“อย่าหันไปมอง ริน”
เสียงของคินแหบพร่าและกดต่ำจนแทบกลืนหายไปในความเงียบอันหนักอึ้ง ทว่ามันกลับดังก้องเสียดกระดูกสันหลังของเธอ ลมหายใจที่พ่นออกมาในห้องโดยสารแคบๆ กลายเป็นไอสีขาวจาง อุณหภูมิภายในรถลดฮวบลงอย่างผิดธรรมชาติจนผิวเนื้อใต้เสื้อกันหนาวของรินปวดแสบปวดร้อนด้วยความเย็นเยียบ
มือของรินที่กำพวงมาลัยสั่นสะท้าน ข้อนิ้วขาวซีดจนไร้สีเลือด เธอไม่ได้เหยียบคันเร่ง และไม่ได้เหยียบเบรก รถเก๋งคันเก่ากำลังแล่นช้าๆ ไปบนถนนสายเปลี่ยวไร้ไฟทางด้วยแรงเฉื่อยที่ใกล้จะหมดลง แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะฉีกทะลุทรวงอก ไม่ใช่ความมืดนอกกระจกหน้า
หากแต่เป็นกลิ่น...
กลิ่นน้ำเน่าขังผสมกลิ่นคาวสนิมเหล็กที่เข้มข้นขึ้นทุกวินาที กลิ่นที่รินจำได้ฝังใจจากแอ่งน้ำริมคูคลองเมื่อสามปีก่อน กลิ่นของความตายที่เธอพยายามวิ่งหนีมาตลอดสี่สิบกว่าชั่วโมง
“คิน... นายเห็นในกระจกใช่ไหม” รินกระซิบ ริมฝีปากสั่นระริกจนฟันกระทบกันเป็นเสียงกักๆ
สายตาของเธอถูกตรึงไว้กับกระจกมองหลัง แม้จะพยายามบังคับตัวเองไม่ให้เหลือบมองเพียงใด แต่สัญชาตญาณกลับทรยศ ในเงามืดทะมึนของเบาะหลัง มีทรวดทรงของร่างมนุษย์นั่งคุดคู้อยู่ตรงนั้น ศีรษะของร่างนั้นพับเอียงลงมาในองศาที่กระดูกคอไม่มีทางทำได้ ผมยาวเปียกชุ่มลู่แนบใบหน้า ลำตัวเปียกโชกจนหยดน้ำส่งเสียง *แหมะ... แหมะ...* หยดลงบนเบาะผ้ากำมะหยี่อย่างเป็นจังหวะ
คินไม่ตอบ เขานั่งตัวตรงแหน่วอยู่บนเบาะข้างคนขับ แววตาใต้กรอบแว่นที่เคยเยือกเย็นและอ่านยากอยู่เสมอ บัดนี้เบิกกว้างจ้องเขม็งไปข้างหน้า เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ ลำคอของเขาเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
*ตึ๊ง!*
เสียงสัญญาณแจ้งเตือนอันคุ้นเคยกรีดผ่านความเงียบงัน มันเป็นเสียงสังเคราะห์สั้นๆ ทว่าทรงพลังพอจะกระชากสติของทั้งคู่ให้ขาดผึง
รินสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกโพลงมองไปยังคอนโซลหน้ารถ
ตรงนั้น... คือซากสมาร์ตโฟนของเธอ
มันคือเครื่องที่คินเพิ่งจะใช้ท่อนเหล็กกระหน่ำฟาดจนหน้าจอแหลกละเอียด บอดี้บิดเบี้ยว แผงวงจรด้านในฉีกขาด และแบตเตอรี่หลุดกระเด็นไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อนเพื่อตัดสัญญาณการถูกตามล่า รินจำภาพเศษกระจกที่บาดมือเธอตอนโยนมันทิ้งไว้ตรงนั้นได้อย่างแม่นยำ มันควรจะเป็นเพียงขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไร้ชีวิต
ทว่าบัดนี้ หน้าจอที่แตกยับเป็นใยแมงมุมกลับสว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีเขียวฟลูออเรสเซนต์อันน่าสะอิดสะเอียน
แสงนั้นกะพริบถี่ๆ ก่อนจะฉายภาพแถบแจ้งเตือนสีดำสนิทที่ลอยเด่นขึ้นมาเหนือน้ำหมึกแอลซีดีที่ไหลเยิ้ม
**[กลุ่ม: ผู้รอดชีวิต (3/45)]**
**[แอดมิน (นิรนาม)]: "เหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมง 58 นาที... ข้อความสุดท้ายกำลังจะถูกส่งถึงทุกคนค่ะ"**
“เป็นไปไม่ได้...” รินเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก “เครื่องนั้นมันพังไปแล้ว คิน... นายทุบมันกับมือ!”
“อย่าไปมองมัน!” คินตวาดลั่น เป็นครั้งแรกที่หน้ากากความสุขุมของอดีตหัวหน้าห้องพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง มือของเขาเอื้อมไปหมายจะคว้าซากโทรศัพท์เพื่อเหวี่ยงมันออกไปนอกหน้าต่าง
ทว่ามือของเขากลับหยุดชะงักกลางอากาศ ปลายนิ้วสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
บนหน้าจอที่แตกร้าว ตัวอักษรสีขาวเริ่มพิมพ์ตัวเองขึ้นมาทีละตัว ราวกับมีนิ้วมือที่มองไม่เห็นกำลังกรีดเล็บลงบนเศษแก้ว
**[แอดมิน (นิรนาม)]: "ไม่ต้องแย่งกันดูนะคะ... แอดมินใจดีพอที่จะถ่ายรูปยืนยันให้"**
**[แอดมิน (นิรนาม)]: ส่งรูปภาพ 1 รูป**
ภาพถ่ายมุมสูงปรากฏขึ้นบนจอ มันดาวน์โหลดอย่างเชื่องช้า เส้นแถบสีเทาค่อยๆ รูดลง เผยให้เห็นภาพถ่ายภายในห้องโดยสารของรถคันนี้... ในวินาทีนี้
มุมกล้องถูกกดลงมาจากมุมมืดของเบาะหลัง มองเห็นแผ่นหลังของรินที่กำลังจับพวงมาลัย เห็นเสี้ยวหน้าของคินที่กำลังเอื้อมมือมาข้างหน้า...
และที่น่าสะพรึงกลัวจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่างคือ ในภาพนั้น มีมือซีดเผือดเปื่อยยุ่ยสองข้างที่โผล่พ้นมาจากพนักพิงเบาะหลัง เล็บมือฉีกขาดดำคล้ำด้วยคราบโคลนกำลังวางทาบอยู่บนไหล่ของรินและคินพอดิบพอดี!
ความเย็นเยียบเฉียบพลันแล่นวาบผ่านเนื้อผ้าลงสู่หัวไหล่ของริน
มันไม่ใช่แค่ภาพในโทรศัพท์... มันคือสัมผัสจริง สัมผัสที่หนักอึ้ง เย็นเยียบดั่งก้อนน้ำแข็ง และชื้นแฉะจนรินรู้สึกได้ถึงน้ำหนองที่ซึมผ่านเสื้อไหมพรมเข้ามาแตะผิวหนังของเธอ
รินกลั้นหายใจ น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเอ่อล้นคลอเบ้า เธอเหลือบมองคิน แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้ความหวาดผวาเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยือกที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า
คินไม่ได้มองโทรศัพท์อีกต่อไปแล้ว เขากำลังจ้องมองกระจกมองหลัง และมุมปากของเขากำลัง... บิดขึ้นเป็นรอยยิ้ม
มันไม่ใช่รอยยิ้มของคินที่เธอรู้จัก ไม่ใช่รอยยิ้มเหนื่อยล้าหรือหวาดกลัว แต่มันคือรอยยิ้มเยาะหยันที่บิดเบี้ยว ดวงตาหลังกรอบแว่นดำมืดไร้แววประกายของสิ่งมีชีวิต
“คิน...?” รินเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่แทบจะไม่เป็นภาษา
“เธอรู้ไหม ริน...” คินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่โทนเสียงทุ้มต่ำปกติของเขาอีกแล้ว แต่กลับซ้อนทับด้วยเสียงแหลมเล็กของเด็กผู้หญิง เสียงที่รินจำได้ไม่มีวันลืม... เสียงของ ‘มีน’ เพื่อนสนิทที่จมน้ำตายในอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน “...โทรศัพท์เครื่องนี้ไม่ได้พังเพราะฉันทุบหรอกนะ”
*ตึ๊ง!*
ข้อความใหม่เด้งขึ้นมาบนซากหน้าจอ รอยร้าวบนกระจกเริ่มมีของเหลวสีดำคล้ำซึมทะลักออกมาตามรอยแยก หยดลงบนแผงหน้าปัดรถช้าๆ
**[แอดมิน (นิรนาม)]: "ทายถูกกันหรือยังคะว่าใครคือศพ?"**
**[แอดมิน (นิรนาม)]: "ลองตรวจชีพจรคนข้างๆ คุณดูสิคะ ริน"**
คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ รินเบิกตากว้าง หายใจติดขัด เธอหันขวับไปมองคินเต็มตา ในจังหวะนั้นเอง แสงไฟจากรถบรรทุกที่แล่นสวนมาฝั่งตรงข้ามสาดวาบเข้ามาในห้องโดยสารเพียงเสี้ยววินาที
แสงสว่างเพียงหนึ่งกะพริบตา เผยให้เห็นความจริงอันวิปริต
ตรงเบาะข้างคนขับ... ร่างของคินไม่มีเงาทาบลงบนประตูรถ ลำคอของเขาปรากฏรอยเขียวช้ำเป็นปื้นหนารูปฝ่ามือ ดวงตาทั้งสองข้างปูดโปนและไร้การกะพริบ หน้าอกของเขาแบนราบ ไม่มีการขยับขึ้นลงของลมหายใจแม้แต่น้อย
คิน... ตายไปตั้งแต่นานแล้ว
แล้วคนที่ร่วมเดินทาง หนีตาย และวางแผนกับเธอมาตลอดสี่สิบชั่วโมงที่ผ่านมาคือใคร?
