้าง จมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นหอมที่เย้ายวนที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยสัมผัส เสียงท้องร้องโครกครากดังประสานกันขึ้นมาจากกลุ่มคนนับสิบอย่างน่าขัน "ระ...อะไรกันเนี่ย กลิ่นนี่มัน..." ฮันเตอร์คนหนึ่งทำดาบหลุดมือโดยไม่รู้ตัว น้ำลายสอไหลมุมปาก "ห้ามหยุดนะเว้ย! จัดการมัน!" วาลต์ตบะแตก ตวัดดาบใหญ่ฟันคลื่นพลังมานาสีม่วงพุ่งตรงมาที่โต๊ะอาหารของผม ผมถอนหายใจเบาๆ ก้าวเท้าหลบฉากไปด้านข้างอย่างนุ่มนวล ราวกับกำลังเต้นรำในงานเลี้ยงน้ำชา ปล่อยให้คลื่นดาบผ่าโต๊ะไม้ไผ่จนแตกละเอียด แต่กระทะในมือผมยังคงนิ่งสนิท ข้าวทุกเม็ดไม่หกหล่นแม้แต่นิดเดียว "เสียดายโต๊ะนะครับ..." ผมพึมพำ ก่อนจะหันไปมองหน้าวาลต์ที่กำลังยืนอ้าปากค้างเพราะกลิ่นข้าวผัดไข่ตีเข้าจมูกอย่างจัง "คุณวาลต์ครับ การทำธุรกิจในดันเจี้ยนไม่ได้ใช้กำลังตัดสินหรอกครับ... แต่มันวัดกันที่ความอร่อยต่างหาก" พูดจบ ผมก็ดีดนิ้วเบาๆ ระบบส่งเสียงแจ้งเตือนต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญดังขึ้น [ตรวจพบความต้องการอาหารพุ่งสูงถึง 100% จากผู้บุกรุก] [เปิดใช้งานเมนูพิเศษเฉพาะกิจ: 'ข้าวผัดไข่พายุคลั่ง' (Spicy Rage Egg Fried Rice)] ข้าวในกระทะเปลี่ยนสีเป็นประกายสีทองเข้มข้นขึ้น เส้นสายมานาอัสนีที่วาลต์ปล่อยออกมาเมื่อครู่ถูกดูดซับเข้าไปในเมล็ดข้าวผ่านกระทะเหล็กหล่อเวทมนตร์ จนเกิดเป็นประกายสายฟ้าสีทองเส้นเล็กๆ วิ่งวนอยู่บนผิวหน้าข้าวผัด วาลต์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขาทั้งสองข้างก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวเมื่อกลิ่นหอมนั้นเริ่มกัดกินความตั้งใจที่จะฆ่าฟันของเขาจนหมดสิ้น "แก... แกทำอะไรกับมานาของข้า..." "ผมไม่ได้ทำอะไรครับ... ผมแค่ 'เสิร์ฟ' มันให้คุณต่างหาก" ผมยิ้มกว้าง ส่งตะหลิวชี้ไปที่จานกระเบื้องสีขาวที่เพิ่งตักข้าวผัดร้อนๆ ลงไปควันโขมง "เชิญชิมดูก่อนสครับ... แล้วค่อยคุยกันเรื่องฮุบพื้นที่ร้าน" บรรยากาศในดันเจี้ยนชั้นสิบเงียบสงบลงทันตาเห็น เหลือเพียงเสียงซู่ซ่าของไอร้อนจากจานข้าวผัดและเสียงหอบหายใจของเหล่าฮันเตอร์นับสิบที่ยืนน้ำลายสออยู่รอบด้าน เซราฟินยกย่องมุมปากอย่างพึงพอใจ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้รอชมจุดจบของมหาอำนาจกิลด์ที่กำลังจะพ่ายแพ้ให้กับความหิวโหย ทว่า ในวินาทีที่วาลต์ยื่นมือสั่นเทาออกไปหมายจะสัมผัสจานข้าวผัดนั้นเอง... พื้นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าตอนที่บอสประจำชั้นปรากฏตัว รอยแยกสีดำสนิทเปิดออกตรงกลางระหว่างร้านอาหารและกลุ่มกิลด์ทมิฬ พร้อมกับเสียงคำรามก้องที่ทำให้วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง "บังอาจ... มาส่งเสียงเอะอะอะไรกันในอาณาเขตของข้า..." เงาร่างมหึมาสีดำทะมึนค่อยๆ พยุงตัวขึ้นมาจากรอยแยก ดวงตาสีทองคู่มหพาลจ้องมองตรงมาที่จานข้าวผัดในมือผม... ไม่ใช่พวกวาลต์! (ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนพ่อค้าคนนี้เสมอนะครับ)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสิร์ฟข้าวผัดไข่ให้มอนสเตอร์เลเวลตัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%