"ไฟไหม้! แย่แล้วครับ!"
เสียงตะโกนแหบพร่าของพลทหารหนุ่มที่วิ่งหน้าตาตื่นมาหยุดหอบหายใจอยู่หน้าประตูกลางดึกยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ทว่าในยามสายของวันใหม่นี้ ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้มีเพียงแค่กลุ่มควันสีเทาจางๆ ที่ลอยมาจากซากโกดังปลายนาเท่านั้น หากแต่เป็นเสียงทุบประตูไม้หน้าบ้านที่ดังปึงปังด้วยความเกรี้ยวกราด ราจะพังมันลงมาให้ได้
"ลินดา! อีสะใภ้ตัวกาลกิณี เปิดประตูเดี๋ยวนี้! แกทำเสน่ห์ยาแฝดอะไรให้ลูกชายฉันหลงจนหัวปักหัวปำ ถึงกล้าปล่อยให้โกดังเสบียงของกองร้อยวายป่วงขนาดนี้! เปิดเดี๋ยวนี้!"
เสียงแหลมสูงที่แฝงด้วยความริษยาและอำนาจดิบเถื่อนแบบนี้เป็นของใครไปไม่ได้ นอกจาก 'นางชุน' แม่สามีผู้ไม่เคยสร้างสรรค์อะไรให้ครอบครัว นอกจากสร้างหนี้และหาเรื่องกลั่นแกล้งเธอตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าบ้านหลังนี้
ลินดาในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีครามเรียบร้อยแต่ทะมัดทะแมง ค่อยๆ วางตะหลิวไม้ในมือลงบนเคาน์เตอร์ครัว เธอเพิ่งเคี่ยวซอสหมูตุ๋นสูตรลับจากมิติห้างสรรพสินค้าเสร็จหมาดๆ กลิ่นหอมหวานปนเค็มกลมกล่อมของเครื่องเทศจีนและซีอิ๊วชั้นดีลอยอบอวลไปทั่วห้องครัว ตัดกับบรรยากาศตึงเครียดภายนอกได้อย่างสิ้นเชิง ใบหน้ารูปไข่ไม่ได้แสดงความตกใจแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยียบเย็นและรู้ทัน เธอปัดเศษแป้งบางเบาออกจากชายเสื้อ ยืดตัวขึ้นอย่างสง่างาม แล้วเดินนองด้วยฝีเท้ามั่นคงไปที่ประตูหน้าบ้าน
แกร็ก!
บานประตูไม้ถูกกระชากเปิดออกกว้าง นางชุนที่กำลังเงื้อมือจะทุบซ้ำจึงเกือบเซถลาล้มไปข้างหน้า ใบหน้ายับย่นด้วยความโกรธเกรี้ยวบิดเบี้ยวทันทีเมื่อเห็นหน้าลูกสะใภ้ที่นางเกลียดเข้าไส้
"นัง...!"
"ถ้าจะมาโวยวายเรื่องไฟไหม้โกดัง กรุณาใช้สมองไตร่ตรองดูก่อนนะคะคุณแม่" ลินดาชิงพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ดวงตาดั่งกวางสาวจ้องมองผู้สูงวัยกว่านิ่งสนิท "สามีดิฉันเป็นทหารผู้ซื่อสัตย์ เขาอยู่ในกองร้อยตลอดคืนเพื่อสอบสวนเรื่องนี้ ส่วนดิฉันอยู่บ้านทำอาหาร... ถ้าคุณแม่คิดว่าไฟไหม้ครั้งนี้ดิฉันมีส่วนเกี่ยวข้อง ทำไมไม่ไปแจ้งความกับสารวัตรทหารล่ะคะ มายืนแหกปากหน้าบ้านฉันแบบนี้ ชาวบ้านเขาจะหาว่าคุณแม่ไร้การอบรมเอาได้นะ"
"แก! อีปากกล้า! กล้าดียังไงมาสั่งสอนฉัน!" นางชุนหน้าดำคร่ำเครียด นิ้วเหี่ยวย่นชี้หน้าลูกสะใภ้ตัวดีตัวสั่นด้วยความโกรธ "แกมันตัวซวย! ตั้งแต่แกแต่งเข้ามา บ้านเราก็มีแต่เรื่องไม่เว้นแต่ละวัน ไหนล่ะเงินทองที่แกแอบซ่อนไว้? วันนี้ฉันไม่พูดพร่ำทำเพลง ฉันจะมาเอาเงินสวัสดิการก้อนใหม่ของศิลาไปเก็บรักษาเอง ส่งกระเป๋าเงินมาเดี๋ยวนี้!"
