วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 16

เสียงกระซิบในความมืด

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
คราบหมึกสีดำบนกระดาษร่างสัญญามูลค่าหลายร้อยล้านบาทไม่ได้ทำให้พิมพ์มาดารู้สึกหนักหนาเท่ากับความเงียบงันภายในห้องทำงานที่มืดสลัว แสงไฟนีออนสีส้มจากป้ายโฆษณาตึกฝั่งตรงข้ามสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ ทอดเงายาวทับร่างของเธอราวกับกรงขังที่ถูกถักทอด้วยตรรกะและข้อกฎหมาย เธอนั่งอยู่ตรงนั้น หลับตาลงชั่วขณะเพื่อซ่อนแววตาสั่นไหวที่ไม่อาจยอมรับได้ต่อหน้าลูกความหรือแม้กระทั่งต่อหน้าตัวเอง หน้าที่ของทนายความถูกขีดเส้นไว้อย่างชัดเจนในประมวลกฎหมาย ทุกคดีคือสมการ ตัวแปรคือหลักฐาน และผลลัพธ์คือความถูกต้องตามตัวบท ไม่ใช่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในทางนามธรรม—เธอท่องประโยคนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับบทสวดมนต์เพื่อขับไล่เงาความคิดบางอย่างออกไป ทว่า ยิ่งเธอยึดมั่นในกรอบนี้มากเท่าไร ภาพร่างสถาปัตยกรรมที่เต็มไปด้วยรอยหยดของน้ำตาและกลิ่นอายความตายในแฟ้มคดีของรวินท์ ก็ยิ่งย้อนกลับมาทุบทำลายความมั่น and ของเธออย่างไม่ปรานี เสียงฝีเท้าแผ่วเบาบนพรมหนานุ่มดึงเธอออกจากภวังค์ พิมพ์มาดาไม่ต้องลืมตาขึ้นมองเธอก็รู้ว่าเป็นใคร กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและฝนแรก—กลิ่นอายที่เป็นเอกลักษณ์ของชายผู้ใช้บทกวีและสถาปัตยกรรมสร้างโลกคู่ขนานขึ้นมา—ลอยวนอยู่ใกล้ตัว "คุณเป็นคนประเภทที่ต่อสู้กับปีศาจด้วยกฎหมาย แต่กลับปล่อยให้ความรู้สึกเป็นฝ่ายถูกพิพากษาเสียเอง... ผมพูดผิดไปหรือเปล่าครับ ทนายพิมพ์" เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้น ทว่าแฝงรอยยิ้มหยันในที รวินท์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงพื้นที่ของความอึดอัดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง แสงไฟสลัวขับเน้นสันกรามคมชัดและแววตาที่อ่านไม่ออกของเขาให้ดูราวกับรูปปั้นกรีกโบราณที่เต็มไปด้วยปริศนา พิมพ์มาดาลืมตาขึ้น ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เย็นชา และไร้ร่องรอยของความอ่อนแออย่างรวดเร็ว เธอประสานมือไว้บนโต๊ะ มองสบตาเขาตรงๆ "คุณกำลังเข้าใจผิด รวินท์ หน้าที่ของฉันคือการทำให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างเที่ยงตรง ไม่ว่าคุณจะซ่อนความลับอะไรไว้หลังลายเส้นและตัวอักษรพวกนั้น มันไม่มีผลต่อรูปคดีทั้งสิ้น" รวินท์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเบาหวิวแต่กลับก้องกังวานในความเงียบ เขาไม่ได้ถอยหนีสายตาดุดันคู่นั้น กลับก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายรองเท้าหนังของเขาเกือบชิดกับเก้าอี้ทำงานของเธอ รวินท์โน้มตัวลงเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น "เที่ยงตรงหรือครับ..." เขากระซิบ น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับกำลังร่ายบทกวีมืดมน "ความยุติธรรมที่คุณบูชา มันคือความจริง หรือเป็นแค่เศษกระดาษที่ช่วยให้คุณนอนหลับได้สนิทโดยไม่ต้องมองหน้าเหยื่อในกระจกกันแน่" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้ากระแทกใจดำของพิมพ์มาดาอย่างจัง ภาพวัยเด็ก—วันที่เธอยืนมองความพ่ายแพ้ของกระบวนการยุติธรรมในคดีของครอบครัว—ผุดวาบขึ้นมาในหัว