วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 6

หน้ากากของคนแปลกหน้า

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
เสียงคลิกเบา ๆ ของกลอนประตูดิจิทัลที่ดังขึ้นในความเงียบสงบยามเที่ยงคืน ฟังดูคล้ายเสียงถอนหายใจของใครบางคนที่กำลังหมดความอดทน พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ปลายนิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำบางเฉียบชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ เธอไม่ได้มาที่นี่ในฐานะแขกผู้ได้รับเชิญ และแน่นอนว่ารวินท์ย่อมไม่ได้เตรียมชาอุ่น ๆ รอไว้ต้อนรับทนายความสาวผู้หมกมุ่นอยู่กับการหาคำตอบ ห้องทำงานส่วนตัวของรวินท์บนชั้นสถาปนิกอาวุโส แตกต่างจากสำนักงานกฎหมายที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารและตรรกะอันแข็งกระด้างโดยสิ้นเชิง ที่นี่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของไม้เก่า สีน้ำมัน และกระดาษร่างสถาปัตยกรรมที่ถูกขยำทิ้งเกลื่อนกลาด ราวกับความคิดในหัวของเจ้าของห้องถูกขับออกมาเป็นรูปธรรมผ่านเศษซากความรกรุงรังเหล่านี้ ผ้าม่านสีทึบถูกปิดสนิท ป้องกันไม่ให้แสงไฟจากถนนด้านล่างสาดส่องเข้ามาเปิดเผยความลับใด ๆ มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านกระจกเงาบานใหญ่ สะท้อนเงาร่างของเธอให้ดูโดดเดี่ยวและเปราะบาง "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ รวินท์..." พิมพ์มาดาพึมพำกับความว่างเปล่า เสียงของเธอดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของตัวเอง สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ สมองของนักกฎหมายทำงานด้วยความเร็วสูงสุด เธอรู้ดีว่าเวลาคือสิ่งฟุ่มเฟือยที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้ รวินท์ไม่ใช่คนสะเพร่า หากเขาซ่อนหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับคดีนี้ไว้ มันย่อมไม่ได้วางอยู่บนโต๊ะทำงานโล่ง ๆ ให้หยิบฉวยได้ง่ายดาย แต่มันควรจะเป็นสิ่งที่ถูกอำพรางไว้ด้วยสุนทรียะ—ตามแบบฉบับของผู้ชายที่มองโลกผ่านบทกวีและงานศิลปะ เธอตรงไปยังชั้นหนังสือไม้สักทองที่เรียงรายไปด้วยตำราสถาปัตยกรรมและวรรณกรรมคลาสสิก ปลายนิ้วสัมผัสไปตามสันหนังสือแต่ละเล่ม ความเย็นยะเยือกของกระดาษส่งผ่านเข้ามาถึงผิวเนื้อ พิมพ์มาดาวิเคราะห์จากพฤติกรรมทางจิตวิทยาของเขา รวินท์เป็นคนหลงใหลในความสมบูรณ์แบบที่มีรอยตำหนิ (Wabi-Sabi) หนังสือเล่มไหนที่มีร่องรอยการเปิดอ่านซ้ำ ๆ เล่มนั้นย่อมมีความหมายพิเศษ และเธอก็พบมัน สันหนังสือของรวมบทกวีของพอล วาเลรี (Paul Valéry) เผยอออกเล็กน้อยอย่างผิดปกติ เมื่อเธอดึงมันออกมา กล่องไม้ขนาดเล็กที่ฝังอยู่ด้านหลังชั้นหนังสือก็เลื่อนเปิดออกตามกลไกซ่อนเร้น หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบ ความตื่นเต้นพุ่งพล่านขึ้นมาถึงลำคอ แต่มันถูกกดทับไว้ด้วยความสุขุมเยือกเย็นตามสัญชาตญาณของการเป็นมืออาชีพ ภายในกล่องนั้นไม่มีเอกสารทางกฎหมาย ไม่มีตัวเลขบัญชี หรือหลักฐานทางการเงินใด ๆ ที่เธอคาดคิดไว้... มีเพียงสมุดบันทึกปกหนังสีดำเก่าคร่ำคร่าหนึ่งเล่ม และรูปถ่ายโพลารอยด์ใบเดียว พิมพ์มาดาหยิบรูปถ่ายขึ้นมาดู ท่ามกลางความมืดสลัว ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ภาพนั้นคือภาพถ่ายวัยเด็กของเธอเอง—เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่ยืนอยู่หน้าศาลฎีกาในวันที่ฝนพรำ วันที่ความยุติธรรมมาถึงช้าเกินไปจนกลายเป็นความอยุติธรรม มือของเธอสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว ความเย็นเยียบไม่ได้มาจากอากาศรอบตัวอีกต่อไป