กลิ่นอายของฝนที่เพิ่งซาลงทิ้งความชื้นไว้บนแผ่นไม้สักทองของบ้านพักตากอากาศริมหน้าผา ปลายจมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอดินผสมกับกลิ่นอับของกาลเวลา ทว่าสิ่งที่อบอวลยิ่งกว่าคือความเงียบงันที่กดทับจนแทบได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ
พิมพ์มาดายังคงค้างมือไว้กลางอากาศ ความอุ่นจากปลายนิ้วของรวินท์เมื่อครู่ยังคงทิ้งร่องรอยความรู้สึกประหลาดไว้บนผิวสัมผัส เธอค่อยๆ ชักมือกลับอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าการเคลื่อนไหวที่ฉับไวเกินไปจะทำลายสมดุลอันเปราะบางระหว่างความจริงและภาพลวงตาที่ชายหนุ่มสร้างขึ้น
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ รวินท์" เสียงของทนายความสาวเรียบสนิท ทว่าแฝงกระแสความกดดันที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกเมื่อ สายตาคู่คมกวาดมองใบหน้าด้านข้างของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนทอดสายออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ซึ่งสะท้อนเงาความมืดครึ้มของท้องฟ้าเบื้องล่าง
รวินท์เพียงแต่แย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย เขาไม่ได้หันกลับมาทันที ราวกับกำลังรอให้ความเงียบทำหน้าที่กัดกร่อนเกราะป้องกันทางตรรกะของเธอทีละน้อย
"ผมไม่ได้เล่นเกมหรอกครับ คุณพิมพ์มาดา..." รวินท์หันกลับมาอย่างช้าๆ ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์เธอราวกับจิตรกรกำลังประเมินแสงเงาบนภาพวาดชิ้นเอก "ในโลกที่ทุกคนพยายามซ่อนความจริงไว้เบื้องหลังตัวบทกฎหมาย ผมแค่พยายามหยิบยื่น 'บทกวี' ที่ซื่อตรงที่สุดให้คุณ... แม้ว่ามันจะอ่านยากสักหน่อยก็เถอะ"
"กฎหมายไม่ใช่บทกวี มันคือบรรทัดฐานของความยุติธรรม" พิมพ์มาดาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงเยียบเย็นลงเพื่อดึงตัวเองกลับสู่กรอบของความเป็นมืออาชีพ "และความยุติธรรม ไม่ต้องการการตีความแบบสัญลักษณ์ของคุณ"
"งั้นหรือครับ..." รวินท์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนอยู่ในโซนที่ความอึดอัดเริ่มเปลี่ยนรูปเป็นแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณ "ถ้าเช่นนั้น คุณอธิบายหลักฐานบนโต๊ะทำงานของคนที่คุณคิดว่าเป็นฆาตกรไม่ได้อย่างไรล่ะครับ ว่าทำไมมันถึงมีชื่อของคนที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่... ปรากฏอยู่"
คำพูดนั้นทำให้พิมพ์มาดาชะงัก เธอนึกถึงเหตุการณ์จากบทก่อนหน้าที่เพิ่งผ่านมา มือของเธอยังคงสั่นระริกเล็กน้อยจากความตกใจเมื่อครู่ สายตาสลับมองระหว่างใบหน้าของสารวัตรที่ยืนกอดอกสังเกตการณ์อยู่มุมห้อง กับรอยยิ้มลึกลับที่ไม่มีวันอ่านขาดของรวินท์
สารวัตรหนุ่มผู้ผ่านคดีมาโชกโชนขยับตัวเล็กน้อยเพื่อทำลายบรรยากาศตึงเครียด "เอาล่ะครับคุณพิมพ์มาดา รวินท์พูดถูกครึ่งหนึ่ง เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า ก่อนที่แสงธรรมชาติจะหมดลงไปเสียก่อน"
ทั้งสองเดินตามสารวัตรเข้าไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเจ้าของบ้านพักตากอากาศหลังนี้—สถานที่เกิดเหตุที่คดีฆาตกรรมอันซับซ้อนเริ่มต้นขึ้น บรรยากาศภายในห้องยังคงหลงเหลือเค้าโครงความหรูหราที่ถูกความโกลาหลของการสืบสวนทับถม หนังสือบนชั้นวางถูกรื้อค้น เอกสารกระจัดกระจาย ทว่าสายตากลับสะดุดเข้ากับบางสิ่งที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนหลังกรอบรูปภาพวิวทิวทัศน์ริมทะเลที่เอียงกระเท่เร่