“จำข้อความแรกที่กลุ่มไลน์ส่งมาได้ไหม ริน?” ‘ร่าง’ ที่นั่งอยู่ข้างเธอเอ่ยถาม ศีรษะของเขาค่อยๆ เอียงพับลงมาในองศาเดียวกันกับร่างที่อยู่เบาะหลัง “...‘คนตายจะกลับมารับคนที่ควรจะตายไปด้วยกัน’ ไงล่ะ”
*ซ่า... ซ่า...*
วิทยุหน้ารถที่ดับสนิทมาตลอดทางกลับเปิดขึ้นเอง คลื่นสัญญาณรบกวนส่งเสียงหวีดแหลมแสบแก้วหู ก่อนที่เสียงสะอื้นไห้ของผู้หญิงนับสิบคนจะดังประสานขึ้นมาจากลำโพงรอบทิศทาง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์ที่กระหน่ำรัวไม่หยุดหย่อนเป็นร้อยๆ ข้อความในวินาทีเดียว
มือเปื่อยยุ่ยที่วางอยู่บนไหล่ของรินเริ่มออกแรงบีบ เล็บที่ฉีกขาดจิกลึกลงไปในเนื้อจนเธอเจ็บแปลบ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วคันรถ รินพยายามจะเอื้อมมือไปปลดล็อกประตู แต่กลอนประตูกลับเลื่อนล็อกเองโดยอัตโนมัติเสียงดัง *กริ๊ก!*
บนหน้าจอมือถือที่พังยับเยิน ข้อความสุดท้ายปรากฏขึ้น พร้อมกับแถบนับถอยหลังสีแดงฉานที่วิ่งเร็วกว่าเวลาจริง
**[แอดมิน (นิรนาม)]: "ยินดีด้วยนะคะ ริน... คุณคือสมาชิกคนสุดท้ายของกลุ่มเรา"**
**[แอดมิน (นิรนาม)]: "เตรียมตัวพิมพ์คำสั่งเสียได้เลยค่ะ... รถคันนี้ไม่มีเบรกมาตั้งแต่ต้นแล้ว"**
รินเหยียบแป้นเบรกจนสุดแรง ทว่าเท้าของเธอกลับจมหายลงไปในความว่างเปล่าอย่างไร้แรงต้าน เมื่อเธอก้มลงมอง ใต้คอนโซลหน้ารถไม่มีคันเร่งหรือเบรกอีกต่อไป... มีเพียงผืนน้ำสีดำสนิทที่กำลังเอ่อล้นขึ้นมาท่วมข้อเท้าของเธออย่างรวดเร็ว พร้อมกับมือซีดขาวนับสิบคู่ที่ผุดขึ้นมาจากใต้น้ำ คว้าจับขาทั้งสองข้างของเธอเอาไว้แน่น!
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งสู่ความมืดมิดมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ อย่าลืมติดตามอีก 2 ตอนสุดท้ายกับบทสรุปที่จะกระชากลมหายใจของคุณไปตลอดกาลค่ะ — แมวดำใต้แสงจันทร์
กลุ่มไลน์คนตาย: 48 ชั่วโมงก่อนถึงฆาต•ตอนที่ 43
ข้อความสุดท้าย
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลุ่มไลน์คนตาย: 48 ชั่วโมงก่อนถึงฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!