วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 9

เงาที่ทาบทับ

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำที่วางลงบนโต๊ะไม้สักทองในห้องทำงานส่วนตัว ไม่ได้หนักหน่วงพอจะทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัดได้เท่ากับภาพถ่ายสี่เหลี่ยมจัตุรัสสามใบที่ถูกดึงออกมาจากซองสีน้ำตาล พิมพ์มาดานิ่งงัน ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาสีเงินกวาดมองภาพเหล่านั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ ภาพแรกคือทางเดินหน้าสำนักงานกฎหมายของเธอเมื่อช่วงหัวค่ำ ภาพที่สองคือมุมมองจากภายในรถยนต์ที่จอดลับตาซึ่งจับภาพขณะเธอกำลังก้าวเท้าขึ้นรถประจำทาง และภาพสุดท้าย... คือภาพถ่ายโคลสอัปของหลานชายตัวน้อยวัยเจ็ดขวบกำลังวิ่งเล่นอยู่ในสนามหญ้าของโรงเรียน โดยมีวงกลมสีแดงกากบาททับลงบนใบหน้าอย่างจงใจ "ความยุติธรรมเป็นสิ่งสวยงามครับ ทนายพิมพ์... แต่บางครั้งมันก็เปราะบางเสียจนเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ อาจรับน้ำหนักของมันไม่ไหว" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูลอยมาจากมุมมืดของห้อง รวินท์ยืนพิงเสากระจกบานใหญ่ แสงไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้ามสาดส่องกระทบโครงหน้าคมคายและเงาที่ทาบทับลงบนเรือนร่างของเขา ทำให้สถาปนิกหนุ่มผู้นี้ดูราวกับภาพวาดแนวทิวลิปสีดำที่ซ่อนพิษร้ายไว้ภายใต้ความงดงาม พิมพ์มาดาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่ผู้คุกคามคาดหวัง มือเรียวใต้โต๊ะประสานเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว เธอยังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้ แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นระรัวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของครอบครัว "คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายมากนะ รวินท์" พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทแต่เฉียบคมราใบมีดโกนที่เคลือบด้วยความเย็นชา "การข่มขู่พยานและทนายความในคดีอาญาร้ายแรง มีโทษหนักหน่วงพอที่จะทำให้คนที่สร้างตึกสูงตระหง่านต้องลงไปนอนคลุกฝุ่นในเรือนจำได้เช่นกัน" รวินท์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและแฝงความเย้ยหยัน เขาเดินช้าๆ ออกมาจากเงาดึงแสงเข้ามาหาโต๊ะทำงาน กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขายังคงผสมผสานระหว่างกลิ่นกระดาษไขสถาปัตยกรรมและกลิ่นบุหรี่ราคาแพงจางๆ "คุณเข้าใจผิดแล้วครับ ผมไม่ได้มาขู่... ผมกำลังปกป้องต่างหาก" รวินท์โน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างค้ำขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนดวงตาสีเข้มคู่นั้นสบประสานกับนัยน์ตาของเธอพอดิบพอดี "คดีของตึกระฟ้ามรณะนั่นไม่ใช่แค่เรื่องของความประมาททางวิศวกรรม แต่มันคือโครงสร้างอำนาจที่ค้ำจุนกันมานานนับทศวรรษ คนที่คุณกำลังสู้ด้วยไม่ได้มีแค่นักการเมืองท้องถิ่นหรือผู้รับเหมาสีเทา แต่คือคนที่กำหนดว่าพรุ่งนี้ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศไหนสำหรับคุณ" "และคุณก็เป็นหนึ่งในฟันเฟืองของโครงสร้างนั้น" พิมพ์มาดาตอกกลับทันควัน สายตาไม่หลบเลี่ยง "คุณออกแบบตึกที่ฐานรากถูกลดสเปก คุณคือคนที่รู้ดีกว่าใครว่าความตายถูกซ่อนไว้ตรงไหนในแปลนพิมพ์เขียวเหล่านั้น" รวินท์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความเงียบงันที่ลึกซึ้ง