นี่คือธาตุแท้ของนางชุน... ข่าวเรื่องไฟไหม้เป็นเพียงข้ออ้าง เป้าหมายที่แท้จริงคือเงินสดก้อนโตที่ร้อยเอกศิลาเพิ่งได้รับจากการปฏิบัติภารกิจพิเศษต่างหาก แม่สามีผู้เห็นแก่ตัวคนนี้ไม่เคยสนใจว่าลูกชายจะเหนื่อยยากแค่ไหน สนใจแค่ว่าเงินนั้นจะไหลเข้ากระเป๋าตัวเองอย่างไร
ลินดายืนกอดอก รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง บรรยากาศรอบตัวของหญิงสาวแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างประหลาด จนคนอายุกว่าชะงักไปชั่วขณะ
"เงินสวัสดิการ? น่าขำเสียจริงนะคะ" ลินดาก้าวเท้าเข้าประชิดทีละน้อย กดดันให้อนางชุนต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "เงินหยาดเหงื่อแรงงานของสามีดิฉัน เอาชีวิตและศักดิ์ศรีไปแลกมา ทำไมดิฉันต้องยกให้คนที่วันๆ เอาแต่เล่นไพ่และรีดไถชาวบ้านอย่างคุณแม่ด้วยล่ะคะ?"
"นัง... นังสะใภ้เนรคุณ!" นางชุนกรี๊ดลั่นด้วยความเหลืออด เงื้อมมือขึ้นหมายจะตบหน้าสะใภ้สักฉาดให้หายแค้น
หมับ!
ทว่าฝ่ามือเหี่ยวย่นนั้นกลับถูกคว้าเอาไว้ได้อย่างมั่นคงจากด้านหลัง แรงบีบที่หนักหน่วงราวกับคีมเหล็กทำให้แม่สามีร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด เมื่อหันไปมองก็พบกับใบหน้าหล่อเหลาที่ถมึงทึงและเย็นชาจนน่ากลัวของบุตรชายแท้ๆ
"ศิลา..." นางชุนหน้าซีดเผือด
ร้อยเอกศิลากลับมาถึงบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศเปื้อนเขม่าควันจางๆ แผ่ไอสังหารและบรรยากาศอันน่าอึดอัดออกมาทั่วบริเวณ ดวงคมกริบกวาดตามองมารดาด้วยความผิดหวังระคนเยพัน
"แม่มาทำอะไรที่นี่ครับ?" น้ำเสียงทุบต่ำเอ่ยถามเรียบสนิท แต่กลับกดดันจนคนฟังแทบหายใจไม่ออก
"ศิลา! แกดูเมียแกสมันซิ มันด่าแม่! มันไม่ยอมให้ความเคารพแม่ แถมยังแอบซ่อนเงินทองไม่ยอมให้เราเอาไปใช้จ่ายในครอบครัวอีก!" นางชุนรีบเปลี่ยนท่าที บีบน้ำตาฟูมฟายฟ้องลูกชายทันทีตามนิสัยถนัด
ศิลาไม่ตอบในทันที เขาเบนสายตาจากมารดามามองภรรยาตัวน้อยที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ดวงตาที่เคยเรียบเฉยอ่อนแสงลงวูบหนึ่งเมื่อเห็นว่าเธอยังคงยืนหยัดปกป้องตนเองและทรัพย์สินของครอบครัวได้อย่างสง่างาม ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นแปลกประหลาดที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ความรู้สึก 'ปกป้อง' ที่มีต่อเธอนับวันทวีความรุนแรงจนยากจะควบคุม
"เงินก้อนนั้นเป็นสิทธิ์ของลินดาครับ" ศิลาหันกลับมาเอ่ยกับมารดาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ไร้เยื่อใย "และต่อจากนี้ไป... บ้านหลังนี้ ทรัพย์สินทุกชิ้น รวมถึงรายได้ของผม ลินดาเป็นคนจัดการทั้งหมด ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง แม้แต่แม่ก็ตาม"
"แก... แกกล้าเนรคุณแม่เพราะอีผู้หญิงคนนี้เหรอศิลา!" นางชุนกรีดร้องอย่างรับไม่ได้ ชี้หน้าทั้งคู่ด้วยความคับแค้นใจ "แกจำไว้เลยนะ! ลูกอกตัญญู! สักวันพวกแกจะต้องพินาศกันให้หมดบ้าน!"
