เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีปากแจ๋ว•ตอนที่ 23

แผนการแกล้งคืนของธันวา

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
กลิ่นปลาร้าสุกๆ นัวๆ ลอยอบอวลตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวบ้านของพีทค่ะ แต่ดูเหมือนว่าคนยืนถือถุงส้มตำทำหน้าเหรอหราในตอนนี้ จะไม่ใช่เจ้าบ้านจอมมูเตลูอย่างพีทเสียแล้ว— "แม่ครับ... ทำไมส้มตำปูปลาร้าถึงกลายมาอยู่ในมือผมได้ล่ะครับเนี่ย" ธันวา เจ้าพ่อรีวิวไอทีผู้เคร่งขรึมและยึดมั่นในอัลกอริทึม ยืนตัวลีบอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัวในชุดเสื้อยืดสีพื้นเรียบกริบ เขากำลังมองถุงพลาสติกใสบรรจุเส้นมะละกอสีส้มกรอบคลุกเคล้าพริกแห้งและน้ำปลาร้าส่งกลิ่นยั่วยวนใจ สลับกับใบหน้าของ "ว่าที่แม่ยาย" ที่ส่งยิ้มหวานหยดจนน่ากลัว "อ้าวน้องธันวา ก็หนูพีทบอกว่าหนูธันวาบ่นอยากกินฝีมือแม่ไงจ๊ะ พอดีแม่ตำไว้หม้อใหญ่พอดี ลูกเขยมาทั้งทีต้องต้อนรับด้วยของโปรดสิลูก" คุณแม่หันมาขยิบตาให้ธันวาหนึ่งที ก่อนจะเดินฮัมเพลงหายเข้าไปในห้องนั่งเล่น ปล่อยให้วิศวกรหนุ่มผู้มีไอคิวสูงลิ่ว ยืนเคว้งคว้างเผชิญหน้ากับความจริงอันน่าพิศวงว่า *เขาไม่ได้อยากกินส้มตำเลยสักนิด!* แช็ก! เสียงเปิดประตูห้องครัวดังขึ้น พร้อมกับร่างโปร่งของเจ้าของบ้านตัวจริงที่เดินน่องส่ายเข้ามาด้วยชุดนอนลายเป็ดน้อยสีเหลืองอ๋อย พีทหรี่ตามองผู้บุกรุกในครัวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกวนประสาทที่ธันวาเห็นแล้วอยากจะเอานิ้วจิ้มตาตัวเองสักทีสองที "อ้าว... คุณนักรีวิวไอทีปากแจ๋ว มาเร็วกว่าที่คิดนี่นา ไหนบอกว่าติดประชุมด่วนกับทีมเกาหลีไงคะ หรือว่า... แพ้ทางกลิ่นปลาร้าของแม่ผมจนต้องบิดงานมาด่วน" พีทแกล้งเอามือไขว้หลัง เดินเข้ามาประชิดตัวธันวาช้าๆ กลิ่นแชมพูอ่อนๆ ลอยแตะจมูกคนที่ตัวสูงกว่า จนธันวาต้องรีบถอยหลังไปชนซิงค์ล้างจานโดยอัตโนมัติ "ผมไม่ได้บิดงาน... แล้วผมก็ไม่ได้อยากกินส้มตำด้วย!" ธันวาเถียงเสียงแข็ง พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แต่ใบหูขาวๆ ที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อนั้นทรยศคำพูดของเขาหมดเปลือก "คุณนั่นแหละ... ส่งไลน์อะไรไปบอกคุณแม่ ผมแค่แวะมาเอาเอกสารโปรเจกต์รีวิวกล้องตัวใหม่นะ พีท!" "อุ๊ย เสียงดังทำไมคะ กลัวคุณแม่ได้ยินเหรอ" พีทแกล้งขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนแทบจะแนบชิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือแค่ลมหายใจกั้น พีทเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงกว่า ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "ก็คุณแม่ถามว่าลูกเขยอยากกินอะไร ผมก็แค่... ตอบตามความจริงที่สัมผัสได้จากหัวใจไงคะ" "หัวใจบ้าบออะไรของคุณเล่า!" ธันวาตวาดอุบ หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงต้นคอ เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาร้ายกาจคู่นั้น มือหนาพยายามดันไหล่บางให้ออกห่าง แต่พีทกลับไม่มีทีท่าว่าจะสะเทือนแต่อย่างใด แถมยังจงใจขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนแผ่นหลังของธันวาแทบจะสิงเข้าไปในฝาผนังอยู่แล้ว ให้ตายเถอะ... ปกติแล้วธันวาคือคนที่ควบคุมสถานการณ์ได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบสเปกมือถือ การแกะรื้อวงจรคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่การเถียงกับพวกเกรียนคีย์บอร์ดในคอมเมนต์ เขาก็จัดการได้อย่างราบคาบด้วยตรรกะและข้อมูลดิบ แต่ทำไม... กับอีแค่มนุษย์บล็อกเกอร์ปากมอมตัวเล็กๆ คนนี้ สมองของเขาถึงได้รวนเป็นระบบปฏิบัติการวินโดวส์เจอปัญหาบลูสกรีนทุกทีที่เข้าใกล้กันนะ! "เขินเหรอคะ?" เสียงหวานกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงกลั้วหัวเราะเย้าแหย่ทำเอาหัวใจของธันวาเต้นรัวผิดจังหวะ ราวกับกราฟอัตราการเต้นของหัวใจในสมาร์ทวอทช์กำลังพุ่งทะยานเกินขีดจำกัดความปลอดภัย ธันวาเม้มปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วระดับควอนตัมคอมพิวเตอร์... *ในเมื่อโดนรุกไล่อยู่ฝ่ายเดียวมาตลอดหลายสัปดาห์นี้ วันนี้แหละ เขาจะเอาคืนให้สาสม!