เสิร์ฟข้าวผัดไข่ให้มอนสเตอร์เลเวลตัน•ตอนที่ 17

กฎของร้าน: ห้ามใช้กำลังในรัศมีสามเมตร

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
"บอกแล้วไงครับว่า 'ห้ามใช้กำลังในรัศมีสามเมตรจากเคาน์เตอร์' ฟังภาษาคนไม่เข้าใจ หรือต้องให้ผมเอาตะหลิวเคาะกบาลอธิบายเป็นภาษามอนสเตอร์ชั้นต่ำถึงจะเก็ต?" เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับรอยยิ้มเจือความเหนื่อยหน่ายของลินดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศในร้านที่อุณหภูมิลดฮวบลงจนน่าใจหาย ร่างของฮันเตอร์หนุ่มจากกิลด์ 'อัสนีทมิฬ' แรงก์ B นามว่า 'บารอน' กำลังลอยเคว้งอยู่กลางอากาศในระยะห่างจากเคาน์เตอร์ไม้สนวิเศษพอดีเป๊ะ สามเมตรถ้วน—ไม่ขาดไม่เกิน และที่สำคัญที่สุดคือ เขากำลังขยับตัวไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยเสาหลักแห่งกฎเหล็กของระบบดันเจี้ยนที่มองไม่เห็น เศษฝุ่นละอองจากการที่บารอนพยายามใช้สกิล 'หมัดอสุนีบาต' ทะลวงเข้ามาในเขตพื้นที่ร้านเมื่อสามวินาทีก่อนยังลอยวนอยู่บนอากาศ กลิ่นอายมานาสายฟ้าที่ควรจะรุนแรงจนแผดเผาทุกอย่างในรัศมีสิบเมตร กลับถูกบีบอัดและสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอยทันทีที่ข้ามเส้นอาณาเขตสีทองจางๆ ที่ลินตีเส้นไว้บนพื้นหินอ่อน เซราฟินที่กำลังนั่งจิบชาสมุนไพรกลิ่นหอมกรุ่นอยู่ที่โต๊ะมุมร้าน ถึงกับชะือง้วงถ้วยชาที่ถือค้างไว้ ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างพิจารณา ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นอย่างนึกสนุก อาจารย์สาวลึกลับผู้ซ่อนตัวตนที่แท้จริงไว้ภายใต้ผ้าคลุมสีเทาตัวเก่ารู้ดีว่า เขตแดนระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่ฮันเตอร์แรงก์ F ธรรมดาจะกางขึ้นมาได้ ต่อให้ลินจะมีพรสวรรค์เรื่องการทำอาหารแค่ไหน แต่กฎที่บังคับใช้กับพื้นที่ภายในร้านอาหารแห่งนี้ มันมีกลิ่นอายของ 'กฎแห่งทวีปยุคโบราณ' ที่แม้แต่นักเวทระดับอาร์คแม็กุสอย่างเธอก็ยังต้องใช้เวลาถอดรหัสเป็นเดือนๆ "แก... แกทำอะไรวะ! ปล่อยกูนะเว้ย!" บารอนแผดเสียงคำรามลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอับIอาย เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจเมื่อพบว่าพลังมานาในร่างของเขาถูกผนึกจนหมดสิ้น การที่ฮันเตอร์ระดับแนวหน้าถูกเด็กเสิร์ฟข้าวผัดไข่จับแขวนลอยกลางอากาศด้วยมือข้างเดียวโดยไม่ต้องร่ายเวทมนตร์ใดๆ เป็นความอัปยศอดสูที่เขาไม่มีวันยอมรับได้ ลูกน้องอีกสามคนที่ยืนอยู่ด้านหลังต่างหน้าซีดเผือก ถอยกรูดจนหลังชนผนังดันเจี้ยน พวกมันมองหน้ากันเองด้วยความหวาดกลัว ขาสั่นพับๆ จนแทบยืนไม่อยู่เมื่อตระหนักว่าอาวุธเวทมนตร์ในมือสั่นระริกราวกับหวาดกลัวอะไรบางอย่าง "ผมเตือนคุณด้วยความหวังดีแล้วนะครับ บารอนซัง" ลินขยับผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดให้เข้าที่อย่างใจเย็น มือขวาถือตะหลิวเหล็กกล้าไร้สนิมที่สะท้อนแสงไฟสีส้มอุ่นจากตะเกียงมานา แววตาสีดำสนิทของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงความรำคาญใจเล็กน้อยเหมือนคนกำลังไล่แมลงวันน่ารำคาญ "ข้าวผัดไข่จานต่อไปกำลังจะลงกระทะ ถ้าพวกคุณยังส่งเสียงดังโวยวายรบกวนสมาธิในการควบคุมไฟของผม