“อย่าหันไป...”
เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูของรินไม่ได้มาจากใครที่ไหน แต่มันฟังดูเหมือนเสียงของเธอเองที่ถูกดัดให้บิดเบี้ยว ลมหายใจเย็นเยียบที่รดต้นคอทำให้ขนอ่อนทั่วร่างลุกชัน มือที่บีบรัดลำคอเริ่มออกแรงมากขึ้นจนรินสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วสมอง เธอพยายามใช้ศอกกระทุ้งไปด้านหลังสุดแรงเกิด แต่น่าประหลาด... ศอกของเธอทะลุผ่านเงานั้นไปราวกับสัมผัสได้เพียงอากาศธาตุ
รินสะดุ้งสุดตัว กรีดร้องในลำคอก่อนจะทรุดลงไปกองกับพื้น มือไม้สั่นเทาควานหาโทรศัพท์ที่หลุดมือไป แสงไฟฉายจากหน้าจอสั่นไหวฉายให้เห็นผนังห้องโถงที่ว่างเปล่า เงาสองร่างที่เคยซ้อนทับกันหายไปแล้ว เหลือเพียงความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศจนน่าอึดอัด
“ริน! เป็นอะไรไป!”
คินวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา เธอคว้าแขนเขาไว้แน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อหนา “มัน... มันอยู่ตรงนี้คิน มันเพิ่งอยู่ข้างหลังฉัน”
คินขมวดคิ้วแน่น ดวงตาของเขาฉายแวววูบไหวแต่ก็ยังคงความเยือกเย็นไว้ได้ “ไม่มีใครอยู่ตรงนี้ มีแค่เราสองคนกับแสงสลัวจากหอประชุม ริน... เธออาจจะกำลังประสาทหลอนเพราะความกลัว”
“ประสาทหลอนงั้นเหรอ?” รินแค่นยิ้มทั้งน้ำตา เธอชี้ไปที่รอยแดงจางๆ บนลำคอตัวเองที่เริ่มปรากฏชัดขึ้นภายใต้แสงไฟ “ถ้าฉันหลอน แล้วรอยนี่คืออะไร! คิน... บอกมาตรงๆ ดีกว่าว่านายรู้อะไรเกี่ยวกับกลุ่มไลน์นี่กันแน่ นายไม่ได้มาที่หอประชุมนี่ด้วยความบังเอิญใช่ไหม!”
คินชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเม้มปากแน่นก่อนจะเบนสายตาไปทางเวทีหอประชุมที่มืดสนิท “ฉันแค่อยากจบเรื่องนี้... ก่อนที่ใครจะต้องตายเพิ่มอีก”
ยังไม่ทันที่บทสนทนาจะดำเนินต่อไป เสียง ‘ติ๊ง’ ของการแจ้งเตือนในแอปพลิเคชันไลน์ก็ดังสะท้อนก้องไปทั่วหอประชุม มันไม่ได้ดังจากโทรศัพท์ของรินหรือคิน แต่มันดังมาจากลำโพงขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ตามมุมห้อง ทั้งคู่หันไปมองหน้ากันด้วยความตกใจ
[แอดมิน: ยินดีต้อนรับสู่รอบ ‘ความเงียบที่ส่งเสียง’ นะคะทุกคน...]
ข้อความบนหน้าจอมือถือของทั้งคู่ปรากฏขึ้นพร้อมกันในจังหวะที่ไฟเพดานหอประชุมสว่างวาบขึ้นทีละดวง ความสว่างที่กะทันหันทำให้รินต้องหยีตาปรับสายตา แต่สิ่งที่เธอเห็นหลังจากนั้นกลับทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น
ประตูทางออกทุกบานของหอประชุมถูกปิดลงพร้อมกันด้วยเสียงกลอนล็อกที่หนักแน่น ประตูเหล็กกล้าที่ไม่มีทางเปิดออกได้จากด้านใน
[แอดมิน: กฎกติกาง่ายๆ ค่ะ... ใครที่ส่งเสียงดังที่สุด จะเป็นคนเปิดทางให้เพื่อนอีกคน... สู่ความตายที่แท้จริง]
“หึ...”
