“ถ้ารู้ว่าบ้านหลังนี้มี ‘ขยะเปียก’ คอยส่งกลิ่นเหม็นเน่า ฉันคงเตรียมน้ำยาฆ่าเชื้อมาด้วยสักสองถังใหญ่ค่ะ”
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เย็นเฉียบดังขึ้นกลางห้องโถงคับแคบ ตัดผ่านบรรยากาศตึงเครียดที่แขกไม่ได้รับเชิญกำลังสร้างขึ้นอย่างจงใจ ลินดาก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาด้วยท่าทีผ่อนคลาย มือเรียวบางปัดเศษฝุ่นที่มองไม่เห็นบนเสื้อผ้าอย่างไม่แยแส ราวกับป้าสะใภ้จอมจุ้นจ้านและญาติห่างๆ ที่ยกโขยงกันมาทำหน้าหนาอยู่ในบ้าน เป็นเพียงฝุ่นผงที่เธอพร้อมจะปัดทิ้งได้ทุกเมื่อ
ป้าชบา หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจนเนื้อสั่น หล่อนอุตส่าห์หอบหิ้วตะกร้าใส่ลูกพลับเขียวๆ ช้ำๆ มาทำทีเป็นเยี่ยมเยียน เพื่อหวังจะเข้ามาป่าวประกาศเรื่องที่ลินดาเคยทำตัวเหลวไหลในอดีตให้ร้อยเอกศิลาฟังซ้ำๆ เผื่อสามีภาระคู่นี้จะหย่าร้างกันเร็วขึ้น แต่ยายเด็กนี่... กลับกล้าใช้คำว่า ‘ขยะเปียก’ เปรียบเปรยพวกหล่อนอย่างหน้าตาเฉย!
“นัง... นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!” ป้าชบาตบโต๊ะไม้เสียงดังลั่นจนถ้วยชาสั่นกระเจิง “นี่หรือคือวิธีที่บ้านดีๆ เขาอบรมสะใภ้กัน! ทำตัวปีจอใส่ผู้หลักผู้ใหญ่ ไร้สัมมาคารวะ ศิลา! ดูเอาเถอะหลานรัก แกทนอยู่กับผู้หญิงปากปีจอคนนี้ไปได้อย่างไร รังแต่จะพาตระกูลเสื่อมเสีย!”
ศิลานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาว ใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหินผายังคงเรียบเฉย ทว่าดวงตาสนธยากลับหรี่ลงเล็กน้อย เขามองภรรยาที่เพิ่งเดินเข้ามาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้หรืออาละวาดกรีดร้องเหมือนคนเสียสติ ลินดาในยามนี้ยืนหยัดอย่างสง่างาม แววตาวาวโรจน์คู่นั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจที่แม้แต่ทหารผ่านศึกอย่างเขายังอดที่จะทึ่งไม่ได้
“ท่านป้าคะ...” ลินดายิ้มหวาน เป็นรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษไว้ครบถ้วน เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะอาหาร ชEโงกหน้ามองตะกร้าผลไม้เน่าๆ ในมืออีกฝ่าย “เอาของใกล้เน่าพวกนี้มาฝาก ถึงท้องฉันจะท้องว่าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นถังขยะเปียกหลังบ้านนะคะที่จะต้องรับของเหลือเดนจากใคร”
“เธอ—!”