เกรงว่าผมคงต้องเชิญออกนอกร้าน... ด้วยวิธีที่รุนแรงกว่าการแขวนลอยนะครับ" [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความตั้งใจคุกคามทรัพย์สินและบุคลากรของร้าน] [เปิดใช้งานระบบป้องกันอัตโนมัติ: 'เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ - ห้ามหยามเกียรติพ่อค้า'] [บทลงโทษผู้ละเมิด: ระงับการใช้สกิลทั้งหมดเป็นเวลา 24 ชั่วโมง และถูกบังคับให้เป็นลูกค้าล้างจานหากกระทำผิดซ้ำ] [แต้มความพึงพอใจของร้าน: +50 แต้ม] เสียงแจ้งเตือนจากระบบลอยขึ้นมาในหัวของลิน พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนที่กะพริบเตือนเบาๆ ชายหนุ่มปรายตามองมันแวบหนึ่งก่อนจะเมินเฉย เขากลับหลังหันเดินไปยังเตาไฟสเตนเลสสตีลที่ส่งเสียงฉ่าของเนยสดและข้าวสวยเมล็ดอ้วนที่หุงด้วยน้ำซุปกระดูกมอนสเตอร์เลเวล 70 "ไอ้... ไอ้เด็กเวร! มึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร! กิลด์อัสนีทมิฬไม่ปล่อยมึงไว้แน่!" บารอนยังคงดิ้นรนสุดชีวิต แม้ร่างกายจะขยับไม่ได้ แต่ปากยังคงตะโกนพ่นคำขู่ไม่หยุด "หัวหน้ากิลด์ของเรา 'กุสตาฟ' ใกล้จะเคลียร์ดันเจี้ยนชั้นที่ 50 แล้ว ถ้าพวกมันรู้ว่ามึงกล้าปฏิบัติกับพวกเราแบบนี้ ร้านกระจอกๆ ของมึงจะราบเป็นหน้ากลอง!" เซราฟินที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ วางถ้วยแบล็กทีลงบนจานรองเบาๆ เสียงกระทบกันเบาหวิวแต่กลับดังก้องไปทั่วร้านที่เงียบสงบ นางปรายตามองบารอนด้วยสายตาเวทนาปนสมเพช ราชาแห่งกิลด์อัสนีทมิฬงั้นหรือ? สำหรับนักเวทที่เคยมีชีวิตอยู่มานานเกินกว่าจะนับอายุได้ กิลด์มนุษย์ที่ตั้งขึ้นมาเล่นขายของพวกนั้นก็เป็นได้แค่มดปลวกที่เดินผ่านไปมาเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้นางสนใจมากกว่าคือ... วิธีการที่ลินใช้จัดการกับมานาของบารอน *เด็กนี่... ไม่ได้ใช้เวทมนตร์กักขัง* เซราฟินหรี่ตาลง วิเคราะห์การไหลเวียนของมานาที่นางสัมผัสได้ผ่านสัมผัสที่หก *แต่มันใช้ 'หลักการตลาด' และ 'สัญญาการค้า' บังคับให้พื้นที่นี้ปฏิบัติตามกฎของร้าน... น่าสนใจเกินไปแล้ว มนุษย์ผู้มีอาชีพเป็นพ่อค้าคนนี้ จริงๆ แล้วเป็นใครกันแน่?* "กุสตาฟเหรอครับ?" ลินเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะที่มือซ้ายกำลังตอกไข่ไก่สดลงในชามแก้ว เสียงเปลือกไข่กระทบกันดังกร๊อบ ไข่แดงสีส้มสดนูนเด่นบ่งบอกถึงคุณภาพของวัตถุดิบระดับพรีเมียมจากดันเจี้ยนชั้นลึก "คนที่มีรอยแผลเป็นที่แก้มขวา ใช้ดาบใหญ่เคลือบสายฟ้า และชอบกินสเต็กเนื้อดราก้อนแบบสุกเกินไปจนเหนียวเหมือนยางรถยนต์คนนั้นน่ะเหรอครับ?" บารอนชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "ทะ... แก รู้จักหัวหน้ากิลด์ได้ยังไง?!" "รู้จักสครับ" ลินยิ้มมุมปาก พลางตีไข่ในชามด้วยความเร็วสม่ำเสมอ เสียงลวดตีไข่กระทบขอบแก้วดังรัวเป็นจังหวะ "อาทิตย์ก่อนเขาก็เคยมานั่งโต๊ะที่คุณกำลังลอยอยู่นั่นแหละครับ แถมยังเคยกินข้าวผัดไข่ฝีมือผมจนหมดเกลี้ยงแล้วก้มหัวขอร้องให้ผมสอนวิธีคุมไฟให้อีกต่างหาก... เสียแต่วันนั้นเขาไม่ได้ทำตัวเสียมารยาทหรือพยายามพังร้านผมเหมือนพวกคุณ ไม่อย่างนั้นป่านนี้เขาคงไปยืนล้างจานอยู่หลังร้านแทนที่จะได้ไปเดินโชว์พาวที่ชั้น 50 แล้วล่ะครับ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมร้านอาหารชั่วขณะ ลูกน้องของบารอนอ้าปากค้าง สมองของพวกมันประมวลผลไม่ทัน กุสตาฟ หัวหน้ากิลด์ผู้เหี้ยมโหดและแข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งในเมืองหลวง เคยมาขอร้องเด็กเสิร์ฟคนนี้เนี่ยนะ? มันจะเป็นไปได้ยังไง! "โกหก! หน้าอย่างมึงเนี่ยนะจะทำให้หัวหน้ากิลด์ก้มหัวให้!" บารอนตะโกนปฏิเสธเสียงสั่น แม้ในใจจะเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ แล้วก็ตาม "เรื่องจริงหรือโกหก ไว้ค่อยไปถามเขานะครับ..." ลินหันกลับมาพร้อมกับกระทะเหล็กในมือ ประกายไฟสีส้มวาบขึ้นจากการควบคุมมานาธาตุไฟระดับมาสเตอร์ ข้าวสวยถูกโยนลงไปในกระทะพร้อมกับเสียงซ่าดังสนั่น กลิ่นหอมฟุ้งของเนยกระเทียมและต้นหอมซอยกระจายไปทั่วร้านทันที จนแม้แต่ฮันเตอร์ที่กำลังหวาดกลัวยังเผลอสูดหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่รู้ตัว "แต่อตอนนี้... หมดเวลาพักผ่อนของพวกคุณแล้วครับ" ลินสะบัดมือขวาเบาๆ *ฟรึ่บ!* ร่างของบารอนและลูกน้องทั้งสามถูกแรงกระแทกอันนุ่มนวลแต่เด็ดขาดพุ่งทะยานออกนอกประตูกระจกใสของร้านโดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแม้แต่รอยขีดข่วนเดียว ก่อนที่ประตูจะปิดลงเองอย่างแผ่วเบา พร้อมกับป้าย 'เปิดบริการ' ที่พลิกกลับด้านเป็น 'ปิดรับบริการชั่วคราว' โดยอัตโนมัติ เสียงระฆังหน้าร้านดังขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณว่าความสงบสุขกลับคืนมาอีกครั้ง เซราฟินลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ นางเดินตรงมาที่เคาน์เตอร์ โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ใกล้กับลินที่กำลังจัดแต่งข้าวผัดไข่ลงในจานกระเบื้องเคลือบสีขาวอย่างประณีต กลิ่นหอมเย้ายวนใจลอยเข้าจมูกจนนางต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เจ้าเด็กแสบ..." เซราฟินกระซิบเสียงแผ่ว นัยน์ตาสีม่วงเข้มจ้องมองลินอย่างมีความหมาย "เล่นใหญ่ไม่เบานี่ ทำเอาข้าเกือบจะไม่ได้กินข้าวผัดไข่รอบบ่ายซะแล้ว... ว่าแต่ ที่เล่าเรื่องกุสตาฟเมื่อกี้... จริงสักกี่ส่วนกันล่ะ?" ลินวางจานข้าวผัดไข่ที่โรยด้วยพริกไทยดำป่นละเอียดและต้นหอมซอยสีเขียวสดลงตรงหน้าอาจารย์สาว พร้อมกับรอยยิ้มสุภาพตามแบบฉบับพ่อค้ามืออาชีพ "ถ้าอาจารย์อยากรู้ความจริง..." ลินเอื้อมมือไปหยิบช้อนเงินยื่นให้เซราฟิน "ลองชิมคำแรกแล้วผมจะเล่าให้ฟัง... ว่าทำไมหัวหน้ากิลด์อัถึงต้องยอมจ่ายเงินห้าแสนเหรียญทองเพื่อแลกกับสูตรลับจานนี้" เซราฟินรับช้อนมาด้วยมือที่สั่นเทานิดๆ นางตักข้าวผัดไข่เม็ดร่วนที่เคลือบด้วยไข่สีทองอร่ามเข้าปาก... และในวินาทีที่รสชาติอันล้ำลึก ละมุนละไม และเปี่ยมด้วยพลังชีวิตระเบิดขึ้นบนต่อมรับรส ดวงตาของนักเวทสาวก็เบิกกว้างขึ้นสุดขีด [แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการปลดล็อกพลังงานระดับดันเจี้ยนลับใต้ดิน] [สั่นสะเทือน! แรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่ถูกตรวจพบที่พิกัด 0.00 - ชั้น 51 ของดันเจี้ยน] [เงื่อนไขลับถูกกระตุ้น: บอสลับแห่งความมืด 'ราชันมังกรโบราณ' ลืมตาตื่นจากการหลับใหล... และเป้าหมายแรกของมันคือกลิ่นหอมของข้าวผัดไข่ในร้านของคุณ!] ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนพ่อค้าคนนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสิร์ฟข้าวผัดไข่ให้มอนสเตอร์เลเวลตัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%