เสิร์ฟข้าวผัดไข่ให้มอนสเตอร์เลเวลตัน•ตอนที่ 13

สเต๊กเนื้อหมาป่าย่างเกลือหิมาลัย

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
"ถอยหลังไปสามก้าว เซราฟิน!" เสียงตะโกนของลินไม่ได้เจือความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม น้ำเสียงนั้นราบเรียบและเย็นเยียบราวกับพ่อค้ากำลังคำนวณต้นทุนวัตถุดิบในบัญชี ทว่าสถานการณ์เบื้องหน้ากลับห่างไกลคำว่าปลอดภัยลิบลับ เงาร่างมหึมาไร้หัวสวมเกราะเหล็กโบราณก้าวทะลุผ่านม่านหมอกควันสีเทาเข้ม ไอสังหารสีดำสนิทพวยพุ่งออกจากรอยต่อของแผ่นเกราะ ส่งกลิ่นเหม็นหอบราวกับซากศพที่นอนเน่าเปื่อยมานับร้อยปี ดาบยักษ์ขึ้นสนิมในมือขวาถูกลากครูดไปกับพื้นหินแกรนิตจนเกิดประกายไฟสีส้มวาบวับ ครืนนน! แรงสั่นสะเทือนระดับเจ็ดริกเตอร์สะเทือนไปถึงซี่โครง เซราฟินกัดฟันกรอด ไม้เท้าเวทมนตร์ในมือสั่นระริก เปลวเพลิงสีครามลุกท่วมวงเวทย์ป้องกันที่นางร่ายขึ้นมารองรับแรงกระแทก แต่นางรู้ดีว่าเกราะเวทย์นี้คงยื้อไว้ได้อีกไม่ถึงสิบวินาทีหากต้องปะทะกับ "อัศวินไร้หัวระดับผู้บัญชาการดันเจี้ยน" ตัวนี้ตรงๆ "เจ้าบ้า! นั่นมันมอนสเตอร์ระดับบอสเขตแดนชั้นสี่นะ! จะให้ถอยไปไหน ในเมื่อด้านหลังคือผนังหินตัน!" นักเวทสาวตวาดกลับ ใบหน้าหวานฉ่ำเหงื่อกาฬไหลซึม ลมหายใจหอบถี่ ทว่าดวงตากลับคมกริบเตรียมพร้อมร่ายคาถาระเบิดพลังขั้นสุดท้าย "ใครบอกว่าจะถอยไปตาย?" ลินเหลือบสายตามองนางเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มขึ้นบางเบา มือซ้ายตบกระเป๋ามิติข้างเอวดัง *ฉาด* "ผมบอกให้ถอย เพื่อเปิดพื้นที่ให้ 'วัตถุดิบชั้นดี' ต่างหากล่ะครับ" สิ้นคำพูดของชายหนุ่ม ร่างของอัศวินไร้หัวก็พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่สวนทางกับขนาดตัว ดาบยักษ์ขึ้นสนิมฟาดฟันลงมาดั่งสายฟ้าฟาด แหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหหลิวแหลมสูง แรงกดดันมหาศาลกดทับจนไหล่ของเซราฟินทรุดลงครึ่งนิ้ว *ชิ้งงงง!* ไม่ใช่เสียงเวทมนตร์ระเบิด แต่เป็นเสียงโลหะกระทบกันอย่างรุนแรง ลินไม่ได้หลบหนี เขากลับพุ่งสวนสนามพลังงานมืดด้วยความเร็วเหนือคาด มีดทำครัวสเตนเลสสตีลเคลือบมานาสีทองอร่ามที่เพิ่งตีบวกจากระบบเมื่อวานนี้ รับคมดาบยักษ์น้ำหนักกว่าสามตันไว้ได้อย่างแม่นยำตรงจุดศูนย์ถ่วงพอดีเป๊ะ แรงสะท้อนทำเอาพื้นหินรอบตัวแตกร้าวเป็นใยแมงมุม แต่ข้อมือของลินกลับนิ่งสนิทราวกับปักหลักอยู่บนภูเขาหิน เซราฟินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ฮันเตอร์แรงก์ F ที่นางเคยประเมินว่าเป็นแค่พ่อค้าข้างถนน... กลับรับการโจมตีระดับทำลายล้างด้วยมือข้างเดียวได้อย่างไร? "ระบบ วิเคราะห์โครงสร้างกล้ามเนื้อและจุดอ่อนของซากเดนโบราณนี่ทีครับ" ลินเอ่ยในใจอย่างรวดเร็วขณะที่กล้ามเนื้อแขนเกร็งกระตุกสู้กับแรงกดดัน [ติ๊ง! วิเคราะห์สำเร็จ: อัศวินไร้หัว (Headless Vanguard) - เลเวล 75] [จุดอ่อน: ข้อต่อหัวเข่าซ้ายและรอยต่อกระดูกต้นคอที่เสียหายจากสนิม] [สถานะพิเศษ: ขาดสติปัญญา เคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณนักรบ] [คำแนะนำจากระบบ: หากสับคอด้วยมีดทำครัวเกรดพรีเมียม จะได้ชิ้นส่วนเนื้อสันในอัศวิน (Knight's Tenderloin) ระดับ S ที่อุดมไปด้วยพลังงานมานาบริสุทธิ์ เหมาะสำหรับการนำไปทำสเต๊กย่างเกลืออย่างยิ่ง!] เสียงแจ้งเตือนกวนประสาทของระบบดังขึ้นในหัว แต่นั่นคือสัญญาณไฟเขียวที่ลินรอคอย "เซราฟิน! เล็งคาถาแช่แข็งไปที่หัวเข่าซ้ายของมัน สามวินาทีพอ!" ลินตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจจนนักเวทสาวทำตามสัญชาตญาณโดยไม่ต้องคิด "เปลวเพลิงน้ำแข็ง... พันธนาการแห่งเหมันต์!" วงเวทย์สีฟ้าครามปรากฏขึ้นเบื้องล่างในเสี้ยววินาที ไอเย็นยะเยือกพุ่งเข้าเกาะกุมสนิมเหล็กที่ข้อต่อขาซ้ายของอัศวินไร้หัวทันที แรงเสียดทานลดลงชั่วขณะ ทำให้การเคลื่อนไหวที่เคยดุดันสะดุดกึก ร่างมหเสียการทรงตัวเล็กน้อย จังหวะนั้นเอง! ลินดีดตัวหลบฉากออกด้านข้างอย่างงดงาม มีดในมือพลิกกลับด้านกลายเป็นมีดแล่เนื้อคมกริบ แสงมานาสีทองสว่างวาบราวกับดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ฟันฉับเข้าที่รอยต่อกระดูกต้นคอของอัศวินไร้หัวอย่างเฉียบคม *ฉับ!* เงาดำทมิฬหยุดชะงักลงทันที เกราะเหล็กโบราณพังทลายลงกลายเป็นละอองแสงสีม่วงเข้ม ก่อนที่ร่างยักษ์จะสลายตัวเหลือเพียงก้อนเนื้อสีแดงเข้มชิ้นมหึมาขนาดเท่าโต๊ะทำงานชิ้นหนึ่งตกกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น *ตุบ!* กลิ่นหอมของมานาบริสุทธิ์โชยเตะจมูกทันทีที่ชิ้นเนื้อปรากฏ ลินสูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาเป็นประกายวาววับราวกับเด็กน้อยเห็นของเล่นชิ้นโปรด "โอโห... ลายไขแทรกสวยงามยิ่งกว่าเนื้อวากิว A5 ในโลกเก่าเสียอีกครับเนี่ย ไขมันมานาแทรกตัวอยู่ในชั้นกล้ามเนื้ออย่างสมบูรณ์แบบ นี่แหละคือวัตถุดิบที่จะทำให้ร้านของเราดังเป็นพลุแตกในชั้นที่สี่!" ลินพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เซราฟินทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจพิงผนังถ้ำ นางมองซากเนื้อตรงหน้าสลับกับใบหน้าของพ่อค้าหนุ่มด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ นางเป็นถึงจอมเวทอัจฉริยะจากตระกูลขุนนางผู้สูงศักดิ์ แต่กลับต้องมานั่งมองฮันเตอร์ปลายแถวแล่เนื้อบอสระดับเจ็ดสิบด้วยมีดทำครัวอย่างสบายใจเฉิบ ภาพนี้ช่างเหนือสามัญสำนึกเกินไปแล้ว "นี่เจ้า... เป็นตัวอะไรกันแน่ ลิน?" เซราฟินเอ่ยถามเสียงแหบพร่า ดวงตาสีไพลินจ้องมองเขาเขม็ง "ผมเป็นแค่พ่อค้าอาหารธรรมดาๆ คนหนึ่งครับคุณเซราฟิน" ลินหันมายิ้มกว้าง พลางหยิบเขียงไม้พะยูงและขวดเครื่องเทศออกจากกระเป๋ามิติอย่างคล่องแคล่ว "และในเมื่อวัตถุดิบระดับพรีเมียมตกลงมาตรงหน้าแล้ว หน้าที่ของพ่อค้าอย่างผมก็มีเพียงอย่างเดียว... นั่นคือการรังสรรค์มันให้กลายเป็นมื้ออาหารที่ยอดเยี่ยมที่สุดในดันเจี้ยนแห่งนี้" ลินจัดการหั่นเนื้อสันในอัศวินออกเป็นชิ้นหนาพอดีคำ ความหนาประมาณสองนิ้วพอดี ลายหินอ่อนสีขาวของมานาตัดกับสีแดงสดของเนื้อสดใหม่จนเกิดเป็นลวดลายศิลปะธรรมชาติ บนเตาถ่านเวทมนตร์ที่ถูกจุดขึ้นมาใหม่ ไฟสีส้มอ่อนระอุความร้อนคงที่ ลินหยิบก้อนเกลือหิมาลัยสีชมพูบริสุทธิ์ที่ขุดได้จากดันเจี้ยนชั้นสามขึ้นมาถือไว้ในมือ "การทำสเต๊กเนื้อหมาป่า... อ้อ ไม่สี้ นี่มันเนื้ออัศวินต่างหาก เคล็ดลับไม่ได้อยู่ที่ซอสราคาแพงหรอกครับ แต่阁อยู่ที่ 'ความเรียบง่ายที่ถึงเครื่อง'" ลินพูดพลางโรยเกลือหิมาลัยลงบนชิ้นเนื้อด้วยความสูงพอเหมาะ เพื่อให้เกลือกระจายตัวทั่วผิวสัมผัสอย่างสม่ำเสมอ เสียงเกลือกระทบผิวเนื้อสดๆ ดัง *ซ่า* เบาๆ กลิ่นหอมของไขมันมานาเริ่มละลายเมื่อสัมผัสกับความร้อนบนกระทะเหล็กหล่อ เสียงน้ำมันเดือดปุดๆ พร้อมกับควันหอมกรุ่นที่ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วโถงดันเจี้ยน กลิ่นหอมนั้นไม่ใช่กลิ่นคาวเลือด แต่เป็นกลิ่นย่างหอมหวานของเนื้อชั้นดีที่ถูกกระตุ้นด้วยความเค็มละมุนของเกลือหิมาลัยและพริกไทยดำป่นสด เซราฟินที่กำลังนั่งพักเหนื่อยถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว ท้องของนางส่งเสียงร้องโครกคราออกมาเบาๆ ในความเงียบ นักเวทสาวรีบยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความอับอาย แต่นางไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า กลิ่นหอมนี้มันรบกวนสติสัมปชัญญะของนางยิ่งกว่าคาถาโจมตีใดๆ ในตำราเวท "สุกกำลังดีที่ระดับมีเดียมแรร์..." ลินพึมพำเบาๆ พลางพลิกชิ้นเนื้อด้วยคีมเหล็ก ผิวภายนอกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทองกรอบเกรียม ขณะที่ด้านในยังคงความฉ่ำเยิ้มของน้ำสต็อกเนื้อบริสุทธิ์ เขาจัดเรียงชิ้นสเต็กลงบนจานหินแผ่นเรียบ ตกแต่งด้วยสมุนไพรป่าเรืองแสงสีเขียวอ่อนเพื่อเพิ่มความสดชื่น "เชิญครับคุณเซราฟิน สเต๊กเนื้ออัศวินย่างเกลือหิมาลัย... เมนูพิเศษฉลองการเอาชีวิตรอดจากบอสประจำชั้นที่สี่" ลินผายมือเชิญด้วยท่าทางสุภาพบุรุษเต็มขั้น รอยยิ้มของเขาอบอุ่นและเป็นกันเอง ราวกับไม่ได้เพิ่งผ่านการต่อสู้เสี่ยงตายมาเมื่อห้านาทีก่อน เซราฟินรับจานหินมาถือไว้โดยไม่รู้ตัว นางมองชิ้นสเต๊กที่ยังคงมีไอร้อนลอยกรุ่น ความหอมเย้ายวนใจแผ่ซ่านเข้าจมูกจนหัวใจเต้นระส่ำ นางใช้ส้อมและมีดเงินตัดชิ้นเนื้อเข้าปากช้าๆ สัมผัสแรกที่ฟันกระทบลงไปคือความกรอบนอกนุ่มใน จากนั้นน้ำหวานจากไขมันมานาก็ระเบิดออกมาในช่องปาก รสเค็มกลมกล่อมของเกลือหิมาลัยช่วยดึงรสชาติหวานล้ำของเนื้อออกมาได้อย่างหมดจดโดยไม่ต้องพึ่งซอสปรุงรสใดๆ เพิ่มเติม มันคือรสชาติของชัยชนะ ความแข็งแกร่ง และอิสรภาพที่หลอมรวมกันอยู่ในคำเดียว ดวงตาสีไพลินของเซราฟินเบิกกว้างขึ้น น้ำตาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะรสชาติเผ็ดร้อน แต่มันอร่อยจนเกินกว่าที่สามัญสำนึกของชนชั้นสูงจะรับไหว [ติ๊ง! ความพึงพอใจของสหายร่วมรบถึงขีดสุด: เลเวลความสัมพันธ์เพิ่มขึ้น +20!] [ระบบปลดล็อกทักษะติดตัวใหม่: "ลิ้นทองคำแห่งนักชิม" (Golden Palate)] ลินมองปฏิกิริยาของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเอ็นดู เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อแซวตามประสาพ่อค้าอารมณ์ดี ทว่า... ทันใดนั้นเอง แสงไฟรอบตัวก็ดับวูบลงอย่างไร้สาเหตุ ไอความร้อนจากเตาถ่านมอดดับลงในพริบตา ความเย็นยะเยือกที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าเวทย์เหมันต์แผ่ซ่านจากพื้นดินลึกขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงกระซิบกระซาบนับร้อยเสียงดังระงมมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง—ชั้นที่ห้าที่ควรจะปิดตาย *แกรก... กึก... แกรก...* พร้อมกับเสียงก'ระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นข้างหูของลินและเซราฟินพร้อมกัน: *"ยินดีต้อนรับ... สู่ห้องครัวของข้า..."* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนพ่อค้าคนนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสิร์ฟข้าวผัดไข่ให้มอนสเตอร์เลเวลตัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%