แต่มันมาจากความจริงที่ว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่คู่กรณีทางคดี หรือสถาปนิกที่มีรสนิยมแปลกประหลาด รวินท์รู้จักเธอ... รู้จักปมในใจที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ลึกที่สุดมาตลอดชีวิตอย่างทะลุปรุโปรด พลัน, แสงไฟสว่างวาบทั้งห้องก็สว่างจ้าขึ้นจนเธอต้องหยีตาลงด้วยความแสบตา "การแอบเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต... ผิดกฎหมายอาญามาตราไหนหรือครับ คุณทนายพิมพ์มาดา?" น้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และเจือรอยยิ้มเยارเยาะดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ประตู พิมพ์มาดาหันขวับกลับไปมองทันที รวินท์ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางผ่อนคลาย เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอก มือข้างหนึ่งถือแก้ววิสกี้ที่มีน้ำแข็งกระทบกับแก้วเบา ๆ ดวงตาคมกราบมองเธอนิ่งสนิท เต็มไปด้วยความหมายที่อ่านไม่ออกระหว่างความชื่นชมและความเย้ยหยัน พิมพ์มาดาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกความมั่นคงกลับคืนมา เธอเก็บสมุดบันทึกและรูปถ่ายลงในกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรง ๆ ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏให้เห็นในแววตาคู่นั้น มีเพียงความท้าทายที่ลุกโชนขึ้นเงียบ ๆ "ฉันคิดว่าคุณน่าจะชอบแขกที่ไม่ได้รับเชิญนะ คุณรวินท์... อย่างน้อย ๆ มันก็ทำให้บทกวีของคุณมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง ไม่ใช่แค่ตัวอักษรตาย ๆ บนกระดาษ" พิมพ์มาดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลึก รวินท์หัวเราะในลำคอเบา ๆ เขาเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว ช้า ๆ ทว่ามั่นคง กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและกลิ่นจาง ๆ ของแอลกอฮอล์โชยปะทะบรรยากาศรอบตัว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว จนเธอได้ยินเสียงลมหายใจของเขา "คุณฉลาดเสมอ... พิมพ์มาดา" รวินท์โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย กระซิบชิดริมหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลง "แต่บางครั้ง... การเปิดอ่านหน้าสุดท้ายของหนังสือเร็วเกินไป อาจทำให้คุณพลาดเรื่องราวทั้งหมดที่ผู้เขียนตั้งใจซ่อนไว้" เขายื่นมือมาข้างหน้า ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนปกสมุดบันทึกสีดำในกระเป๋าเสื้อโค้ทของเธอเบา ๆ ผ่านเนื้อผ้า โดยที่เธอไม่ทันได้ขยับตัวถอยหนี "และบางที..." รวินท์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอลึกซึ้ง แววตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายไฟอันตราย "หลักฐานที่คุณตามหา... อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณกำลังถืออยู่ตอนนี้" พิมพ์มาดานิ่งงัน หัวใจเต้นรัวระส่ำด้วยความระแวง เธอกำลังจะเอ่ยปากถาม แต่ก่อนที่คำพูดใดจะหลุดออกจากริมฝีปาก เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากโถงทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมายังห้องทำงานห้องนี้ *ปึง! ปึง! ปึง!* เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบ "ตำรวจครับ! ขอให้เปิดประตูด้วย!" พิมพ์มาดาหันขวับกลับไปมองประตูสลับกับใบหน้าของรวินท์ที่ยังคงประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่าอย่างสมบูรณ์แบบ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรไป2ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%