กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ราคาแพงในห้องทำงานของพิมพ์มาดา ไม่ได้ให้ความรู้สึกปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว เมื่อความเงียบงันเริ่มกัดกินพื้นที่ระหว่างคนสองคน รวินท์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชาด ดวงตาคมกราบมองซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกนิรภัย แผ่นกระดาษข้างในนั้นคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะพลิกเกมคดีความมูลค่าหลายร้อยล้าน และมันยังเป็นสิ่งเดียวที่จะพิสูจน์ได้ว่าระบบกฎหมายที่เธอยึดมั่นมาตลอดชีวิตไม่ได้เป็นเพียงเรื่องตลกขบขัน
"คุณแน่ใจหรือครับว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในนั้น จะสามารถโค่นล้มคนพวกนั้นได้จริงๆ" รวินท์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อย ราวกับกำลังวิจารณ์เส้นสายของงานสถาปัตยกรรม มากกว่าจะพูดถึงความเป็นความตายของผู้คน
พิมพ์มาดาไม่ตอบในทันที เธอปรายตามองรวินท์ นัยน์ตาคมกริบซ่อนความระแวงระวังที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในใจไม่นานนี้เอง ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับสถาปนิกหนุ่มผู้นี้เปรียบเสมือนเส้นขนานที่โค้งเข้าหากันด้วยแรงดึงดูดประหลาด เต็มไปด้วยความท้าทายทางความคิดและรสนิยมที่สอดรับกันอย่างน่ากลัว ทว่า ในโลกสีเทาของคดีความนี้ เส้นแบ่งระหว่างมิตรและศัตรูมักบางราวกระดาษสา
"ความจริงไม่จำเป็นต้องให้ใครมาพิสูจน์หรอกครับคุณรวินท์ มันมีตัวตนของมันเองอยู่แล้ว ต่างจากภาพลวงตาที่คุณชอบสร้างขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก" พิมพ์มาดาย้อนกลับ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม บ่งบอกถึงสถานะทนายความมืออาชีพที่ผ่านการปะทะคารมมานับไม่ถ้วน
รวินท์หัวเราะในลำคอเบาๆ รอยยิ้มมุมปากของเขาหยันหยอกแต่แฝงด้วยความลึกล้ำ "ภาพลวงตากับความจริงบางครั้งก็เป็นสิ่งเดียวกันนะครับทนายพิมพ์... ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกจะมองผ่านเลนส์สีอะไร ยิ่งคุณพยายามไขว่คว้าหาความยุติธรรมมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งผลักไสตัวเองให้ห่างจากความเป็นมนุษย์มากเท่านั้น"
บรรยากาศในห้องอึมครึมลงถนัดตา แอร์ตัวใหญ่ส่งเสียงครางต่ำท่ามกลางความเงียบที่เข้าปกคลุม พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอไม่ต้องการต่อล้อต่อเถียงเรื่องปรัชญาไร้สาระนี้อีกต่อไป สัญชาตญาณเตือนภัยในสมองส่วนลึกกำลังส่งเสียงร้องระรัวโดยไม่มีสาเหตุ มือเรียวบางภายใต้สูทเข้ารูปเอื้อมไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะ ทว่าจังหวะนั้นเอง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นรอยพับมุมซองที่ผิดรูปไปจากเดิม
ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นมาถึงกระดูกสันหลัง
พิมพ์มาดากลั้นหายใจ ค่อยๆ พลิกซองเอกสารขึ้นมาดู รอยผนึกถูกแกะออกอย่างประณีตด้วยของมีคม ก่อนจะถูกปิดทับด้วยกาวใสชนิดบางเบา เพื่ออำพรางสายตาของผู้ที่ตรวจดูอย่างผิวเผิน หัวใจของทนายความสาวยิ่งเต้นรัวเร็วดั่งกลองเพล เธอกระชากซองเอกสารออกอย่างแรง สิ่งที่ร่วงหล่นลงมากระทบกระจกโต๊ะไม่ใช่เอกสารสำเนาลับหรือฟิล์มกระจกบันทึกภาพเหตุการณ์สำคัญ... แต่มันคือกระดาษเปล่าสีขาวสะอาดนับสิบแผ่นที่ถูกตัดให้มีขนาดเท่ากับเอกสารจริง!
ความเงียบงันราวกับถูกแช่แข็ง พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาคมกวาดมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะหาคำ
รวินท์ไม่ได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับคาดการณ์ฉากนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว แววตาที่มองเธอนั้นไม่มีความรู้สึกผิด หรือแม้แต่ความประหลาดใจ มีเพียงประกายความเศร้าสร้อยบางเบาดุจหมอกควันยามเช้าที่ถูกเผาไหม้
"คุณ..." เสียงของพิมพ์มาดาสั่นพร่าเล็กน้อย เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอรู้สึกว่าการควบคุมสถานการณ์หลุดลอยไปจากมือ "คุณทำแบบนี้ทำไม?"
รวินท์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย ฝีเท้าของเขามั่นคงและเงียบเชียบ ราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมในกรงขัง
"เพราะความยุติธรรมที่คุณกำลังตามหานั้น มันไม่ได้ช่วยให้ใครรอดชีวิตหรอกครับทนายพิมพ์..." รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เอกสารพวกนั้นถูกทำลายไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว โดยคนที่คุณไว้ใจที่สุด... และคนๆ นั้น ก็กำลังยืนมองความพินาศของคุณจากที่ไหนสักแห่งในตอนนี้"
ในวินาทีที่สมองของพิมพ์มาดากำลังประมวลผลชื่อของบุคคลใกล้ชิดที่อาจเป็นหนอนกระบองนี้เอง เสียงฝีเท้าฝีหนึ่งก็ดังขึ้นแผ่วเบาจากหน้าประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท ตามด้วยเสียงกุญแจหมุนไขดังคลิกเบาๆ จากด้านนอก!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 17
นัยยะแห่งการทรยศ
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!