* คิดได้ดังนั้น ธันวาจึงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ มือหนาที่เคยพยายามผลักไส เปลี่ยนเป็นยกขึ้นรวบเอวบางของคนตรงหน้าไว้ด้วยความเร็วที่พีทไม่ทันตั้งตัว แรงดึงกะทันหันทำให้ร่างของพีทเซถลาเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้างของธันวาอย่างจัง จนถุงส้มตำเกือบหลุดจากมือ "เฮ้ย!" พีทอุทานเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ สถานการณ์ก็พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ ธันวาไม่ได้ถอยหนีอีกต่อไปแล้ว ร่างสูงก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาของนักรีวิวไอทีผู้เคร่งขรึมในตอนนี้ไม่ได้มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความเจ้าเล่ห์ที่แพรวพราวไม่แพ้กัน สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่คมคู่นั้น "คิดว่าผมจะยอมให้คุณแกล้งอยู่ฝ่ายเดียวไปตลอดเหรอครับ... คุณบล็อกเกอร์มูเตลู" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย้ายวนชนิดที่ทำเอาพีทถึงกับพูดไม่ออก หัวใจของพีทกระตุกวูบ จังหวะการหายใจสะดุดกึก ความกวนประสาทที่เคยมีหายวับไปกับตา เหลือเพียงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มจนลามไปถึงใบหู ร่างกายแข็งทื่อราวกับโดนคำสาปของหมอผีสำนักไหนเข้าให้แล้ว ธันวาอมยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มไปไม่เป็น มือหนาที่โอบเอวบางอยู่กระชับแน่นขึ้นอีกนิดเพื่อไม่ให้คนตัวเล็กหนีไปไหน ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีก จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับกลีบปากนุ่มที่กำลังเผยอค้างด้วยความตกใจ "ถ้าอยากกินส้มตำนัก... งั้นเรามาพิสูจน์กันหน่อยดีไหมครับ ว่าระหว่างส้มตำปูปลาร้ากับปากแจ๋วๆ ของคุณ อะไรมันจะแซ่บและน่าลองชิมมากกว่ากัน..." พรึบ! จังหวะที่ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันจนแทบจะเป็นลมหายใจเดียวกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางห้องนั่งเล่น ขัดจังหวะความเป็นความตายของหัวใจสองดวงในห้องครัวอย่างพอดิบพอดี "อ้าวน้องธันวา พีทจ๊ะ! พ่อกลับมาแล้ว หิวข้าวกันหรือยัง ลูกเขยซื้ออะไรมาฝากพ่อหรือเปล่าเนี่ย!" เสียงคุณพ่อของพีทตะโกนลั่นบ้าน พร้อมกับเสียงก้าวเดินที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ธันวาสะดุ้งโหยง รีบผละตัวออกจากร่างของพีทด้วยความเร็วแสง ราวกับเด็กหนุ่มที่กำลังทำความผิดแล้วโดนจับได้คาหนังคาเขา ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำลามไปจนถึงคอ ส่วนพีทเองก็เซถลาไปพิงเคาน์เตอร์ครัว หน้าตาตื่นตระหนกไม่แพ้กัน มือเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าวด้วยความมึนงง บรรยากาศในห้องครัวกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงก้มหน้าหลบสายตาของคนทั้งคู่ และกลิ่นปลาร้าที่ยังคงลอยอบอวลตอกย้ำเหตุการณ์เมื่อครู่ ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขายืนตัวเกร็ง หันไปมองทางประตูห้องครัวด้วยหัวใจที่ยังเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ ก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอย่างลนลาน เปิดหน้าจอแชตที่ค้างไว้ แล้วพิมพ์ข้อความส่งหาคนตรงหน้าที่ยืนอยู่ห่างกันแค่เอื้อมมือ โดยไม่กล้าแม้แต่จะสบตาตรงๆ [Thun_Review]: *พรุ่งนี้... เตรียมตัวไว้เลยนะครับ คุณบล็อกเกอร์ปากแจ๋ว* [Thun_Review]: *(ยกเลิกข้อความแล้ว)* พีทก้มมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่สั่นเตือน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองธันวาด้วยใบหน้าที่แดงแจ๋จนแทบจะระเบิด พร้อมกับรอยยิ้มหวานเชื่อมที่ปรากฏขึ้นบนมุมปากอย่างปิดไม่มิด... —ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันรอยยิ้มไปกับ "สมุดบันทึกสีน้ำตาล" นะคะ—
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%