วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 14

เดิมพันด้วยชีวิต

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
“คุณกำลังเอาชีวิตของตัวเองไปวางไว้บนตารางหมากรุกที่ไม่มีวันชนะ, รวินท์” น้ำเสียงของพิมพ์มาดาเรียบสนทนา ทว่าหนักแน่นดุจก้อนหินที่ทุ่มลงบนพื้นน้ำแข็ง บางเบาแต่ทรงพลังพอจะทำให้ผืนน้ำสั่นสะเทือน เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชาสวมสูทเข้ารูปสีดำสนิท สะท้อนบุคลิกของทนายความผู้ใช้ชีวิตอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความจริงกับคำโกหก บนโต๊ะตรงหน้าคือกองเอกสารคดีฆาตกรรมที่ถูกรื้อค้นจนกระจัดกระจาย แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนใบหน้าด้านข้างของเธอ เผยให้เห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้แววตาแน่วแน่ รวินท์ สถาปนิกหนุ่มผู้มีเรือนผมยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง ยืนพิงระเบียงกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนเงาแสงไฟนีออนจากท้องถนนยามค่ำคืนเบื้องล่าง เขายังคงถือแก้ววิสกี้ในมือ แกว่งมันช้าๆ จนของเหลวสีอำพันหมุนวนเป็นวงกลม ราวกับกำลังจำลองพายุหมุนในจิตใจของตนเอง “ความพ่ายแพ้ที่งดงาม ดีกว่าชัยชนะที่ไร้จิตวิญญาณครับ, คุณพิมพ์มาดา” รวินท์หันกลับมาพร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่มักทำให้พิมพ์มาดารู้สึกทั้งรำคาญใจและหลงใหลในเวลาเดียวกัน “ถ้าเราไม่ยอมเดินหมากตาที่เสี่ยงที่สุด ผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังเงาสลัวตัวนั้น ก็จะไม่มีวันเผยโฉมหน้าออกมาจากความมืดหรอกครับ เขาซ่อนตัวอยู่หลังตัวเลข, กฎหมาย และอำนาจ... วิธีเดียวที่จะล่อเสือออกจากถ้ำ คือการทำตัวเป็นเหยื่อที่หอมหวานเสียเอง” พิมพ์มาดาถอนหายใจยาวนาน เธอยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ความตึงเครียดในห้องทำงานขนาดกว้างขวางนี้หนาแน่นเสียจนแทบจะจับต้องได้ เธอเกลียดความเสี่ยง เกลียดตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ และเหนือสิ่งอื่นใด เธอกลัวการสูญเสีย... แม้ปากจะบอกว่ารวินท์เป็นเพียงแค่ "คู่คิดทางคดี" แต่ลึกๆ ในใจ เธอกลับรู้ดีกว่าใครว่า เส้นบางๆ ระหว่างพยานหลักฐานกับความรู้สึกส่วนตัวเริ่มพร่าเลือนลงทุกที “คุณมั่นใจแค่ไหนว่าเหยื่อตัวนี้จะไม่ถูกเขมือบเสียก่อนที่แผนการจะเริ่มต้น?” พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปใกล้เขา ช2สายตาคมกริบราวกับจะทะลุทะลวงเข้าไปในความคิดของสถาปนิกหนุ่ม “จำไว้ว่าฉันเป็นนักกฎหมาย ฉันใช้ตรรกะและข้อเท็จจริง ไม่ใช่บทกวีหรือความโรแมนติกแบบที่คุณใช้มองโลก ถ้าคุณพลาด... นั่นหมายถึงคุก หรือไม่ก็ความตาย” รวินท์วางแก้วลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังกระทบเบาๆ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวพิมพ์มาดา ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้กลิ่นจางๆ ของโคโลญจน์ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขา ดวงตาคมปลาบของสถาปนิกหนุ่มจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงประกายความมุ่งมั่นที่ลุกโชน “ถ้าความตายคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้ความยุติธรรมที่ล่าช้าตลอดสิบปีของคุณได้รับการชำระสะ้าง... ผมคิดว่ามันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่านะครับ” คำพูดนั้นสะท้อนก้องในโสตประสาทของพิมพ์มาดา ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบลงกลางใจ ปมในอวัยวะส่วนลึกที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ตั้งแต่สมัยเด็ก—วันที่พ่อของเธอต้องตายในห้องพิจารณาคดีเพราะความอยุติธรรมของระบบ—ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียวของผู้ชายคนนี้ รวินท์รู้... เขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับแผลเป็นในใจเธอ และเขากล้าพอที่จะหยิบมันมาใช้เป็นเครื่องมือเดิมพัน พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตานั้น แต่ฝ่ามืออุ่นของรวินท์ก็เอื้อมมาแตะที่ข้อศอกของเธอเบาๆ ไม่ได้ล่วงเกิน แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงเธอให้อยู่กับที่ “เราจะใช้ช่องโหว่ในสัญญาการก่อสร้างโครงการของมัน” รวินท์เริ่มอธิบายแผนการด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดึงพวกเขากลับสู่โลกความเป็นจริง “พรุ่งนี้ตอนเที่ยง ผมจะนัดพบกับตัวแทนของบริษัทเชลล์คอมpany ที่ร้านกาแฟเดิมพันริมแม่น้ำ ผมจะจงใจยื่นเอกสารลับที่ชี้ตัวการฟอกเงินให้พวกเขาเห็น... เพียงพอที่จะทำให้พวกมันตื่นตระหนกและส่งมือสังหาร หรือไม่ก็ผู้บงการตัวจริงออกมาจัดการเก็บผมด้วยตัวเอง” “แล้วคุณล่ะ จะอยู่ที่ไหน?” พิมพ์มาดาหันกลับมาถามทันที น้ำเสียงเจือความกังวลที่เธอพยายามซ่อนไว้ไม่มิด “ผมนั่งอยู่ที่นั่นครับ... ในจุดที่ทุกคนมองเห็น” รวินท์ยิ้มมุมปาก “ส่วนคุณ... จะอยู่ในรถตู้ควบคุมระบบสัญญาณ พร้อมกับหลักฐานดิจิทัลที่จะบันทึกทุกคำพูดและการเคลื่อนไหวของพวกมันทั้งหมด ทันทีที่มันปรากฏตัว เราจะล็อกเป้าและกระชากหน้ากากมันออกมาพร้อมกัน” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดัน ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่านี่คือการเดิมพันด้วยชีวิต หากคำนวณพลาดแม้แต่วินาทีเดียว เกมนี้จะจบลงด้วยความตายของใครคนใดคนหนึ่ง หรืออาจจะทั้งคู่ พิมพ์มาดาหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อประมวลผลความเสี่ยงทั้งหมดในหัว ตรรกะของเธอบอกว่านี่คือแผนการที่บ้าบิ่นและมีโอกาสล้มเหลวสูงถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ แต่หัวใจของเธอกลับกระซิบว่า... นี่คือโอกาสเดียวที่จะทวงคืนความถูกต้อง เธอลืมตาขึ้น แววตาเปลี่ยนจากความลังเลกลายเป็นความเด็ดเดี่ยวแบบนักกฎหมายมืออาชีพ “ก็ได้ครับ... ถ้านั่นคือเกมที่คุณอยากเล่น ผมจะเป็นคนถือหางเสือให้เอง แต่จำไว้ว่า ถ้าคุณตายก่อนที่คดีจะปิด ผมจะฟ้องหย่าคุณในฐานผิดสัญญาคู่คิดคนแรกแน่นอน” พิมพ์มาดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกฝืนๆ เพื่อลดความตึงเครียด รวินท์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่อบอุ่นและทรงพลังท่ามกลางความมืดมนรอบกาย “เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ ที่ได้ร่วมล่มหัวจมท้ายกับทนายความมือหนึ่งอย่างคุณ” พวกเขายืนมองหน้ากันเนิ่นนาน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณและความไว้เนื้อเชื่อใจที่เพิ่งก่อตัวขึ้นบนซากปรักหักพังของความลับ แต่ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังสรุปรายละเอียดขั้นตอนสุดท้าย เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากระบบรักษาความปลอดภัยหน้าห้องทำงานก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว! แสงไฟนีออนภายในห้องดับวูบลงทันที เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่กะพริบวับวาบสาดส่องไปทั่วห้อง สร้างเงาทอดยาวน่ากลัว บนหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดชั้นล่าง ปรากฏภาพของชายชุดดำสามคนกำลังก้าวผ่านประตูเข้ามาอย่างเงียบเชียบ... และสิ่งที่ทำให้เลือดในกายของพิมพ์มาดาเย็นเฉียบจนแข็งค้าง คือหน้าจอแจ้งเตือนระบบที่ปรากฏข้อความตัวอักษรสีแดงฉานขึ้นมากลางจอ *“รหัสผ่านถูกถอดถอนโดยบุคคลภายนอก... พวกมันรู้แผนการของเราก่อนที่เราจะเริ่ม”* รวินท์หันขวับไปมองหน้าจอ ก่อนจะหันมาสบตากับพิมพ์มาดาในความมืดที่มีเพียงแสงสีแดงสลัว ประตูห้องทำงานถูกเคาะเบาๆ สามครั้งจากภายนอก... ตามด้วยเสียงกระซิบแหบพร่าผ่านลำโพงอินเตอร์คอมที่ดังขึ้นตรงโถงทางเดิน “เกมเริ่มต้นเร็วกว่าที่คิดนะ... คุณทนาย” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%