"บอกแล้วไงคะว่าถ้าไม่ยอมกราบหลวงพ่อสี่หูห้าตาตรงมุมตึกนี้ สามวันหลังจากนี้คุณธันวาจะงานเข้าแบบหาทางออกไม่เจอ... แล้วดูตอนนี้สิคะ เป็นยังไงล่ะคะคุณนักรีวิวไอทีคนเก่ง!"
เสียงหัวเราะคิกคักของพีทดังลอดออกมาจากหน้าจอโทรศัพท์ พร้อมกับสติกเกอร์รูปกระต่ายเต้นระบำเยาะเย้ยที่ถูกส่งรัวเข้ามาไม่ยั้ง จนธันวาแทบอยากจะปาโทรศัพท์เครื่องแพงลงกับพื้นคอนกรีตให้รู้แล้วรู้รอด
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ กำลังยืนกุมขมับอยู่หน้าบูธจัดแสดงสินค้าไอทีขนาดใหญ่ เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้าคมคาย ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายของสายไฟนับร้อยเส้นที่พันกันยุ่งเหยิงราวกับรังนก แถมระบบเซิร์ฟเวอร์หลักที่เขาเป็นคนรับผิดชอบดูแล เกิดล่มไม่เป็นท่าก่อนงานเปิดตัวเพียงแค่สองชั่วโมงเท่านั้น
ตัวเลขสถิติและกราฟแสดงผลที่เคยแม่นยำในหัวของธันวาตอนนี้กลายเป็นความว่างเปล่า เขานั่งยองๆ ลงกับพื้นอย่างไร้มาด พร้อมกับพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความหัวร้อนปนปลงตก
[ธันวา (นักรีวิวปากแจ๋ว): เลิกส่งกระต่ายเต้นมากวนประสาทผมสักทีพีท! ตอนนี้ระบบล่มจนผมอยากจะเอาหัวโขกเสาบูธอยู่แล้วเนี่ย มันไม่เกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรทั้งนั้น มันเป็นเรื่องของฮาร์ดแวร์ขัดข้องทางเทคนิคต่างหากเล่า!]
[พีท (บล็อกเกอร์สายมู): แหมๆ ปากแข็งจังเลยนะคะคุณธันวา คนเรานี่นะ เวลาไม่เชื่อก็มักจะลบหลู่แบบนี้แหละค่ะ หลวงพ่อท่านศักดิ์สิทธิ์จะตายไป ท่านชอบของเซ่นไหว้ที่เป็นถ่านไฟฉายกับมะนาวสด... ไหนคะ ลองสารภาพมาซะดีๆ ว่าเมื่อกี้ตอนเดินผ่านตอนเช้าแอบทำหน้าเบะใส่ท่านใช่ไหมล่ะคะ?]
ธันวาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมมองจอแชตสลับกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ขึ้น Error สีแดงฉานกระพริบเตือนถี่ๆ เขารู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองกำลังจนมุม และต่อให้ใช้ความรู้ทางไอทีขั้นเทพแค่ไหน ถ้าแก้โค้ดตัวนี้ไม่ทันเวลา ชื่อเสียงที่สะสมมานานหลายปีมีหวังพังไม่เป็นท่าแน่ๆ
ความเงียบงวดและอีโก้ที่เคยมีมันถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เมื่อเสียงประกาศจากทีมงานผู้จัดดังลั่นฮอลล์ว่าเหลือเวลาอีกแค่หนึ่งชั่วโมงก่อนแขกวีไอพีจะเดินเข้างาน
[ธันวา (นักรีวิวปากแจ๋ว): ...เออ! ยอมรับก็ได้วะ! เมื่อเช้าผมเผลอไปเตะกระป๋องน้ำแดงที่ใครเอาไปวางไว้ใกล้ๆ รูปปั้นนั้นจริงๆ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจนะเว้ย!]
[พีท (บล็อกเกอร์สายมู): อุ๊ย! ตายแล้ว! ไปเตะของเซ่นไหว้ท่านเหรอคะเนี่ย แบบนี้ไม่เรียกว่าซวยแล้วค่ะคุณธันวา เขาเรียกว่าหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ เลยนะคะเนี่ย ฮ่าๆๆๆ]
[ธันวา (นักรีวิวปากแจ๋ว): พีท! เลิกซ้ำเติมผมเถอะน่า ช่วยหน่อย... เออ... เอาวะ! จะให้ผมทำอะไรก็ว่ามา จะให้กราบพระรูปไหน ทิศไหน บอกมาเลย ผมยอมแล้วครับ... เอ้ย! ผมยอมแล้วค่ะ! โอ๊ย สติหลุดหมดแล้วเนี่ย!]
