"ถ้าสะใภ้รองหลินยังกล้าก้าวเท้าเข้าห้องครัวบ้านเราอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะเอาไม้กวาดฟาดให้หลังลาย!"
เสียงหวีดแหลมของป้าสะใภ้ใหญ่ดังทะลุผนังดินเหนียวเก่าคร่ำคร่าออกมาถึงลานบ้าน กลิ่นฉุนของเกลือเม็ดและน้ำมันหมูเก่าๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับฝุ่นละอองยามบ่าย ท่าทีเกรี้ยวกราดของคนตระกูลจ้าวในหมู่บ้านหงส์แดงมักแสดงออกเช่นนี้เสมอ ยามเมื่อพวกเขารู้สึกว่าผลประโยชน์กำลังหลุดลอยไปจากมือ โดยเฉพาะในวันที่ลินดาเดินถือตะกร้าไม่ไผ่สานบรรจุขวดเครื่องปรุงรสสูตรพิเศษที่เธอแอบดึงออกมาจากมิติห้างสรรพสินค้า เพื่อเตรียมทำอาหารกลางวันบำรุงกำลังให้สามี
ลินดายืนนิ่งสงบ เธอไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาเหยียดหยามของแม่สามีและบรรดาญาติผู้พี่ที่มารุมล้อมเหมือนกระต่ายตื่นตูมในอดีต ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นครึ่งส่วน รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความโกรธขึง หากแต่เป็นความสมเพชเวทนาที่เคลือบไว้ด้วยความเฉียบคม
"ป้าสะใภ้ใหญ่พูดเช่นนี้ ระวังลิ้นจะพับเก็บไม่ทันนะคะ..." ลินดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากังวานชัดเจน ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ระเบียงบ้านอีกก้าว "ข้าวสารหนึ่งกระสอบที่ฉันเอามาฝากเมื่อวาน หรือแม้แต่เนื้อหมูสามชั้นที่พวกท่านเอาไปต้มกินกันจนพุงกาง ก็มาจากเงินหยวนที่ฉันกับศิลาหามาด้วยหยาดเหงื่อทั้งสิ้น ถ้าฉันเป็นคนไร้ค่า ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะใช้ห้องครัวนี้... งั้นแปลว่าอาหารที่พวกท่านเคี้ยวกลืนลงท้องไปเมื่อครู่ คงเป็นอาหารที่ไร้ยางอายที่สุดในมณฑลนี้แล้วกระมังคะ?"
"นัง... นังเด็กปากดี!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครือด้วยความโกรธจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นางเงื้อมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนสะใภ้รองผู้ไม่เคยปริปากเถียงมาก่อน
ทว่า—มือเหี่ยวย่นนั้นกลับค้างเติ่งกลางอากาศ
ฝ่ามือหนาใหญ่ราวกับคีมเหล็กคว้าจับข้อมือของป้าสะใภ้ไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้กระดูกลั่นกรอบเบาๆ อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลันราวกับฤดูหนาวมาเยือนก่อนกำหนด
ร้อยเอกศิลาก้าวเข้ามาประชิดตัวภรรยาตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครรู้ ชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่สวมอยู่เปรอะเปื้อนฝุ่นดินเล็กน้อยจากการฝึกภาคสนาม แต่วี่แววความเหนื่อยล้ากลับไม่ปรากฏบนใบหน้าคมคายที่บัดนี้ตึงเครียดราวก้อนศิลา นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองญาติผู้ใหญ่ของตนด้วยแววตาเย็นเยียบไร้คลื่นอารมณ์
"ใครอนุญาตให้แตะต้องภรรยาผมครับ... อ้อ ลืมไป ตระกูลจ้าวคงคิดว่าผมตายไปในกองทัพแล้ว ถึงได้กล้าปฏิบัติกับคนของผมราวกับเป็นทาสรับใช้เช่นนี้"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของศิลาไม่ได้ตะโกน แต่กลับทรงพลังจนทุกคนในลานบ้านต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือด รีบชักมือกลับด้วยความหวาดกลัว นางไม่เคยเห็นหลานเขยคนนี้แสดงท่าทีปกป้องภรรยาอย่างออกนอกหน้ามาก่อน ปกติแล้วศิลาก็แค่ผู้ชายเงียบขรึม เย็นชา และแทบไม่สนใจใยดีผู้หญิงที่ถูกคลุมถุงชนคนนี้ด้วยซ้ำ เหตุใดวันนี้ลมเปลี่ยนทิศทางได้เล่า?
