"หนังสือเชิญฉบับนี้... ไม่ได้หมายความแค่เกียรติยศ แต่มันคือบัตรผ่านที่เราจะใช้เหยียบย่างเข้าสู่ใจกลางอำนาจของเมืองหลวงค่ะคุณศิลา"
น้ำเสียงของลินดาราบเรียบแต่มั่น
นิ้วเรียวสวยภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดกำลังบรรจงวางกระดาษตราครุฑสีครีมลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำครึ
สายตาของเธอมองลอดผ่านกรอบหน้าต่างกระจกใสที่เพิ่งสั่งตัดพิเศษ
ทอดข้ามแปลงผักสวนครัวออร์แกนิกออกไปยังถนนลูกรังเบื้องหน้า
ที่ซึ่งอนาคตอันมั่งคั่งกำลังรอให้เธอไปกอบโกย
ร้อยเอกศิลายืนกอดอกพิงขอบประตู สายตาคมกริบมองภรรยาสสาวด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา
ในยามนี้ ลินดาในชุดเดรสผ้าฝ้ายเข้ารูปสีฟ้าพาสเทล ดูสง่างามเกินกว่าจะเป็นเพียงสะใภ้บ้านนอกผู้เคยถูกตราหน้าว่าเป็นตัวถ่วง
รอยยิ้มมุมปากของเธอมันช่างเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ชวนให้หัวใจแกร่งของนายทหารหนุ่มเต้นรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ
"เธอวางแผนไว้หมดแล้วสินะ... หลินหลิน"
ศิลาเอ่ยเรียกชื่อเล่นเดิมของเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาคมปลาบกวาดมองเอกสารสัญญาซื้อขายตึกแถวสามชั้นย่านการค้าใจกลางเมืองหลวงที่ซ่อนอยู่ใต้กองตำราอาหาร
นี่ไม่ใช่แค่การไปออกงานเลี้ยงรับรองท่านทูตตามหน้าที่ แต่มันคือหมากตาสําคัญที่ภรรยาของเขาวางไว้เพื่อสลัดภาพลักษณ์คนชนบททิ้งไปชั่วนิรันดร์
"แน่นอนค่ะ" ลินดาหันกลับมา รอยยิ้มพรายปรากฏบนดวงหน้างาม
"ซอสหมักสูตรลับจากมิติลับของฉัน จะทำให้ท่านทูตและแขกบ้านแขกเมืองลืมอาหารเหลาหรูหราไปเสียสนิท
และในเมื่อพวกเราต้องเดินทางเข้าเมืองเพื่อร่วมงานเลี้ยง ฉันก็ไม่คิดจะเช่าโรงแรมแรมแรมรอมให้เสียเงินเปล่าประโยชน์หรอกนะคะ
เงินก้อนโตที่เราเก็บสะสมจากการขายขนมและซอสพริกในตลาดมืด... สมควรแก่เวลาที่จะนำไปลงทุนกับ 'อสังหาริมทรัพย์' เสียที"
คำว่า 'ลงทุน' ในปากของลินดามักจะมาพร้อมกับผลกำไรที่คาดไม่ถึงเสมอ
ศิลาถอนหายใจเบาๆ อย่างจนใจ
ความจริงแล้วเขาเป็นถึงนายทหารยศสูงผู้กุมกำลังพล แต่เรื่องการเงินและการวางแผนชีวิตในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความผันผวนนี้
เขากลับต้องยอมสยบให้ภรรยาตัวน้อยผู้มีมันสมองราวกับปีศาจคำนวณเสียทุกครั้งไป
"เธอแน่ใจนะว่าตึกแถวซอยมังกรทองนั่นคุ้มค่า? ฉันได้ยินมาว่าตึกแถวโซนนั้นทรุดโทรม และเจ้าของเดิมกำลังร้อนเงินถึงขั้นยอมขายตัดราคา
มันอาจจะมีปัญหาซ่อนอยู่ก็ได้" ศิลายังคงมีความระแวดระวังตามสัญชาตญาณของคนเครื่องแบบ
"ปัญหาเหรอคะ? สำหรับคนอื่นมันคือภาระ แต่สำหรับฉัน... มันคือ 'ทองคำที่รอการเจียระไน' ต่างหากล่ะคะ"
ลินดาเดินเข้าไปใกล้สามี มือเรียวแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเครื่องแบบสีเขียวมะกอกอย่างหยอกเย้า
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นแป้งเด็กจางๆ ลอยเข้าจมูกจนศิลาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"จำไว้นะคะคุณสามี ยุค 70 นี้ ใครกุมท้องคนผู้นั้นกุมอำนาจ
แต่ใครกุม 'ทำเลค้าขาย' คนผู้นั้นคือผู้ชนะที่แท้จริง
เราจะเปิดภัตตาคารอาหารฟิวชั่นแห่งแรกในเมืองหลวง ที่ผสานรสชาติดั้งเดิมเข้ากับวัตถุดิบพรีเมียมจากมิติของฉัน
รับรองว่าตระกูลสามีใจร้ายและพวกที่เคยหัวเราเยาะเรา จะต้องอ้าปากค้างจนกรามค้างไปตามๆ กันเลยล่ะค่ะ"
ดวงตาคู่สวยเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความทะเยอทะยานที่ถูกควบคุมไว้อย่างดี
