วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 10

บทเพลงแห่งความอดสู

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
"คุณกำลังบอกว่า... ความตายของพ่อฉัน ไม่ใช่แค่เรื่องของความประมาทเลินเล่อบนถนนสายเปลี่ยวอย่างที่สำนวนสอบสวนระบุไว้สินะครับ" เสียงของพิมพ์มาดาก้องกังวานอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่มืดสลัว แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันกรามคมชัดและแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงระวัง เธอนั่งไขว่ห้าง หลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างระมัดระวัง ราวกับทนายความสาวกำลังเตรียมรับมือกับพยานปากเอกในคดีฆาตกรรมที่เดิมพันด้วยอิสรภาพของจำเลย รวินท์ สถาปนิกหนุ่มผู้มีเรือนร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเผยให้เห็นรอยสักรูปเรขาคณิตจางๆ ที่ข้อมือ เขายังคงยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทอดสายออกไปยังผืนน้ำนิ่งสนิทของแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน เงาสะท้อนของแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าทาบทับลงบนร่างของเขา ราวกับปีศาจกวีที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากเศษเสี้ยวของความทรงจำอันเจ็บปวด ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวคีบแก้ววิสกี้สีอำพันแกว่งวนช้าๆ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมผสานกับความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก "ความประมาทเลินเล่อ เป็นคำที่สวยงามเสมอเมื่อมนุษย์ต้องการซ่อนเร้นความอำมหิตไว้ใต้พรมครับ คุณพิมพ์มาดา" รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และเจือรอยยิ้มหยันที่มุมปาก "มันทำให้พวกเขานอนหลับได้อย่างสนิทใจโดยไม่ต้องแบกรับน้ำหนักของบาป" พิมพ์มาดาขยับตัวเล็กน้อย ความเย็นชาในแววตาฉายชัดขึ้น "พูดภาษาคนให้ฉันฟังหน่อย รวินท์ เลิกใช้สัญลักษณ์และบทกวีบ้าบอพวกนั้นเสียที คุณดึงฉันเข้ามาในเกมนี้... เอาแฟ้มคดีเก่าของพ่อฉันมาวางตรงหน้า เพื่อแลกกับการฟังคุณรำพันถึงอดีตอย่างนั้นหรือ? ถ้าไม่มีหลักฐานใหม่ ก็เชิญออกไปจากห้องของฉันซะ" ท่าทีที่แข็งกร้าวของทนายความสาวไม่ได้ทำให้รวินท์สะเทือนแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับหัวเราะในลำคอเบาๆ ราวกับความเกรี้ยวกราดของเธอคือบทเพลงซิมโฟนีที่บรรเลงได้อย่างถูกจังหวะ "คุณยังคงใจร้อนและยึดมั่นในตรรกะอันคับแคบเหมือนเด็กหญิงวัยสิบขวบคนเดิม ที่ยืนร้องไห้ข้างโลงศพของพ่อในวันที่ฝนพรำสินะครับ" รวินท์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย ฝีเท้าของเขาเงียบเชียบดุจแมวป่า "จำได้ไหม... วันนั้นมีดอกไม้สีขาววางอยู่เต็มลานพิธี แต่ไม่มีใครสักคนสังเกตเห็นรอยขูดขีดบนกันชนรถบรรทุกคันนั้นเลย แม้แต่คุณ" หัวใจของพิมพ์มานากระตุกวูب ชั่วขณะหนึ่ง ตรรกะและเหตุผลที่เธอสะสมมาตลอดชีวิตการทำงานพังทลายลงด้วยประโยคสั้นๆ ประโยคเดียว ร่างกายของเธอนิ่งค้าง สายตาจ้องมองชายหนุ่มราวกับกำลังเห็นผีจากอดีต "คุณ... รู้เรื่องนั้นได้ยังไง" น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "คุณเป็นใครกันแน่ รวินท์? ทำไมคุณถึงรู้เรื่องอุบัติเหตุของพ่อฉัน แม้กระทั่งรายละเอียดที่ถูกกบเกลื่อนไปจากสำนวนคดีทั้งหมด" รวินท์หยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานเพียงแค่ก้าวเดียว เขาวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะ เสียงกระทบของแก้วดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ ดวงตาคมกราบมองเธอนิ่งสนิท เต็มไปด้วยความซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง "เพราะผมคือคนขับรถบรรทุกคันนั้น... ในคืนวันที่พ่อของคุณต้องตายยังไงล่ะครับ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที ราวกับอากาศทั้งหมดถูกสูบออกไปจากห้อง พิมพ์มาดาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก สมองของเธอกำลังประมวลผลคำพูดของชายตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง มือที่กำไว้สั่นเทา ความเกลียดชัง ความแค้น และความเคว้งคว้างเข้าถาโถมเข้าใส่จิตใจของเธอพร้อมๆ กันในเสี้ยววินาที เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือขวาเอื้อมไปคว้าที่เปิดซองจดหมายโลหะปลายแหลมบนโต๊ะอย่างสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แววตาของทนายสาวเปลี่ยนเป็นดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่จนตรอก "แก..." พิมพ์มาดาเค้นเสียงลอดไรฟัน "แกกล้าดียังไง... กล้าดียังไงถึงโผล่หัวมาเจอฉัน!" รวินท์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับโน้มตัวเข้าหาเธอช้าๆ ยอมให้ปลายโลหะแหลมคมจ่ออยู่ที่หน้าอกด้านซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจพอดี แววตาสีเข้มของเขาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเวทนาและความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความเยือกเย็น "ฆ่าผมสิครับ... เหมือนกับที่ครอบครัวของคุณเคยทำลายทุกอย่างของผมไปอย่างไร้ความปรานีเมื่อยี่สิบปีก่อน" รวินท์กระซิบแผ่วเบa ริมฝีปากของเขาเกือบจะแตะโดนปลายโลหะ "แต่ก่อนที่คุณจะลงมือ... ช่วยก้มลงมองที่ลิ้นชักชั้นล่างสุดของโต๊ะทำงานคุณเสียก่อน... เอกสารใบนั้นที่เพิ่งถูกส่งมาเมื่อสามชั่วโมงที่แล้ว มันจะบอกคุณว่า แท้จริงแล้วใครกันแน่ที่เป็นคนสั่งฆ่าพ่อของคุณ" พิมพ์มาดานิ่งงิ่งค้าง ปลายโลหะในมือสั่นสะท้าน เธอเหลือบมองลิ้นชักที่ปิดสนิทสลับกับใบหน้าของชายผู้เป็นทั้งศัตรูและกุญแจดอกเดียวที่จะไขปริศนาชีวิตของเธอ ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างกระชั้นชิด ขัดจังหวะความเป็นความตายตรงหน้า ตามมาด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่กำลังจะเปิดออกโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต! "คุณพิมพ์มาดาครับ! มีพัสดุด่วนส่งตรงมาจากสำนักงานอัยการสูงสุด... คดีรื้อFกษาการตายของคุณพ่อคุณ ถูกสั่งให้รื้อฟื้นใหม่ในคืนนี้แล้วครับ!" เสียงตะโกนจากลูกน้องหน้าห้องดังแทรกเข้ามา พร้อมกับบานประตูที่กำลังถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ในความมืดมิด! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรและเงาดำแห่งความจริงนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%