"ศิลา... แกจะมาเข้าข้างนังนี่เหรอ? มันตบะแตกด่าทอผู้หลักผู้ใหญ่ แกไม่เห็นหรือไง!" ป้าสะใภ้ใหญ่พยายามพลิกสถานการณ์โดยการฟ้องร้อง
ศิลาหันกลับมามองภรรยาแวบหนึ่ง สายตาที่เคยเย็นชาอ่อนแสงลงโดยอัตโนมัติเมื่อกวาดสำรวจร่างบางเพื่อดูว่าเธอได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ ก่อนจะหันกลับไปจ้องหน้าป้าสะใภ้ด้วยแววตาที่คมกริบยิ่งกว่าเดิม
"ผมเห็นแค่ว่าภรรยาผมกำลังปกป้องสิทธิ์ของตัวเองจากพวกปล้นกลางวันแสกๆ" ศิลาเอ่ยเสียงกร้าว "นับจากวันนี้เป็นต้นไป ห้องครัวบ้านหลังนี้ และทุกอย่างที่เป็นของลินดา ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องทั้งสิ้น ถ้ายังมีใครกล้ามาก้าวก่ายเรื่องของครอบครัวเราอีก... อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจศักดิ์ศรีความเป็นญาติ"
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดลงทันที ไม่มีใครกล้าปริปากเถียงนายทหารหนุ่มผู้มีรัศมีคุกคามรุนแรงคนนี้ ลินดายืนมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า หัวใจดวงน้อยที่เคยแข็งกระด้างจากการต่อสู้เพียงลำพังมาตลอด กลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากความใส่ใจของสามีสายซึนคนนี้ ทำให้เธอมุมปากกระตุกยิ้มด้วยความพึงพอใจ
ศิลาหันมามองเธอ ถอนหายใจเบาๆ อย่างระอาในความดื้อรั้นที่มักหาเรื่องใส่ตัว แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเอ็นดูฉายชัดอยู่ในแววตา เขาเอื้อมมือไปแย่งตะกร้าไม่ไผ่จากมือเธอมาถือไว้เอง น้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
"ยืนบื้ออยู่ทำไม? ไม่หิวหรือไง หรือจะรอให้ผมอุบุกเข้าครัวไปทำกับข้าวให้กินเอง?"
ลินดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ "ถ้าคุณสามีอาสาทำเอง ฉันก็ไม่ขัดหرفนะคะ แต่เกรงว่าฝีมือคุณจะสู้เนื้อตุ๋นน้ำแดงสูตรลับของฉันไม่ได้น่ะสิคะ"
ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันกลับเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัว ทิ้งให้บรรดาญาติพี่น้องยืนอ้าปากค้างด้วยความคับแค้นใจ ทว่าภายในห้องครัวเล็กๆ ของพวกเขากลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความสุขที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างมั่นคง
ลินดาจัดการจัดเตรียมวัตถุดิบออกจากมิติห้างสรรพสินค้าอย่างคล่องแคล่ว เนื้อหมูสามชั้นคัดพิเศษถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ รากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลกละเอียดส่งกลิ่นหอมฟุ้ง เธอกำลังจะเปิดขวดซีอิ๊วดำสูตรพิเศษที่หมักบ่มอย่างดีจากมิติลับเพื่อนำมาทำเมนู "หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงพะโล้โบราณ" ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนไปทั่วทั้งบริเวณบ้านจนคนข้างบ้านต้องกลืนน้ำลาย
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะเทเครื่องปรุงลงในหม้อดินเผา ศิลากลับยื่นมือมาจับข้อมือเธอไว้เบื้องหลัง ปลายจมูกโด่งเป็นสันคลอเคลียอยู่ใกล้ซอกคอขาวเนียน กลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมกลิ่นอายแดดและฝุ่นสนามทหารของเขาลอยเข้ากระทบประสาทสัมผัส จนลินดาชะงักค้าง
"เดี๋ยว..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมหู "ก่อนกินข้าว... มีเรื่องที่เราต้องคุยกันให้เคลียร์ก่อน... เรื่องที่คุณแอบไปตกลงเรื่องค้าขายในตลาดมืดเมื่อวานนี้"
ลินดาตัวแข็งทื่อ รอยยิ้มค้างเติ่งบนใบหน้า... เขารู้ได้อย่างไรกัน?!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความสุขในทุกรสชาติชีวิตของลินดาและศิลานะคะ
เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร•ตอนที่ 12
ศิลาออกโรงปกป้อง
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!