เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร•ตอนที่ 19

จดหมายจากแนวหน้า

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ถ้าพวกคุณยังกล้าก้าวขาเข้ามาเหยียบเขตบ้านพักทหารแห่งนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันคงต้องเรียนร้อยเอกศิลาให้ส่งเรื่องรายงานพฤติกรรมฉ้อฉลของพวกคุณให้ผู้บัญชาการค่ายรับรู้เสียหน่อยแล้วกระมังคะ?" น้ำเสียงหวานใสแต่เฉียบคมราายใบมีดอาบยาพิษของลินดา ดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบยามพลบค่ำของเขตบ้านพักนายทหาร หลินอี้และสะใภ้ใหญ่ตระกูลหลินที่บุกมาหวังจะกรรโชกทรัพย์และเรียกร้องเงินค่าเลี้ยงดูจากความสำเร็จของเธอในตลาดมืด ถึงกับหน้าซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด พวกเขาถอยกรูดออกไปจากรั้วไม้ไผ่แทบไม่ทัน เมื่อเห็นสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของลินดาที่ไม่มีความเกรงกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี!" เสียงตะโกนอาฆาตมาดร้ายดังแว่วมาจากความมืด ก่อนที่ร่างของญาติผู้เอาเปรียบเหล่านั้นจะวิ่งหนีหายลับไปอย่างไร้ศักดิ์ศรี ลินดากลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกขัน เธอปัดมือที่เปื้อนฝุ่นเล็กน้อยก่อนจะหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับความจริงภายในบ้าน บรรยากาศรอบตัวยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศจากมื้อค่ำที่เพิ่งผ่านพ้นไป แต่ดูเหมือนว่ามื้อเย็นวันนี้ สามีของฉันคงต้องช่วยภรรยาเคลียร์บัญชีชีวิตให้พวกเขาสักหน่อยแล้วล่ะค่ะ... ทว่า เมื่อกวาดสายตามองไปทั่วห้องโถง กลับไร้เงาร่างสูงใหญ่ของร้อยเอกศิลา มีเพียงซองจดหมายสีน้ำตาลหนาปึกวางอยู่บนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง พร้อมถาดกระเบื้องเคลือบที่บรรจุขนมเปี๊ยะไส้ทะลักร้อนๆ ซึ่งเขาน่าจะแอบไปซื้อหรือลงมือทำมันขึ้นมาด้วยความเก้ๆ กังๆ ระหว่างที่เธอติดพันกับการจัดการปัญหาหน้าบ้าน ลินดาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ นิ้วเรียวเรียวยาวหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมาพิจารณาตราประทับ ลายมือตัวบรรจงหนาหนักและเป็นระเบียบเรียบร้อยจนสะท้อนถึงตัวตนของเจ้าของได้อย่างชัดเจน—นี่คือลายมือของสามีหนุ่มผู้เงียบขรึมและมักจะสื่อสารด้วยการกระทำมากกว่าคำพูดเสมอ *ถึง... ลินดา* เพียงแค่คำขึ้นต้น ดวงตาคู่สวยก็ไหววับด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ปกติแล้วศิลาไม่เคยเรียกเธอด้วยชื่อนี้ตรงๆ ในยามที่อยู่กันตามลำพัง เขามักจะใช้คำว่า "เธอ" หรือไม่ก็เงียบใส่ด้วยความประหม่าเสมอ *ฉันไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นเขียนความรู้สึกอัดอั้นตันใจเหล่านี้อย่างไรดี ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่วันแรกที่คุณก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ด้วยสถานะที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงใจ ฉันยอมรับตามตรงว่าฉันมองคุณเป็นเพียงภาระ เป็นความรับผิดชอบที่ผู้บังคับบัญชายัดเยียดให้เพื่อผูกมัดฉันไว้กับอดีตที่ผิดพลาด ฉันจึงเลือกที่จะใช้วิธีเย็นชาและสร้างกำแพงหนาเตอะขึ้นมาเพื่อปกป้องความรู้สึกของตัวเอง* ลินดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่สายตากวาดอ่านตัวอักษรทีละบรรทัด บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดึงให้ช้าลง เสียงจิ้งหรีดนอกหน้าต่างเงียบหายไป ราวกับโลกทั้งใบเหลือเพียงถ้อยคำสารภาพจากหัวใจที่ด้านชาของนายทหารหนุ่ม *แต่คุณเปลี่ยนไป... ตั้งแต่วันที่คุณลุกขึ้นมาปฏิวัติห้องครัวหลังนั้น ลุกขึ้นมาสู้กับคนพวกนั้นด้วยรอยยิ้มที่เฉียบคมและดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความเชื่อมั่น