ความรู้สึกคับแค้นที่เธอใช้เวลาค่อนชีวิตฝังกลบมันไว้ด้วยตำรากฎหมายนับร้อยเล่ม ถูกรวินท์ขุดคุ้ยขึ้นมาด้วยประโยคสั้นๆ เพียงประโยคเดียว มือบางที่ประสานกันอยู่เผลอจิกเข้าหากันจนปลายนิ้วซีดเผือด เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรักษาเกราะกำบังอันเปราะบางเอาไว้ "อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับรูปคดี รวินท์" เธอกดเสียงต่ำ พยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่น "สิ่งที่คุณทำลงไป มันมีช่องโหว่ทางกฎหมายมากมายที่ฉันต้องตามเช็ดตามล้างให้ ถ้าคุณยังไม่หยุดเล่นเกมทางจิตวิทยากับฉัน... คดีนี้เราจบกันแค่นี้" รวินท์ไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือหวาดกลัว เขาเพียงแต่มองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ นัยน์ตาคู่นั้นมีความเจ็บปวดบางอย่างซ่อนอยู่—ความเจ็บปวดที่สะท้อนเงาของเธอเองอย่างน่าประหลาด "เราจบกันไม่ได้หรอกครับ ทนายพิมพ์" รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น ทรงพลังจนเธอขนลุกชัน "เพราะเราต่างก็ติดอยู่ในห้องมืดห้องเดียวกัน... เพียงแต่คุณเลือกที่จะปิดตา ส่วนผมเลือกที่จะจุดไฟเผามัน" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันอัดแน่นไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว พื้นดินใต้ฝ่าเท้ากำลังพังทลาย และมือเดียวที่ยื่นมาฉุดเธอกลับไม่ใช่หลักการทางกฎหมายที่เธอเชื่อมั่น แต่กลับเป็นชายหนุ่มผู้ต้องหาในคดีที่เธอควรจะผลักไสให้พ้นทาง หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวด้วยจังหวะที่ควบคุมไม่ได้ ความสับสนตีรวนขึ้นมาจุกที่ลำคอ หน้าที่ ทนายความ ความถูกต้อง และ... ความปรารถนาลึกๆ ที่จะเข้าใจโลกใบเดียวกับเขา กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดในสมอง รวินท์ยืดตัวขึ้น ถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำครึวางไว้บนโต๊ะทำงานของเธอ ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย แต่แววตากลับทิ้งประกายความลับบางอย่างไว้ "นี่คือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่คุณตามหา... มันถูกซ่อนไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด" รวินท์เว้นจังหวะเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "และมันคือสิ่งที่จะบอกคุณว่า... ความจริงที่คุณปกป้องอยู่ มันสะอาดบริสุทธิ์อย่างที่คุณคิดจริงหรือเปล่า" พูดจบ รวินท์ก็หันหลังเดินกลับออกไป เสียงฝีเท้าของเขากลืนหายไปกับความเงียบของค่ำคืน ทิ้งให้พิมพ์มาดานั่งอยู่ลำพังท่ามกลางแสงไฟสลัว เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ หัวใจเต้นแรงราวกับกลองศึก มือที่ถือซองกระดาษสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะตัดสินใจดึงเชือกสีขาวที่พันปิดปากซองออก เผยให้เห็นเอกสารแผ่นแรกด้านใน... และในวินาทีที่ดวงตาของเธอปะทะเข้ากับตัวหนังสือและลายเซ็นบนกระดาษแผ่นนั้น โลกทั้งใบของพิมพ์มาดาก็หยุดหมุน—มันไม่ใช่หลักฐานทางคดีอย่างที่เธอคิด แต่มันคือสำเนาคำพิพากษาคดีเก่าเมื่อยี่สิบปีก่อน... คดีของครอบครัวเธอเอง และชื่อของผู้พิพากษาที่เซ็นอนุมัติคำตัดสินอันไม่เป็นธรรมในวันนั้น คือชื่อของพ่อแท้ๆ ของเธอเอง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%