วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 27

ความจริงที่ไม่อาจหลีกหนี

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
“เอกสารชุดนี้ไม่ได้ถูกร่างขึ้นเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคุณากร... แต่มันถูกออกแบบมาให้เป็นเงื่อนเวลาที่สมบูรณ์แบบต่างหาก” น้ำเสียงของพิมพ์มาดาราบเรียบทว่าคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนผิวเนื้อ เธอนั่งหลังตรงอยู่หลังโต๊ะทำงานในสำนักงานทนายความยามวิกาล แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันแฟ้มเอกสารคดีเก่าคร่ำคร่าในมือ รอบตัวพวกเขามีเพียงความเงียบงันของเมืองใหญ่ยามดึกที่หลับใหล ทว่าบรรยากาศในห้องกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันทางความคิดที่แทบจะทำให้หายใจไม่ออก รวินท์ยืนอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ หันหลังให้เธอ ดวงตาสีเข้มทอดมองออกไปเบื้องล่างซึ่งมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างเงียบเชียบ สถาปนิกหนุ่มไม่ได้แสดงอาการตกใจกับคำพูดนั้น เขายกแก้วกาแฟสีดำสนิทขึ้นจิบช้าๆ ราวกับจังหวะชีวิตของเขาถูกคำนวณไว้ล่วงหน้าแล้วทุกวินาที “คุณพูดราวกับว่า สถาปัตยกรรมกับกฎหมายมีความเหมือนกันอย่างน่าประหลาดใจนะครับ ทนายพิมพ์มาดา” รวินท์เอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง “ทั้งคู่ต่างก็สร้างขึ้นบนเสาเข็มแห่งความจริง... เพียงแต่ความจริงในมุมมองของผมมักจะมีรอยร้าวที่ซ่อนอยู่เสมอ เพื่อให้โครงสร้างมันรับน้ำหนักของความผิดบาปได้” พิมพ์มาดากลืนก้อนความตึงเครียดลงคอ เธอปรายตามองเอกสารแปลนอาคารชุดที่แนบมาพร้อมกับบันทึกการโอนเงินเมื่อสี่ปี5ก่อน ตัวเลขและลายเส้นเหล่านั้นไม่ใช่แค่หลักฐานทางการเงินทั่วไป แต่มันคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เธอตามหามาตลอดชีวิตการทำงาน รายชื่อผู้รับผลประโยชน์ตัวจริงในโครงการก่อสร้างห้องชุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือบริษัทจัดตั้งนอกอาณาเขตที่ลงนามโดยสถาปนิกผู้ออกแบบโครงสร้างทั้งหมด “คุณากรเป็นเพียงแพะรับบาปในสำนวนฟ้อง” พิมพ์มาดาพูดต่อ นัยน์ตาคู่คมจ้องมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มราวกับจะทะลวงผ่านร่างเขา “เพราะคนที่จะได้ประโยชน์สูงสุดจากการล่มสลายของบริษัทนั้น คือผู้ที่ถือครองกุญแจรหัสผ่านของเซิร์ฟเวอร์สำรอง และคนๆ นั้น... ได้ออกแบบตึกที่ไม่มีทางหนีไฟสำหรับพยานปากเอกเมื่อคืนวันที่สิบห้าตุลาคม” เธอหยุดเว้นจังหวะ เพื่อให้ความหมายของประโยคซึมซับเข้าสู่บรรยากาศ “รวินท์... คุณไม่ได้เป็นแค่นักออกแบบตึก คุณคือผู้สร้างเงื่อนไขทั้งหมดของคดีนี้ตั้งแต่ต้น” คราวนี้รวินท์ค่อยๆ หันกลับมา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความยอมรับและความเย้ยหยัน เขาเดินช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน วางแก้วกาแฟลงบนกระดาษเอกสารแผ่นสำคัญอย่างจงใจ ก่อนจะโน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างค้ำขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนพิมพ์มาดาต้องเผลอกั้นหายใจ “คุณฉลาดมากครับ ที่มองเห็นโครงสร้างทั้งหมดภายใต้เศษซากของบทกวีที่ผมทิ้งไว้” แววตาของรวินท์ลึกซึ้งและว่างเปล่าในเวลาเดียวกัน “แต่คุณรู้ไหมครับว่า ทำไมผมถึงยอมปล่อยให้คุณเดินตามรอยเท้าผมมาจนถึงจุดนี้?” พิมพ์มาดานิ่งเงียบ หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวงผสมกับความท้าทาย เธอยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน แม้ปลายนิ้วจะเริ่มเย็นเฉียบ “เพราะในท้ายที่สุดแล้ว...” รวินท์กระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมฝนด้านนอก “ต่อให้คุณรู้ความจริงทั้งหมด คุณก็ไม่มีทางยื่นฟ้องผมได้... ด้วยเหตุผลทางกฎหมายข้อเดียวที่คุณเป็นคนสอนผมเองเมื่อปีก่อน” คำพูดนั้นทำให้คิ้วของพิมพ์มาดาขมวดเข้าหากันทันที สมองของเธอกวาดสายตาผ่านประมวลกฎหมายในหัวอย่างรวดเร็วเพื่อหาช่องโหว่ที่เขาอ้างถึง รวินท์ผายมือออกเล็กน้อยก่อนจะหยิบซองเอกสารอีกซองหนึ่งที่วางอยู่มุมโต๊ะขึ้นมา เปิดมันออกแล้วเลื่อนภาพถ่ายใบเสร็จรับเงินแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าเธอ มันคือหลักฐานการจ้างวานที่ลงนามโดย... ผู้อำนวยการสำนักงานอัยการพิเศษ ซึ่งก็คืออาจารย์ผู้มีพระคุณและเป็นที่เคารพรักยิ่งของพิมพ์มาดาเองในอดีต โลหิตในกายของพิมพ์มาดาเย็นเฉียบลงในพริบตา ความจริงที่เธอเพิ่งค้นพบไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวของรวินท์ แต่มันดึงเอาโครงสร้างอำนาจทั้งหมดที่เธอเคยศรัทธาพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา “อาจารย์...” พิมพ์มาดาพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว เสียงของเธอสั่นพร่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี รวินท์ถอยหลังกลับไปยืนในตำแหน่งเดิม เขามองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเห็นอกเห็นใจและเย้ยหยันในคราวเดียวกัน “ความยุติธรรมที่คุณตามหาน่ะครับ ทนายพิมพ์มาดา... มันเป็นเพียงภาพลวงตาที่สถาปนิกผู้มีอำนาจสร้างขึ้นเพื่อให้คนตัวเล็กๆ รู้สึกปลอดภัยในกรงขังเท่านั้น” ในวินาทีที่พิมพ์มาดากำลังจะอ้าปากโต้แย้ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะจากด้านนอกห้องทำงาน ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อหนจะค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของบุคคลที่เธอคิดว่าเสียชีวิตไปแล้วจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามเดือนก่อน ก้าวพ้นเงหามืดเข้ามาภายในห้อง ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเปียกปอนด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%