พูดจบนางก็สะบัดหน้าหนี วิ่งหนีเตลิดออกไปด้วยความโกรธแค้นและอับอาย โดยมีเสียงสาปแช่งไล่หลังมาตลอดทาง
บรรยากาศหน้าบ้านกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ลินดาระบายลมหายใจยาวเหยียด คลายแขนที่กอดอกออกแล้วหันไปมองสามีที่ยืนนิ่งอยู่
"คุณทำเกินไปหรือเปล่าคะ เธอเป็นแม่ของคุณนะ" ลินดาเอ่ยถามเสียงเรียบ แม้ในใจจะรู้สึกซาบซึ้งอยู่ไม่น้อยที่เขาเลือกยืนข้างเธอ
ศิลาไม่ตอบคำถามนั้นทันที เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวภรรยา กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกลิ่นเขม่าควันจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ร่างสูงก้มลงมองใบหน้าเนียนใสที่แหงนมองเขา ดวงตาสีเข้มคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร
"สำหรับผม... คนที่ปกป้องบ้านหลังนี้และยืนหยัดเคียงข้างผมในยามวิกฤต มีเพียงคุณคนเดียว" ศิลาเอ่ยเสียงทุบต่ำอย่างจริงจัง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน "อีกอย่าง... กลิ่นหอมจากในครัวของคุณเมื่อครู่ ทำให้ผมลืมความเหนื่อยล้าไปหมดสิ้นแล้ว วันนี้คุณทำเมนูอะไรเป็นรางวัลให้สามีคนนี้บ้างล่ะครับ?"
ลินดากะพริบตาปริบๆ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวกับความแพรพราวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมของนายทหารหนุ่ม ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากตอบโต้อะไร สายตากลมโตก็เหลือบไปเห็นเงาดำลึกลับที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่หลังพุ่มไม้ริมรั้วบ้าน
เงาร่างนั้นทิ้งวัตถุบางอย่างไว้บนพื้นดินหน้าบ้าน ก่อนจะวิ่งหนีหายไปในความสลัวของทุ่งนาอย่างรวดเร็ว
ศิลาผละตัวออกจากภรรยาอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณทหารตื่นตัวเต็มที่ เขาพุ่งตัวไปคว้าวัตถุปริศนานั้นขึ้นมาทันที
มันคือกล่องไม้เก่าแก่ที่ถูกผูกด้วยเชือกฟางอย่างลวกๆ เมื่อเปิดออก กลิ่นฉุนรุนแรงของดินปืนและคราบเขม่าสีดำสนิทก็พวยพุ่งออกมาเตะจมูก พร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า...
*'ไฟไหม้โกดังครั้งนี้ แค่เริ่มต้น... ของจริงกำลังจะมาถึงบ้านพวกแก!'*
ศิลาขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ขณะที่ลินดาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้าง ก้มมองข้อความในกระดาษด้วยแววตาที่ไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากอิ่มจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย
"ดูเหมือนว่า... เรากำลังจะได้ต้อนรับ 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' ที่อันตรายกว่าแม่สามีหลายเท่าแล้วล่ะค่ะคุณศิลา"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" มาโดยตลอดนะคะ!
เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร•ตอนที่ 11
แม่สามีบุกรุก
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!