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นผ่านลำโพง มันไม่ใช่เสียงสังเคราะห์ แต่มันเป็นเสียงหัวเราะของมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ เสียงนั้นแหบแห้งและเต็มไปด้วยความสะใจ รินรีบวิ่งไปที่ประตูแล้วกระชากกลอนประตูซ้ำๆ แต่มันไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว
“เปิดสิ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” รินตะโกนสุดเสียง
“เงียบ!” คินคว้าไหล่เธอแล้วดึงลงมาหมอบกับพื้นทันที “อย่าส่งเสียงดัง ริน! นั่นคือกับดัก! ยิ่งเธอแหกปาก เสียงสะท้อนในหอประชุมนี้ยิ่งกระตุ้นระบบอะไรบางอย่างที่แอดมินติดตั้งไว้”
“นายหมายความว่ายังไง?” รินกระซิบเสียงสั่น
“ดูนั่น...” คินชี้ไปที่โคมไฟระย้าขนาดใหญ่กลางหอประชุม มันสั่นไหวเล็กน้อยราวกับมีสิ่งของหนักๆ ถ่วงอยู่ด้านบน และมีสายเคเบิลเส้นหนาโยงไปยังคานหลังคาที่ซ่อนอยู่ในเงามืด “ห้องนี้คือกับดักที่ถูกเซตไว้ล่วงหน้า เสียงที่ดังเกินค่าเดซิเบลที่กำหนด... จะทำให้กลไกปล่อยของหนักตกลงมาทับคนที่อยู่ใต้มัน”
รินเงยหน้ามองเพดานด้วยความหวาดหวั่น ขณะนั้นเอง แสงไฟในหอประชุมก็เริ่มกะพริบถี่ๆ และทุกครั้งที่ไฟดับลง เธอก็จะเห็นเงาของใครบางคนเคลื่อนที่อยู่บนคานหลังคา... ไม่ใช่แค่ร่างเดียว แต่มันนับสิบ!
“พวกมันอยู่ในนี้กับเรา...” รินพึมพำ น้ำตาเอ่อล้น “คิน... พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ให้เราเล่นเกม แต่มันต้องการกำจัดเราทั้งหมดทิ้งเหมือนขยะ!”
คินไม่ได้ตอบ เขาล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง มันคือรีโมตคอนโทรลขนาดเล็กที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน สายตาของเขามุ่งมั่นและดูเย็นชาจนรินเริ่มรู้สึกกลัวเขาขึ้นมาเสียดื้อๆ “ริน ฟังฉันนะ... อีกไม่กี่นาที ไฟจะดับสนิท และนั่นคือโอกาสเดียวที่เราจะหนี”
“นายมีรีโมตนี่ได้ยังไง... คิน... นายเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ใช่ไหม”
คินไม่ได้หันมามอง เขาเพียงแต่จ้องมองไปยังความมืดมิดบนเวที “เรื่องมันยาวเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจในตอนนี้ แต่เชื่อฉันเถอะ... ฉันคือคนเดียวที่พยายามจะช่วยเธอ”
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะจากลำโพงก็ดังระเบิดขึ้นจนหูแทบแตก พร้อมกับเสียงกลไกเหล็กที่ปลดล็อกดัง ‘แกร๊ก’ ขนาดใหญ่กลางโถง! รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นโคมไฟระย้าขนาดมหึมาเริ่มร่วงลงมาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่พอดี
คินพุ่งตัวเข้ามาโอบเอวเธอแล้วกระโจนไปอีกทางอย่างรวดเร็ว โคมไฟกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนพื้นหอประชุมสั่นสะเทือน ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว แต่ท่ามกลางฝุ่นนั้น รินกลับเห็นบางอย่างที่ทำให้เธอต้องตะลึง... บนเวทีหอประชุม ร่างหนึ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าเริ่มขยับตัวลุกขึ้นยืน
มันสวมชุดนักเรียนโรงเรียนเดียวกับพวกเขา แต่ใบหน้าของมันถูกพันด้วยผ้าก๊อซสีขาวจนมิด เหลือเพียงดวงตาคู่เดียวที่จ้องมองมายังพวกเขาด้วยความเคียดแค้น
รินตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นป้ายชื่อที่ติดอยู่บนอกของร่างนั้น... ชื่อของเธอเอง!
“ริน?” คินหันมามองเธอด้วยความสับสน “นั่น... ทำไมมันถึงมีชื่อเธออยู่บนนั้น?”
ก่อนที่รินจะทันได้เอ่ยปากตอบ ร่างนั้นก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเสียงแจ้งเตือนไลน์ก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งหอประชุม แต่มันไม่ใช่ข้อความจากแอดมิน หากแต่เป็นข้อความที่ส่งตรงเข้าเครื่องของรินเพียงคนเดียว:
[แอดมิน: ‘ริน’... ในเมื่อเธออยากรู้ความจริงนัก ก็ลองมองดู ‘ร่างเดิม’ ของเธอที่วางทิ้งไว้ในหลุมศพเมื่อสามปีก่อนดูสิ ว่ามันยังนอนหลับสบายดีไหม... หรือจริงๆ แล้ว คนที่กำลังหายใจอยู่ตรงนี้ คือผีร้ายที่สวมรอยมนุษย์กันแน่?]
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในค่ำคืนนี้ไปกับแมวดำใต้แสงจันทร์นะคะ
กลุ่มไลน์คนตาย: 48 ชั่วโมงก่อนถึงฆาต•ตอนที่ 19
กับดักในหอประชุม
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลุ่มไลน์คนตาย: 48 ชั่วโมงก่อนถึงฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!