ฝ่ายหญิงที่นั่งอยู่หน้าจอที่ห้องพักถึงกับหลุดขำก๊ากออกมาเสียงดังลั่นห้อง เธอรีบหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ตอบด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นไส้ พลางจินตนาการใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้คงกำลังทำหน้าเหรอหรอด้วยความจนตรอก
[พีท (บล็อกเกอร์สายมู): แหมๆ ยอมแทนตัวเองว่า 'ค่ะ' เลยเหรอคะเนี่ย สงสัยจะเครียดจริง ถึงกับยอมเปลี่ยนสรรพนามเชียว งั้นฟังทางนี้ให้ดีนะคะคุณธันวาคนเก่ง]
[พีท (บล็อกเกอร์สายมู): เดินไปที่มุมตึกตรงที่มีต้นไม้ใหญ่ ตั้งจิตให้มั่น ขอขมาท่านในใจ แล้วก็... ถ่ายรูปตัวเองตอนทำหน้าแบ๊วส่งมาให้ฉันดูเป็นเครื่องบรรณาการสามรูปค่ะ ถ้าทำตามนี้... เดี๋ยวฉันจะช่วยรีโมตเข้าไปแก้โค้ดตัวที่ error ให้ รับรองว่าระบบกลับมาใช้งานได้ทันก่อนงานเริ่มแน่นอนค่ะ!]
ธันวาอ่านข้อความนั้นแล้วแทบอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ ให้สมกับความน่าหมั่นไส้ของคนตัวเล็ก นี่เธอเห็นความวิกฤตในชีวิตเขาเป็นเรื่องตลก แถมยังกล้าสั่งให้เขาทำอะไรน่าอายแบบนั้นอีกเหรอเนี่ย ถ่ายรูปทำหน้าแบ๊วเนี่ยนะ! สำหรับคนเคร่งขรึมอย่างเขา มันยิ่งกว่าการปีนเขาเอเวอเรสต์เสียอีก
แต่เมื่อหันไปมองนาฬิกา... เวลาเดินกระชั้นเข้ามาทุกที
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ หลับตาลงตั้งสติ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต เดินดุ่มๆ ไปที่มุมตึกตามที่อีกฝ่ายบอก ยกมือขึ้นพนมไหว้ศาลพระภูมิเจ้าทางและหลวงพ่อสี่หูห้าตาอย่างจำยอม พร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาเปิดกล้องหน้า...
แชตในหน้าจอเงียบไปอึดใจใหญ่ๆ ก่อนที่รูปภาพสามรูปจะเด้งเข้ามาในห้องแชตของพีท
รูปแรก: ธันวากำลังทำหน้าบึ้งตึงสุดขีดแต่เอานิ้วชี้จิ้มแก้มตัวเอง
รูปที่สอง: สายตาค้อนคว่ำใส่กล้องด้วยความจำยอม
รูปที่สาม: ยิ้มแห้งๆ แบบฝืนที่สุดในสามโลก พร้อมกับแคปชั่นสั้นๆ ที่ส่งตามมาติดๆ
[ธันวา (นักรีวิวปากแจ๋ว): พอใจยังแม่คุณ! กู... เอ้ย! ฉันทำตามที่ขอหมดแล้วนะ เวลานี้รีบแก้โค้ดให้ด่วนเลย ไม่งั้นฉันจะไปฟ้องแม่เธอจริงๆ ด้วยว่าเธอแอบกินชาไข่มุกตอนดึก!]
พีทมองรูปภาพเหล่านั้นผ่านหน้าจอ รอยยิ้มกว้างระบายเต็มใบหน้าจนแก้มปริ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกอบอุ่นและนุบนิบจนแทบจะละลาย เธอรีบกดรหัสผ่านเข้าเซิร์ฟเวอร์กลางแล้วพิมพ์โค้ดแก้ไขความผิดพลาดอย่างรวดเร็วด้วยความเชี่ยวชาญที่ไม่แพ้โปรแกรมเมอร์มืออาชีพ
ผ่านไปไม่ถึงห้านาที เสียงแจ้งเตือนจากระบบแผงควบคุมหลักที่ฮอลล์ก็ดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอ Error ที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวขจี ระบบกลับมาใช้งานได้ปกติอย่างอัศจรรย์
ธันวาที่ยืนลุ้นจนตัวเกร็งถึงกับทรุดตัวลงพิงกำแพงด้วยความโล่งอก เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงใบหน้าทะเล้นของคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ในนาทีวิกฤต
เขากดพิมพ์ข้อความหาเธอด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
[ธันวา (นักรีวิวปากแจ๋ว): ขอบใจนะ... ยัยตัวแสบ]
[พีท (บล็อกเกอร์สายมู): ด้วยความยินดีค่ะคุณแฟน เอ้ย! คุณลูกค้าขา!]
ธันวาเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความล่าสุดที่เด้งขึ้นมา หัวใจกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม พีทรีบกดยกเลิกข้อความนั้นทันทีด้วยความตกใจ แต่ไม่ทันเสียแล้วเพราะเขานั่งจ้องหน้าจออยู่พอดี
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแชตชั่วขณะ ก่อนที่ข้อความใหม่จะเด้งขึ้นมาขัดจังหวะความเขินอายที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจของคนทั้งคู่...
[แม่ยาย (ตัวจริง): พีทจ๊ะ แม่ฝากซื้อส้มตำปูปลาร้าหน้าปากซอยให้หน่อยสิ ลูกเขยธันวาเขาจะมากินข้าวเย็นที่บ้านด้วยไม่ใช่เหรอ เห็นบ่นว่าคิดถึงฝีมือแม่]
ขอบคุณที่อยู่ข้างกันและเอ็นดูความโบ๊ะบ๊ะของทั้งคู่เสมือนเพื่อนสนิทนะคะ :)
เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีปากแจ๋ว•ตอนที่ 22
ธันวาผู้ยอมกราบพระ
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!