“อีกอย่าง...” ลินดาไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้โวยวายต่อ เธอยกมือขึ้นห้ามด้วยท่าทีราতিครูใหญ่กำลังอบรมเด็กอนุบาล “บ้านหลังนี้ศิลาเป็นคนหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย และตอนนี้ฉันคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย สิทธิ์ในการต้อนรับแขก... อยู่ที่ฉันค่ะ ไม่ใช่คุณป้าที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาราวกับเป็นเจ้าของบ้าน”
บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ป้าชบาน้ำตาร่วงด้วยความแค้นเคือง หันไปหมายจะฟ้องหลานชายทหาร “ศิลา! แกดูเมียแกส–”
“พอได้แล้วครับคุณป้า”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นขัดจังหวะ ศิลาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เครื่องแบบทหารปลดกระดุมคอเสื้อออกเล็กน้อยเพื่อระบายความอึดอัด เขากวาดสายตาคมกริบมองญาติผู้ใหญ่ที่ชอบทำตัวเป็นปลิงดูดเลือด “สิ่งที่ลินดาพูด... ไม่ได้มีตรงไหนผิดเลยครับ ที่นี่บ้านของผม ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไร เชิญครับ”
คำว่า ‘เชิญ’ ของนายทหารหนุ่มนั้นหนักแน่นและเย็นชาเสียจนป้าชบากับพรรคพวกหน้าซีดเผือด รู้ตัวดีว่าวันนี้คงไม่ได้ผลประโยชน์อะไรกลับไป แถมยังโดนตบหน้ากลางอากาศจนชาไปทั้งแถบ พวกหล่อนจึงทำได้เพียงสะบัดก้นเดินหนีออกไปพร้อมกับคำบ่นพึมพำด้วยความแค้นใจ
ประถูกปิดลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจยาวๆ ของความเงียบสงบ
ลินดาหันกลับมา เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากขอโทษที่ทำให้บ้านวุ่นวาย สายตาก็ปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของสามีที่ยืนกอดอกจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว ดวงตาคมคายคู่นั้นมีความระuกสงสัยและความสนใจระคนกันอย่างชัดเจน
“เธอเปลี่ยนไปมาก... ลินดา” ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าจริงจัง “เธอไม่เหมือนเดิมเลยสักนิด”
“ความเปลี่ยนแปลงมีไว้สำหรับคนที่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้นค่ะคุณสามี” ลินดาตอบกลับทันควัน ดวงตากลมโตสบตาเขาตรงๆ ไม่มีอาการหลบเลี่ยง “หรือคุณศิลาชอบภรรยาคนเดิมที่เอาแต่สร้างหนี้และร้องไห้งอแงมากกว่ากันล่ะคะ?”
ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพจำของภรรยาคนเก่าที่เอาแต่สร้างความปวดหัวผุดขึ้นมาในหัว แต่เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าในตอนนี้... ผู้หญิงที่มีประกายไฟแห่งความฉลาดเฉลียวอยู่ในดวงตา และกล้าหาญพอที่จะปกป้องบ้านหลังนี้จากญาติผู้สูบเลือด เขาก็พบว่าตนเองไม่อาจจินตนาการถึงภาพภรรยาคนเก่าได้อีกต่อไปแล้ว
มุมปากหยักลึกของนายทหารหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหายากที่นานๆ ครั้งถึงจะได้เห็น “...แบบนี้ดีกว่าเยอะ”
ลินดาแอบพ่นลมหายใจโล่งอกในใจอย่างรวดเร็ว อย่างน้อยก้าวแรกในการลบภาพจำเดิมๆ ก็ถือว่าสำเร็จไปครึ่งทางแล้ว ทว่า... ท้องไส้ที่ส่งเสียงร้องโครกคราดขึ้นมาเบาๆ กลับทำลายบรรยากาศอันน่าค้นหาระหว่างสามีภรรยาลงเสียสนิท
ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ลินดากะพริบตาปริบๆ แก้เขินด้วยการยกมือขึ้นเกาแก้ม “เอ่อ... พอดีเมื่อเช้าฉันมัวแต่ยุ่งกับการจัดระเบียบตู้เก็บของในห้องครัว จนลืมทานข้าวเช้าไปเลยค่ะ”
แทนที่จะพูดจาถางถางเหมือนทุกที ศิลากลับเดินเลี่ยงหายเข้าไปในครัวเล็กๆ ก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกับถุงกระดาษสีน้ำตาลห่อใหญ่ในมือ เขาวางมันลงบนโต๊ะไม้ด้วยท่าทางนิ่งๆ แต่ใบหูทั้งสองข้างกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด
“ฉัน... แวะซื้อซาลาเปากับโจ๊กหมูร้อนๆ มาจากโรงอาหารค่ายทหารระหว่างทางกลับบ้าน” ศิลาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น น้ำเสียงติดจะห้วนๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า “ถ้าเธอไม่รังเกียจอาหารหยาบๆ แบบนี้... ก็ทานรองท้องไปก่อนเถอะ”
ลินดามองห่ออาหารในมือด้วยความประหลาดใจ นายทหารสายซึนคนนี้... นอกจากจะปากแข็งแล้ว ยังแอบใส่ใจคนอื่นเก่งไม่เบาเลยนี่นา
ทว่า ในฐานะอดีตนักโภชนาการผู้ยึดมั่นในคุณภาพอาหาร ซาลาเปาแป้งหนาๆ กับโจ๊กจืดชืดในถุงกระดาษนั้น... มันช่างห่างไกลจากคำว่า ‘อาหารที่คู่ควรกับการปรนนิบัติสามี’ หรือแม้แต่การเยียวยากระเพาะอันบอบบางของเธอลิบลับ!
“อาหารพวกนี้เอาไว้ให้ทหารเกณฑ์กินประทังชีวิตในยามฉุกเฉินเถอะค่ะคุณสามี” ลินดาหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายแห่งความท้าทาย “ถ้าคุณอยากรู้ว่าฝีมือภรรยาคนนี้ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล... อะแฮ่ม ในระดับความอร่อยขั้นเทพนั้นเป็นอย่างไร รออีกสักครู่เถอะค่ะ”
ว่าแล้ว ลินดาก็หมุนตัวเดินหายเข้าไปในครัวทันที ทิ้งให้ศิลานั่งงงงันกับคำพูดที่เขาไม่เข้าใจความหมายนัก
ภายในมิติห้างสรรพสินค้าที่ซ่อนอยู่ ลินดากวาดสายตาเลือกวัตถุดิบชั้นเลิศอย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวหยิบ ‘หมูสามชั้น’ เนื้อแน่นแทรกมันลายหินอ่อนสีชมพูสวยงาม ออกมาจากช่องแช่แข็งพิเศษ ตามด้วยรากผักชี กระเทียม พริกไทยเม็ดชั้นดี น้ำตาลกรวดสีทอง น้ำปลาแท้กลิ่นหอมละมุน และซีอิ๊วดำฉ่ำเคี่ยวจนได้ที่
“ในเมื่อวันนี้ต้องตอกหน้าพวกญาติจอมปลอมและมัดใจสามีสายซึน เมนูที่จะกู้ศักดิ์ศรีของภรรยาคนนี้ได้ดีที่สุด... ก็ต้องเป็นนี่เลยค่ะ!”
เสียงมีดกระทบเขียงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หมูสามชั้นถูกหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำอย่างประณีต ลินดาเปิดเตาไฟ ตั้งหม้อดินเผาใบเก่ง เติมน้ำมันหมูเล็กน้อยแล้วนำหมูสามชั้นลงไปจี่จนหนังตึงและน้ำมันส่วนเกินละลายออกมา ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้องครัว กลิ่นหอมของเนื้อหมูย่างไฟอ่อนๆ ผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศที่เธอโขลกจนละเอียด คละคลุ้งจนลอยลอดผ่านช่องหน้าต่างออกไปปะทะจมูกของคนที่นั่งรออยู่ด้านนอก
ศิลาที่กำลังนั่งอ่านรายงานทางทหารอยู่ถึงกับชะงักมือ จมูกโด่งเป็นสันสูดกลิ่นหอมล้ำลึกที่ลอยมาแตะจมูกเข้าเต็มแรง กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยวที่เริ่มคาราเมลไลซ์ ผสมกับกลิ่นหอมฉุนของพริกไทยและรากผักชี ทำให้ต่อมรับรสในปากของเขาทำงานอย่างฉับพลันโดยไม่ต้องสั่งการ
นี่มัน... กลิ่นบ้าอะไรกันทำไมถึงได้ยั่วยวนชวนให้ท้องร้องได้ขนาดนี้?
