ดวงตาของลินดาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่เงาร่างภายใต้หมวกปีกกว้างนั้นเงยขึ้น ปลายนิ้วที่ถือตะกร้าหวายเผลอเกร็งแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา รอยยิ้มเย็นเยียบที่เธอคาดว่าจะได้เห็นกลับถูกแทนที่ด้วยใบหน้าเรียบเฉยและแววตาเรียบสนิทของ "ผู้กองเฉิน" สหายร่วมรบคนสนิทของศิลา ที่ก้าวออกมาจากมุมมืดของตรอกแคบหลังสถานีรถไฟ พร้อมกับจดหมายราชการฉบับหนึ่งในมือ
"ตกใจหมดเลยหรือครับ... อ้อ ขออภัยคุณลินดา ผมหมายถึง... ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ตกใจครับ" ผู้กองเฉินรีบเปลี่ยนสรรพนามและสำ Voice ทันทีเมื่อเห็นสายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนที่ส่งมาจากร่างสูงใหญ่ของร้อยเอกศิลา ซึ่งก้าวเข้ามาบังร่างบางของภรรยาไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ
"มีธุระอะไรด่วน ถึงต้องมาดักรอถึงหลังบ้านพัก" ศิลาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำลงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวของนายทหารหนุ่มแผ่ไอเย็นเยียบออกมาอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ดีว่าภรรާของเขากำลังอยู่ในช่วงเวลาพักผ่อนในวันหยุดยาวที่หาได้ยากยิ่ง การถูกขัดจังหวะด้วยเรื่องราชการจึงเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการ
ลินดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เธอยื่นมือไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ เป็นเชิงห้ามปรามไม่ให้เขาใช้ความรุนแรงกับสหายสนิท ก่อนจะก้าวออกมาเคียงข้างและเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "ไม่เป็นไรค่ะพี่ศิลา... ผู้กองเฉินคงมีเรื่องจำเป็นจริงๆ ถึงได้มาหาเราในวันหยุดแบบนี้ใช่ไหมคะ?"
ผู้กองเฉินลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปะทะเข้ากับสายตาของทั้งสองสามีภรรยา คู่นี้ช่างน่ากลัวขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะร้อยเอกศิลาที่ตอนนี้รัศมี "คนคลั่งรัก" แผ่ซ่านจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินที่น่ารำคาญ "คือ... ทางกองบัญชาการมีคำสั่งด่วนครับ แต่ไม่ใช่เรื่องของผม... มันคือเอกสารอนุมัติวันลาพักร้อนพิเศษของคุณศิลาต่างหากล่ะครับ สามวันเต็มๆ โดยไม่มีภารกิจแทรกแซง"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศที่ตึงเครียดก็พลันมลายหายไปในพริบตา ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงทันทีเมื่อก้มลงมองภรรยาสาวที่ตอนนี้ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความยินดี วันหยุดสามวันเต็มๆ ในยุค 70 ที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความกดดันเช่นนี้ ถือเป็นของขวัญที่ล้ำค่ายิ่งกว่าทองคำแท่งเสียอีก
"กลับบ้านกันเถอะค่ะ" ลินดายิ้มกว้างจนลักยิ้มข้างแก้มบุ๋มลงไป เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของนายทหารผู้เคร่งขรึมกระตุกวูบอย่างไร้เหตุผล
ตลอดเส้นทางเดินกลับบ้านพักในค่ายทหาร ทั้งสองไม่ได้เอื้อบเอ่ยคำหวานเลี่ยนอันใด ทว่าความเงียบงันกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่เกาะเกี่ยวหัวใจ สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมมือเรียวเล็กของเธอไว้ตลอดทาง ทำให้ลินดารู้สึกราวกับว่าโลกใบนี้ต่อให้จะยากลำบากสักแค่ไหน ขอแค่มีมือคู่นี้ประคับประคอง เธอก็พร้อมจะก้าวผ่านมันไปได้ทั้งหมด
เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ตัวบ้าน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่ลินดาจัดใส่แจกันไว้ยังคงลอยอบอวล ศิลาจัดการถอดเสื้อโค้ทสีเขียวขี้ม้าออก เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างภายใต้เสื้อกล้ามสีขาวที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการเดินทาง ภาพนั้นทำให้นักโภชนาการสาวยุคใหม่อย่างเธอเผลอไล่สายตามองด้วยความชื่นชมในสรีระอันสมบูรณ์แบบอย่างไม่รู้ตัว
