วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 28

ศาลเตี้ยหรือกฎหมาย

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกกระแทกลงบนพื้นโต๊ะไม้สักกระจกใส เสียงทึบหนักนั้นดังพอจะกลบเสียงลมหายใจของคนทั้งห้องให้เงียบสนิท พิมพ์มาดาไม่ได้กะพริบตาแม้แต่น้อย นัยน์ตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม รวินท์กำลังใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ บนพนักพจน์ของเก้าอี้หนัง จังหวะมันช้าและสม่ำเสมอ ราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดแตกหักของความสัมพันธ์ที่พยายามสร้างขึ้นจากซากปรักหักพัง "คุณกำลังเล่นกับไฟที่ไม่มีวันดับนะครับ พิมพ์มาดา" เสียงทุ้มต่ำของรวินท์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดัน เขาไม่ได้ดูตื่นตระหนก ตรงกันข้าม แววตาคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่เธอเกลียดชังและหลงใหลในเวลาเดียวกัน "ฉันไม่ได้เล่นไฟ รวินท์ ฉันกำลังจะเผามันต่างหาก" พิมพ์มาดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา แต่สั่นเครือเล็กน้อยที่ปลายประโยค ซึ่งเป็นจุดบกพร่องเดียวที่เธอพยายามซ่อนมันไว้ใต้มาดทนายความมืออาชีพ "เอกสารชุดนี้คือเส้นแบ่งระหว่างคุกกับอิสรภาพ... และฉันเลือกแล้วว่ามันควรจะไปอยู่ที่ไหน" บนโต๊ะนั้นไม่ใช่สำนวนคดีธรรมดา แต่เป็นหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เธอแอบดึงออกมาจากเซฟของสำนักงานกฎหมายใหญ่—หลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าผู้มีอิทธิพลเบื้องหลังคดีนี้รอดพ้นจากความผิดด้วยการซื้อพยานปากเอก และหากเธอส่งมอบมันให้กับตำรวจหรือสื่อมวลชน ความยุติธรรมที่ล่าช้ามากว่าทศวรรษก็จะได้รับการชำระสะง้าง แต่ในขณะเดียวกัน มันหมายถึงการสละใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทนายความ การถูกตามล่าจากอำนาจมืด และอาจรวมถึงลมหายใจของเธอเอง รวินท์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่ใกล้เธอ กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยเข้าจมูก เขาย่อตัวลงเล็กน้อยให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเธอที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ "คุณพูดถึงกฎหมาย... แต่สิ่งที่คุณกำลังถืออยู่ในมือตอนนี้ มันไม่ใช่กฎหมายนะพิมพ์มาดา มันคือ 'ศาลเตี้ย' ที่คุณเป็นคนสถาปนาขึ้นมาเองต่างหาก" รวินท์กระซิบ น้ำเสียงของเขาแนบชิดและจริงจังจนเธอรู้สึกถึงไออุ่นที่รินรด "คุณเกลียดความอยุติธรรม จนยอมเอาชีวิตตัวเองไปแลกกับการเป็นผู้พิพากษาเสียเองอย่างนั้นหรือครับ" "แล้วจะให้ฉันทำอย่างไร?" พิมพ์มาดาหันขวับมาสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง ความโกรธผสมผสานกับความเหนื่อยล้าพวยพุ่งขึ้นมาในอก "ปล่อยให้คนผิดลอยนวลในระบบที่บิดเบี้ยวนี้ต่อไปอย่างนั้นหรือ? ปล่อยให้ความจริงตายไปพร้อมกับความเงียบงันเหมือนในอดีต? ฉันไม่ใช่กวีผู้เพ้อฝันแบบคุณนะรวินท์ ที่จะใช้บทกลอนระบายความเจ็บปวดใส่กระดาษแล้วหวังว่าโลกมันจะดีขึ้น! ฉันเป็นทนาย... และถ้ากฎหมายมันปกป้องคนชั่วไม่ได้ ฉันนี่แหละที่จะฉีกมันทิ้งเสียเอง!" คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในอากาศ ความเงียบงันกลับมาครอบงำอีกครั้ง รวินท์ไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วอุ่นแตะเบาๆ ที่สันแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลนั้น ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสัมผัสกรอบแว่นและเส้นผมที่หลุดลุ่ยข้างใบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เต็มไปด้วยความลังเลและความลึกซึ้งที่ยากจะหยั่งถึง "ผมรู้ว่าแผลในวัยเด็กของคุณมันเจ็บปวดแค่ไหน..." รวินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างน่าประหลาด "และผมก็รักความเด็ดเดี่ยวของคุณในจุดนี้... แต่มันอันตรายเกินไป คนพวกนั้นไม่สนหรอิกว่าคุณจะมีเหตุผลอะไร พวกเขาพร้อมจะทำให้คุณหายไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอย" "ฉันเตรียมใจไว้แล้ว" พิมพ์มาดาปัดมือเขาออกเบาๆ แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่พวกเขามีต่อกัน เธอลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาเต็มความสูง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ แววตาสองคู่ปะทะกันอย่างดุเดือดท่ามกลางความขัดแย้งของอุดมการณ์ รวินท์ถอนหายใจยาวนานราวกับยอมจำนนต่อบางสิ่ง เขายกมือขึ้นยอมแพ้ชั่วขณะ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าเสื้อสูท กดเปิดหน้าจอแล้วยื่นมาตรงหน้าเธอ "ถ้าคุณยืนกรานจะเดินไปเส้นทางนั้น... งั้นก็ดูนี่เสียก่อน ก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำลายทุกอย่าง" พิมพ์มาดาก้มมองหน้าจอในมือเขา ภาพจากกล้องวงจรปิดเรียลไทม์แสดงให้เห็นลานจอดรถใต้อาคารนี้ รถยนต์สีดำคันคุ้นเคยจอดสนิท และร่างของชายฉกรรจ์สามคนกำลังเดินลงมาจากรถ พร้อมกับวัตถุบางอย่างที่สะท้อนแสงไฟนีออนวับวาวในความมืด—มันไม่ใช่ปืน แต่เป็นสิ่งอื่นที่น่ากลัวกว่านั้น "พวกเขามาถึงเร็วกว่าที่คุณคิดนะ" รวินท์กระซิบ ดวงตาของเขาคมกริบไร้ความกลัว "และดูเหมือนว่า... พวกเขารู้แล้วว่าเอกสารชุดนั้นอยู่ที่ไหน ตั้งแต่เสี้ยววินาทีที่คุณเปิดลิ้นชักเมื่อตอนเย็น" พิมพ์มาดานิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วดุจกลไกนาฬิกาที่ถูกขัดขวางด้วยเฟืองตัวแปลกปลอม ในสำนักงานนี้มีคนรู้เรื่องเอกสารชุดนี้แค่เธอ... และรวินท์ เธอยลตัวกลับไปมองหน้าเขาอย่างช้าๆ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามไปถึงขั้วหัวใจ ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มดังขึ้นจากบันไดหนีไฟด้านนอก เสียงนั้นใกล้เข้ามาทุกที... และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเปียกปอนด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%