นี่ไม่ใช่ความโลภ แต่มันคือการทวงคืนความยุติธรรมให้แก่เจ้าของร่างเดิม และการสร้างรากฐานที่มั่นคงที่สุดให้แก่ครอบครัว
สามวันต่อมา บรรยากาศภายในงานเลี้ยงรับรองท่านทูตมณฑลใหญ่ ณ สโมสรนายทหารชั้นผู้ใหญ่
อบอวลไปด้วยความหรูหราอลังการ แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลสาดส่องกระทบเครื่องแบบเต็มยศและชุดราตรีผ้าไหมชั้นดี
กลิ่นอายของไวน์ชั้นเลิศและอาหารตะวันตกคละคลุ้งไปทั่วห้องโถงใหญ่
ทว่า ท่ามกลางความตระการตานั้น สายตาทุกคู่กลับต้องหยุดชะงักลง
เมื่อร่างระหงในชุดกี่เพ้าประยุกต์สีมรกตปักลายดิ้นทองก้าวเข้ามาเคียงคู่กับร้อยเอกศิลา
ลินดาก้าวเดินด้วยความมั่นใจ ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยสง่าราศีราวกับดัชเชสผู้สูงศักดิ์
และสิ่งที่ดึงดูดทุกประสาทสัมผัสยิ่งกว่าความงามของเธอ ก็คือกลิ่นหอมเย้ายวนใจที่ลอยละล่องออกมาจากถาดอาหารกระเบื้องเคลือบสีขาวในมือของเธอ
"นั่นกลิ่นอะไร... หอมหวาน เย้ายวน ชวนให้ท้องร้องเสียจริง!"
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากกลุ่มภรรยาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เคยตั้งแง่รังเกียจเธอ
ลินดายิ้มรับอย่างสุภาพ เธอก้าวขึ้นสู่เวทีเล็กๆ ตามคำเชิญ
ก่อนจะบรรจงราด 'ซอสเปรี้ยวหวานสูตรพิเศษ' (ที่แอบปรุงแต่งด้วยสมุนไพรจากมิติห้างสรรพสินค้า)
ลงบนเนื้อปูทอดกรอบสีทองอร่าม ควันฉุยพร้อมกลิ่นหอมกรุ่นที่เตะจมูกทำเอาท่านทูตต่างชาติถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
เพียงคำแรกที่ท่านทูตตักเข้าปาก ดวงตาของท่านก็เบิกกว้างด้วยความทึ่ง รสชาติที่ซับซ้อนทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ดปลายลิ้น และความกรอบนอกนุ่มในที่ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ห้องจัดเลี้ยงทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงปรบมือเกรียวกราว
ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่แค่คำชมเชย แต่มันคือใบเบิกทางที่ทำให้ชื่อของ 'ลินดา' กลายเป็นที่เลื่องลือในชั่วข้ามคืน
ตกดึกคืนนั้นเอง หลังจากจัดการเรื่องเอกสารซื้อขายตึกแถวในเมืองหลวงเสร็จสิ้น
ลินดากำลังนั่งนับเงินสดมัดจำก้อนแรกในห้องพักรับรองของโรงแรมด้วยความอารมณ์ดี
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ
ศิลากล่าวขอตัวไปเปิดประตูด้วยใบหน้าสงสัย คิดว่าเป็นรูมเซอร์วิสหรือเจ้าหน้าที่โรงแรม
ทว่า เมื่อประตูไม้บานใหญ่เปิดออก...
ร่างของชายสูงวัยในชุดสูทจีนโบราณปักลายอินทรีเงิน ผู้มีใบหน้าคมคายและดวงตาที่ทรงอำนาจจนน่าสะพรึงกลัว กำลังยืนยันยิ้มเย็นชาอยู่หน้าห้อง
ข้างกายเขาคือเลขาหนุ่มที่ถือหีบไม้แกะสลักลวดลายประหลาด
"ไม่เจอกันนานนะ... หลานสะใภ้ตัวดี หรือฉันควรจะเรียกว่า 'คุณลินดา' เจ้าของสูตรอาหารร้อยล้านคนใหม่ดีล่ะ?"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้น ทำเอาลมหายใจของร้อยเอกศิลาสะดุดกึกในทันที
ชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งตระกูลใหญ่ผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของมณฑลเหนือ... ปรากฏตัวขึ้น ณ หน้าห้องพักของพวกเขาแล้ว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนการเดินทางครั้งนี้เสมอนะคะ
เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร•ตอนที่ 26
ขยายสู่เมืองหลวง
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!