"มองอะไรหรือครับภรรยา หรือสามีคนนี้ทำให้อาหารในมื้อนี้ดูน่าอร่อยน้อยลงไปเสียแล้ว?" ศิลาเอ่ยแซ I หยอกเย้าด้วยน้ำเสียงแหบพร่า รอยยิ้มมุมปากที่นานๆ จะปรากฏสักครั้งทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูทรงเสน่ห์จนแทบหยุดหายใจ
ลินดาเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนพวงแก้มที่ขึ้นสีระเรื่ออย่างรวดเร็ว "ใครมองกันคะ... ฉันแค่กำลังคิดต่างหากว่า วันหยุดสามวันนี้เราควรจะเริ่มต้นฉลองด้วยเมนูอะไรดี ถึงจะสม ꩜ กกับความเหน็ดเหนื่อยที่พี่ต้องเผชิญมาตลอดทั้งเดือน"
"ไม่ต้องเป็นเมนูที่หรูหราหรอกครับ..." ศิلاก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว จนแผ่นหลังบางแนบชิดกับผนังห้องครัว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างใบหู เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปาก "ขอแค่เป็นฝีมือเธอ... และมีเวลาได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับผม"
ในมิติลับของห้างสรรพสินค้าที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจ ลินดากวาดสายตาเลือกวัตถุดิบชั้นเลิศอย่างรวดเร็ว หมูสามชั้นคัดพิเศษ น้ำตาลกรวดออร์แกนิก ซีיוขาวชั้นดี และเครื่องเทศจีนนานาชนิด อาหารในความทรงจำที่จะเยียวยาทุกความเหนื่อยล้ากำลังจะถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยมือของเธอเอง
เสียงซู่ซ่าของน้ำมันและน้ำตาลที่เคี่ยวจนกลายเป็นคาราเมลสีอำพันส่งกลิ่นหอมหวานอบอวลไปทั่วห้องครัว ตามด้วยกลิ่นหอมฉุนของขิงและพริกไทยที่ผัดคลุกเคล้าจนเข้าเนื้อ หมูสามชั้นถูกเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ นานนับชั่วโมงจนนุ่มละลายในปาก น้ำซุปเคี่ยวจนข้นเหนียวเคลือบชิ้นเนื้อเป็นเงางาม "หมูพะโล้สูตรโบราณประยุกต์" และ "ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัว" ร้อนๆ ถูกจัดวางลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่าอย่างประณีต
ศิลานั่งมองภรรยาที่กำลังตักข้าวใส่ชามด้วยความทะนุถนอม ดวงตาของเขาฉายแววความสุขที่เอ่อล้นจนแทบปิดไม่มิด ชีวิตแต่งงานที่เริ่มต้นด้วยการ "ขัดดอก" และความเข้าใจผิด ในตอนนี้กลับกลายเป็นวิมานน้อยๆ ที่เขาไม่อยากก้าวออกไปไหนอีกเลย
"ทานให้อร่อยนะคะ" ลินดายื่นตะเกียบให้เขาพร้อมรอยยิ้มหวานหยด
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะตักอาหารเข้าปาก เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างกะทันหัน... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เป็นจังหวะที่รัวเร็วและไร้มารยาทเสียจนบรรยากาศโรแมนติกสลายหายไปในพริบตา
ศิลาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เขาววางตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรง ใบหน้าคมคายกลับมาเย็นชาดั่งน้ำแข็งอีกครั้ง
ลินดาลุกขึ้นยืน ชะโงกหน้ามองผ่านม่านหน้าต่างออกไป และสิ่งที่เธอเห็นภายใต้แสงไฟสลัวหน้าบ้าน ก็ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างลงทันที... ร่างของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังยืนกอดอกด้วยสีหน้าบึ้งตึง พร้อมกับเสียงโวยวายที่ดังแทรกเข้ามาในบ้าน
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นังตัวดี! แกคิดว่าจะหลบหน้าฉันพ้นหรือไง!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความอบอุ่นในครัวของลินดาและผู้กองศิลานะคะ
เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร•ตอนที่ 22
คืนวันอันอบอุ่น
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!