สารวัตรสวมถุงมือยางอย่างระมัดระวัง ก่อนจะค่อยๆ ปลดกรอบรูปนั้นออกจากผนัง ด้านหลังของกรอบไม้มีช่องลับซ่อนอยู่ มันไม่ใช่เซฟนิรภัยไฮเทค แต่มันคือซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ ที่ถูกผนึกด้วยครั่งสีแดง ซึ่งตราประทับบนนั้นทำให้พิมพ์มาดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"นี่มัน..." พิมพ์มานาก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว สัญชาตญาณนักกฎหมายบอกเธอทันทีว่า เอกสารชิ้นนี้มีน้ำหนักมากพอที่จะพลิกกระดานคดีทั้งหมดได้
รวินท์หยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาด้วยท่าทางนิ่งสงบราวกับเขารู้อยู่แล้วว่ามันซ่อนอยู่ที่นี่ ดวงตาคู่คมหันมาสบตากับเธออีกครั้งด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "บทกวีมักซ่อนบทสรุปไว้ในบรรทัดสุดท้ายเสมอครับคุณพิมพ์มาดา และนี่คือบทสรุปที่คุณกำลังตามหา... ตัวการที่สาม ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเงาของคดีนี้ทั้งหมด"
สารวัตรใช้คัตเตอร์กรีดปากซองออกอย่างระมัดระวัง ดึงกระดาษปึกหนาออกมาแผ่นหนึ่ง แสงไฟสลัวจากโคมไฟฉุกเฉินส่องกระทบหัวกระดาษอย่างชัดเจน มันคือสัญญาการโอนหุ้นลับมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ที่มีลายมือชื่อของบุคคลที่สาม—ผู้ซึ่งควรจะตายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของตระกูลนี้ตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน ปรากฏอยู่บนนั้นอย่างเด่นชัด พร้อมกับลายเซ็นพยานที่ทำให้พิมพ์มาดาต้องสูดลมหายใจเข้าลึก
ความจริงที่เธอพยายามปะติดปะต่อมาตลอดพังทลายลงในพริบตา แทนที่จะเป็นฆาตกรเดี่ยวอย่างที่เธอคาดคิด หรือความขัดแย้งภายในครอบครัวอย่างที่ตำรวจมุ่งเป้า คดีนี้กลับมีฟันเฟืองอีกตัวที่ซ่อนอยู่ลึกกว่านั้นมาก มือที่สามกำลังชักใยทุกชีวิตในบ้านหลังนี้ให้เดินตามเกมที่วางไว้
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจดจ่ออยู่กับหลักฐานชิ้นสำคัญบนโต๊ะไม้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบจากทางระเบียงด้านนอก... เป็นเสียงที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้ยิน ณ ที่แห่งนี้ ในเวลาวิกาลเช่นนี้
สารวัตรชักปืนออกจากซองพกข้างเอวโดยสัญชาตญาณ รวินท์ขยับตัวเข้ามาบังหน้าพิมพ์มาดาโดยอัตโนมัติอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะเป็นปฏิกิริยาของสถาปนิกทั่วไป และก่อนที่ใครจะได้ทันเปล่งเสียงพูดอะไร เงาร่างสีดำทึบก็ปรากฏขึ้นที่กรอบประตู พร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ที่เสียดแทงเข้ามาในโสตประสาทของทุกคนในห้อง
"ดูเหมือนว่า... พวกคุณจะเจอสมบัติที่ผมตั้งใจทิ้งไว้ให้แล้วสินะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรและเงาดำแห่งความจริงนี้ด้วยกันนะครับ
วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 8
หลักฐานที่พลิกสถานการณ์
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!