“ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม... นั่นมันหมายจับลับของกองบัญชาการทหารสูงสุดจริง ๆ ด้วย!”
เสียงกระซิบกระซาบด้วยความตกตะลึงดังระงับไปทั่วห้องโถงรับรองของค่ายทหาร เมื่อร้อยเอกศิลา ก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารแผ่นสำคัญในมือ ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์กวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของ “ผู้กองเฉิน” นายทหารยศสูงผู้มักจะวางท่าทางเย่อหยิ่งและคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งครอบครัวของเขาอยู่เสมอ
ลินดายืนนิ่งอยู่เบื้องหลังสามี ร่างเพรียวในชุดเสื้อเชิ้ตสีครีมเรียบร้อยกับกระโปรงผ้าฝ้ายสีเข้มส่งเสริมให้เธอดูลึกล้ำและน่าเกรงขาม เธอยกมือขึ้นกอดอกเบา ๆ ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทันเหตุการณ์ทุกอย่าง ตั้งแต่เอกสารบัญชีลับที่เธอดึงออกมาจากมิติห้างสรรพสินค้าเพื่อส่งมอบให้สามีเมื่อคืน จนถึงแผนการซ้อนแผนที่ทำให้ผู้กองเฉินจนมุมในค่ำคืนนี้
“ผู้กองเฉิน คุณยังมีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม?” เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังของศิลาเอ่ยขึ้น บรรยากาศรอบตัวกดดันจนนายทหารหลายคนถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอ
ผู้กองเฉินหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม เขาพยายามฝืนยิ้มแห้ง ๆ และหัวเราะกลบเกลื่อน “ศิลา... นายพูดเรื่องอะไรกัน หมายจับนี่มันเรื่องเข้าใจผิดแน่ ๆ ฉันรับราชการมานาน จะไปทำเรื่องทุจริตคอร์รัปชันได้อย่างไร...”
“เข้าใจผิดงั้นหรือ?” ลินดาแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน ใบหน้าหวานประดับรอยยิ้มบางเบาที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา “ถ้าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ทำไมบัญชีรับสินบนจากพ่อค้าตลาดมืดถึงมีลายมือชื่อย่อของคุณกำกับไว้ทุกหน้าล่ะคะ หรือว่าคุณจะบอกว่ามีคนปลอมลายมือชื่อคุณได้อย่างแนบเนียนขนาดนั้น ถึงขั้นรู้ว่าคุณซ่อนเงินใต้ดินไว้ที่ไหนบ้าง?”
สิ้นคำพูดของลินดา เอกสารหลักฐานอีกชุดก็ถูกโยนลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างแรง เสียงกระดาษกระทบผิวไม้ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง ทหารหลายนายต่างชะโงกหน้าเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น และเมื่อเห็นตัวเลขมหาศาลที่ถูกยักยอกไปจากงบเสบียงของค่าย เสียงฮือฮาก็พรั่งพรูออกมาทันที
สารวัตรทหารสองนายก้าวเข้ามาประกบตัวผู้กองเฉินอย่างรวดเร็ว แม้เขาจะพยายามดิ้นรนและโวยวาย แต่ด้วยหลักฐานที่แน่นหนาราวกับภูเขาเลากา ทำให้เขาทำได้เพียงส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาที่ศิลาและลินดา ก่อนจะถูกลากตัวออกไปจากห้องท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ
เมื่อภัยคุกคามถูกกำจัดออกไป บรรยากาศในห้องโถงก็เริ่มคลายความตึงเครียดลง ทว่าสายตาของบรรดานายทหารเพื่อนร่วมงานที่มองมายังร้อยเอกศิลาและลินดากลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความเกรงใจตามมารยาท กลายเป็นความชื่นชมและทึ่งในความสามารถอย่างปิดไม่มิด
“ให้ตายเถอะ ศิลา นายซ่อนเพชรเม็ดงามไว้ที่บ้านจริง ๆ ด้วย!” หมวดวิชัย นายทหารหนุ่มรุ่นน้องผู้ขึ้นชื่อเรื่องความตรงไปตรงมา เดินเข้ามาตบไหล่ศิลาเบา ๆ ก่อนจะหันไปโค้งคำนับให้ลินดาอย่างนับถือ “พี่สะใภ้ครับ ผมต้องขอคารวะท่านจริง ๆ แค่พริบตาเดียวก็จัดการโค่นคนใหญ่นิต่าง ๆ ที่คอยเอาเปรียบพวกเราได้ราบคาบแบบนี้ สมแล้วที่เป็นภรรยาของยอดนายทหาร!”
นายทหารอีกหลายคนพากันพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้องต้องกัน หนึ่งในนั้นคือจ่าสิบเอกสมชาย ผู้ผ่านศึกมาโชกโชนและมักจะนิ่งขรึมอยู่เสมอ เขายิ้มกว้างจนเห็นริ้วรอยรอบดวงตา “นั่นสิครับผู้กอง ตั้งแต่วันที่คุณลินดาเข้ามาจัดการเรื่องเสบียงและเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ ในค่าย ชีวิตพวกเราก็ดีขึ้นเยอะ อาหารการกินสมบูรณ์ แถมยังไม่มีใครกล้าเอารัดเอาเปรียบเรื่องเบี้ยเลี้ยงอีกเลย พวกเราโชคดีจริง ๆ ที่ได้พี่สะใภ้คอยดูแล”
ศิลายืนนิ่ง ใบหน้าคมคายเรียบเฉย แต่หากสังเกตให้ดีจะเห็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก ความภาคภูมิใจฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่คม เขาไม่ได้เอ่ยคำถ่อมตัวใด ๆ ออกมา เพราะในใจลึก ๆ เขารู้ดีว่าสิ่งที่ภรรยาตัวน้อยของเขาทำนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
ลินดายิ้มรับคำชมอย่างถ่อมตัว เธอกวาดสายตามองทุกคนด้วยความอบอุ่น “พวกคุณพูดเกินไปแล้วค่ะ ฉันก็แค่อยากให้ทุกคนได้กินอิ่มนอนหลับ และทำงานด้วยความสบายใจเท่านั้นเอง งานในค่ายนี้หนักหนาพออยู่แล้ว ไม่ควรต้องมานั่งกังวลเรื่องคนทุจริตคอยสูบเลือดสูบเนื้ออีก”
คำพูดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้ ยิ่งทำให้เหล่าทหารหาญรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งขึ้นไปอีก หลายคนถึงกับเอ่ยปากชวนกันว่าเย็นนี้จะไปช่วยกันอุดหนุนเมนูเด็ดที่ร้านของลินดาเพื่อเป็นการฉลองความยุติธรรมที่กลับคืนมา
หลังจากการเคลียร์ปัญหาจบลง ศิลาและลินดาจึงขอตัวเดินทางกลับบ้านพักในค่าย ท้องฟ้ายามเย็นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพู ลมหนาวพัดโชยกลิ่นอายดินและต้นสนเข้ามาเบา ๆ สองสามีภรรยาเดินเคียงคู่กันไปตามถนนลูกรัง ท่ามกลางแสงไฟตะเกียงตามรายทางที่เริ่มสว่างไสว
“วันนี้คุณเก่งมาก... หลินหลิน” ศิลาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่มักจะมีให้เธอเพียงผู้เดียว
ลินดาหันไปมองหน้าสามี ดวงตาพราวระยับด้วยความสนุกสนาน “เก่งแล้วมีรางวัลอะไรให้ฉันไหมคะ ผู้กองศิลา?”
ศิลายกมุมปากยิ้ม เขาเอื้อมมือหนาไปกุมมือเรียวนุ่มของภรรยาไว้แน่น สัมผัสอบอุ่นส่งผ่านจากฝ่ามือหนาไปยังหัวใจของเธอ “กลับถึงบ้าน เดี๋ยวผมจะลงมือทำอาหารที่คุณชอบให้ทานเอง เป็นการตอบแทน... ดีไหม?”
“ตกลงค่ะ!” ลินดาตอบรับด้วยความยินดี รอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้าหวาน ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเท้าเข้าสู่เขตรั้วบ้านพัก สายตาของลินดาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่ยืนหลบอยู่มุมมืดใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างบ้าน ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมสีเข้มคลุมศีรษะมิดชิด แต่สิ่งสะดุดตาคือกลิ่นหอมจาง ๆ ของเครื่องเทศแปลกประหลาดที่ลอยมาตามลม—กลิ่นเดียวกับที่เธอเคยพบในสมุดบันทึกของสายลับต่างชาติที่ถูกจับกุมไปเมื่อเดือนก่อน!
ศิลาชะงักฝีเท้าทันทีเมื่อรับรู้ถึงความผิดปกติ ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันดั่งนักล่า เขาดึงลินดามาหลบไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมือขวาที่เอื้อมไปปลดซองปืนพกข้างเอวโดยอัตโนมัติ
“ใครตรงนั้น ออกมา!” ศิลาตะโกนก้อง เสียงคำรามทรงพลังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
เงาร่างนั้นสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวออกมาจากความมืด ช้า ๆ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่น่าขนลุกปรากฏขึ้นภายใต้เงาหมวก... และใบหน้าที่เงยขึ้นมาสบตากับพวกเขานั้น ก็ทำให้ลมหายใจของลินดาแทบสะดุดกักค้างในลำคอทันที!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร•ตอนที่ 21
เสียงชื่นชมจากเหล่าเพื่อนทหาร
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!