ในครัว ลินดายังคงบรรจงเคี่ยวหมูสามชั้นด้วยไฟอ่อน ปิดฝาหม้อดินแล้วปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมัน น้ำซุปเข้มข้นซึมซาบเข้าสู่เนื้อหมูทีละน้อยจนเปื่อยนุ่มละมุนลิ้น เธอแอบแกล้งหยดน้ำผึ้งป่าจากมิติพิเศษลงไปตัดรสชาติเล็กน้อย เพื่อให้ความหวานกลมกล่อมเคลือบผิวทุกชิ้นอย่างลงตัว
ผ่านไปเกือบชั่วโมง เสียงเดือดปุดๆ ของน้ำซุปในหม้อดินก็เงียบลง พร้อมกับการเปิดฝาหม้อที่เผยให้เห็น...
ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมตลบอบอวลจนแทบจะเรียกวิญญาณคนให้หลุดลอย หมูสามชั้นสีน้ำตาลเข้มมันเงาวับ ราวกับเคลือบด้วยแก้วใส ชิ้นเนื้อเปื่อยนุ่มจนแทบจะละลายหายไปในปากทันทีที่สัมผัสลิ้น ตกแต่งด้วยผักชีสดสีเขียวขจีตัดกันอย่างลงตัว
ลินดาตัก ‘หมูสามชั้นตุ๋นละลายในปาก’ ใส่ลงในชามเซรามิก ลายครามโบราณอย่างพิถีพิถัน เธอยิ้มกริ่มเมื่อนึกถึงสีหน้าของสามีจอมเย็นชาที่จะได้ลิ้มลองมันเป็นคนแรก
หญิงสาวเดินถือถาดอาหารร้อนๆ ออกมาด้วยความระมัดระวัง วางมันลงตรงหน้าศิลาที่ตอนนี้เงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ดวงตาคมคายคู่นั้นจ้องมองชามกระเบื้องตรงหน้า ราวกับมันคือสมบัติล้ำค่าที่หาไม่ได้จากที่ใดในแผ่นดินนี้
“เชิญค่ะคุณสามี...” ลินดาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของชายหนุ่ม น้ำเสียงหวานละมุนเจือความเย้ายวนใจ “หมูสามชั้นตุ๋นละลายในปาก... พิสูจน์ด้วยตัวคุณเองสิคะว่า ภรรยาคนนี้ ‘ไร้ค่า’ อย่างที่คนพวกนั้นพูดหรือเปล่า”
ศิลาไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาสักคำ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาหยิบตะเกียบไม้ขึ้นมาด้วยอาการสั่นเทาเล็กน้อย ความหอมกรุ่นของอาหารตรงหน้ากำลังท้าทายความอดทนทั้งหมดที่เขามี
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะคีบชิ้นเนื้อนุ่มเข้าปากนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยความตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามา
“ร้อยเอกศิลา! แย่แล้วครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่แปลงนาส่วนกลางแล้ว! สินค้าล็อตแรกที่คุณลินดาฝากไปขาย... ถูกคนกลุ่มหนึ่งบุกเข้าไปพังจนเสียหายหมดเกลี้ยงแล้วครับ!”
มือของศิลาที่ถือตะเกียบชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีนิลเข้มข้นราวยมทูตที่พร้อมจะปลิดชีพใครก็ตามบังอาจมาขัดขวางความสุขในบ้านของเขาในวินาทีนี้!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนการเดินทางของลินดานะคะ บทหน้าเรามาลุยเอาคืนพวกตัวแสบให้สะใจกันไปเลยค่ะ!
เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร•ตอนที่ 7
เมนูหมูสามชั้นตุ๋นละลายในปาก
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!