เขายืดตัวตรง ถอยหลังไปหนึ่งก้าว ชายหนุ่มยกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทอย่างใจเย็น ราวกับคำพูดเมื่อครู่ไม่ได้กระทบกระเทือนความมั่น ภายในจิตใจของเขาเลยแม้แต่น้อย "แปลนพิมพ์เขียวก็เหมือนบทกวีครับ ทนายพิมพ์... มันถูกเขียนขึ้นด้วยความตั้งใจหนึ่ง แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ผู้คนกลับตีความมันไปอีกทาง ความจริงไม่ได้ถูกฝังไว้ในซากปรักหักพัง แต่มันถูกซ่อนไว้ในความเงียบของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างหาก และผม... เลือกที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อมองดูความพินาศจากมุมที่สวยที่สุด" "ความเห็นแก่ตัวถูกห่อ 1 ออกมาในคราบของปรัชญาเสมอสินะ" พิมพ์มาดาแค่น3ยิ้มหยัน "คุณกลัวเหรารวินท์? กลัวว่าถ้าฉันสาวไปถึงผู้มีอิทธิพลคนนั้น แปลนลับที่คุณพยายามปกปิดจะถูกเปิดโปงออกมาด้วย?" รวินท์หันหลังกลับไปมองนอกหน้าต่าง แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อสูทพอดีตัวดูโดดเดี่ยวท่ามกลางแสงสีของมหานครยามค่ำคืน บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เป็นฉากหลัง "ถ้าคุณยังดึงดันจะยื่นฟ้องรอบสองในเช้าวันพรุ่งนี้ สิ่งที่จะหายไปจากโลกนี้อาจไม่ใช่แค่รูปถ่ายของหลานชายคุณหรอกนะครับ" รวินท์เอ่ยเสียงเรียบโดยไม่หันกลับมามอง "ถอนตัวเสียเถอะ กลับไปทำคดีแพ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณถนัด ปล่อยให้ความจริงมันตายไปพร้อมกับซากตึกนั้นเถอะนะ" พิมพ์มาดายืนขึ้นเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลไม่ได้ทำให้เธอย่อท้อ แต่กลับจุดประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นในวัยเด็กที่เคยสูญเสียพ่อแม่ไปเพราะความอยุติธรรมขึ้นมาอีกครั้ง เธอเดินอ้อมโต๊ะทำงานไปหยุดอยู่เบื้องหลังรวินท์ ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจ "พ่อฉันเคยสอนไว้ว่า ความยุติธรรมอาจจะมาถึงช้า... แต่ไม่เคยลืมทางกลับบ้าน" พิมพ์มาดากล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและทรงพลัง "และฉันนี่แหละ จะเป็นคนกางแผนที่นำทางมันกลับมาเอง ต่อให้คุณจะสร้างกำแพงกั้นไว้สูงแค่ไหนก็ตาม" รวินท์หันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาวาววับด้วยประกายความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความชื่นชม ความกังวล และความดึงดูดใจที่หลอมรวมกันอย่างอันตราย สถาปนิกหนุ่มกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อโต้แย้ง ทว่า... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันที่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงเคาะประตูสามครั้งดังสนั่นตามด้วยเสียงบิดลูกบิดที่ถูกล็อกไว้จากด้านใน ก่อนที่บานประตูไม้สักจะถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงโดยไม่รอคำอนุญาต! ร่างของชายชุดดำสองคนในชุดสูทสากลเดินเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแฟ้มเอกสารทางราชการฉบับหนึ่งที่ถูกชูขึ้นแสดงต่อหน้าพิมพ์มาดา โดยมีชายวัยกลางคนท่าทางน่าเกรงขามก้าวตามเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่ธรณีประตู พร้อมใบหมายค้นและหมายจับที่ออกโดยศาลอาญาในข้อหา "สมรู้ร่วมคิดในการเปิดเผยความลับทางการค้าและครอบครองเอกสารลับทางราชการโดยมิชอบ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรและเงาดำแห่งความจริงนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%