ฉันเฝ้ามองดูคุณเติบโตในแบบของคุณ เฝ้ามองดูความสามารถในการเนรมิตวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็นอาหารรสเลิศที่ทำให้ทั้งตลาดมืดต้องสั่นสะเทือน และที่สำคัญที่สุด... คุณทำให้บ้านหลังนี้ที่เคยหนาวเหน็บและว่างเปล่า กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาจริงๆ* *ฉันเป็นทหาร... อาชีพของฉันคือการปกป้องประเทศชาติและรักษาความสงบเรียบร้อย แต่สารภาพตามตรงว่า หน้าที่ที่ยากที่สุดในชีวิตของฉัน กลับเป็นการปกป้องหัวใจตัวเองไม่ให้หลงรักภรรยาขัดดอกคนนี้... ให้ตายเถอะ ลินดา ฉันตกหลุมรักคุณเข้าให้แล้ว ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกที โลกทั้งใบของฉันก็มีแต่รอยยิ้มของคุณไปเสียแล้ว* มือที่ถือจดหมายสั่นเทาเล็กน้อย ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นมาจากกลางหน้าอก ลินดาไม่เคยคิดเลยว่าภายใต้ใบหน้าเคร่งขรึมและท่าทีเย่อหยิ่งราวกับหินผาของร้อยเอกศิลา จะซ่อนเร้นความรู้สึกที่ลึกซึ้งและร้อนแรงเอาไว้มากขนาดนี้ ข้อความในกระดาษแผ่นนี้ไม่ได้มีคำหวานเลี่ยน แต่ทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นและจริงใจราวกับคำปฏิญาณตนของลูกผู้ชาย *ถ้าหากวันพรุ่งนี้... ฉันต้องถูกส่งตัวไปปฏิบัติภารกิจแนวหน้าตามคำสั่งเร่งด่วน สิ่งเดียวที่ฉันเป็นห่วงและกังวลที่สุด ก็คือความปลอดภัยและรอยยิ้มของคุณ หากคุณต้องการอิสระ... เอกสารหย่าที่ฉันลงชื่อไว้เรียบร้อยแล้วอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน คุณสามารถหยิบมันไปได้ทุกเมื่อ แต่ถ้าหาก... หัวใจของคุณยังมีพื้นที่ว่างให้ผู้ชายซื่อบื้อคนนี้ ได้โปรด... รอฉันกลับมาจากแนวหน้านะครับ...* ยังไม่ทันที่ลินดาจะอ่านประโยคสุดท้ายจบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่ระเบียงบ้าน พร้อมกับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของยามค่ำคืนและกลิ่นจางๆ ของดินปืนที่ติดตัวนายทหารหนุ่มผู้เพิ่งกลับจากการตรวจเวรยาม เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับร้อยเอกศิลาที่ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงธรณีประตู สีหน้าของเขาซีดเผือดลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าในมือของภรรยามีจดหมายฉบับสำคัญซ่อนอยู่ ดวงตาคมกริบฉายแววตื่นตระหนกและหวาดหวั่นอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ก่อนที่ใครคนใดคนหนึ่งจะได้เอื้อนเอ่ยคำใดออกมา เสียงเคาะประตูรั้วบ้านอย่างรุนแรงและเสียงตะโกนโวยวายด้วยความตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านนายทหารก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ "ผู้กองศิลา! ผู้กองศิลาครับ! แย่แล้วครับ! หน่วยลาดตระเวนเพิ่งส่งข่าวมาจากแนวหน้าชายแดน... กองกำลังไม่ทราบฝ่ายบุกทะลวงแนวป้องกันเข้ามาแล้ว คำสั่งฉุกเฉินถูกส่งตรงถึงผู้กอง ให้รายงานตัวด่วนภายในหนึ่งชั่วโมงนี้ครับ!" หัวใจของลินดากระตุกวูบ ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะหันกลับไปมองหน้าสามี ร่างสูงใหญ่ของร้อยเอกศิลากลับก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ปลายกระบอกปืนพกสั้นประจำกายสะท้อนแสงไฟตะเกียงวับแวม ขณะที่มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นด้วยความร้อนรน "ลินดา... ฟังผมนะ" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความกดดันขั้นสุด "อย่าเพิ่งเปิดลิ้นชักนั้น... และอย่าเพิ่งตัดสินใจอะไรทั้งสิ้น จนกว่าผมจะกลับมา!" *ดัชเชสโพดำขอขอบคุณจากใจจริงที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในบทหน้าค่ะ!*
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%