"บอกมาก่อนนะว่าสมุดเล่มนี้ นายได้มาจากสำนักไหน... หรือว่าขโมยขอมดำดินมาจากห้องนอนฉัน!"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความตื่นตระหนกจนเกือบเพี้ยนดังขึ้น ท่าالإثارة ของกองกล่องพัสดุอุปกรณ์ไอทีระเกะระกะเต็มพื้นห้อง ธันวาถอยหลังกรูดจนสะโพกไปชนเข้ากับชั้นวางหนังสือเหล็กสีดำ เสียงแฟ้มเอกสารร่วงหล่นดังโครมคราม แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจในวินาทีนี้ นัยน์ตาหลังกรอบแว่นทรงเหลี่ยมเบิกกว้างจ้องมองสมุดปกสีน้ำตาลเข้มในมือของตัวเองราวกับมันคือวัตถุระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงานได้ทุกเมื่อ
สมุดไดอารีเล่มหนาที่ควรจะอยู่ใต้หมอนของบล็อกเกอร์สายมูอย่าง 'พีท' กลับมานอนแอ้งแม้งอยู่บนโต๊ะทำงานของนักรีวิวไอทีสายดาร์กอย่างเขาได้อย่างไร—นี่คือปริศนาข้อใหญ่ที่สมองอันปราดเปรื่องด้วยตรรกะและสถิติของธันวาประมวลผลไม่ทัน
"โอ๊ะ! เดี๋ยวนะ... นั่นมันเซฟโซนของฉันนะคุณธันวา! คืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
พีทที่เพิ่งเดินถือแก้วกาแฟอุ่นๆ ออกมาจากห้องครัวสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกไม่แพ้กัน ร่างโปร่งโถมเข้าใส่โต๊ะทำงานอย่างไม่คิดชีวิต มือเรียวคว้าหมับหมายจะแย่งสมุดเล่มนั้นคืน แต่ธันวาไวตัวกว่า เขี่ยงตัวหลบไปอีกทางพร้อมกับชูสมุดเล่มนั้นขึ้นเหนือหัวด้วยสัญชาตญาณของการป้องกันตัว
ความสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตรเศษของนักรีวิวไอทีกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ พีทที่เตี้ยกว่านิดหน่อยเลยทำได้แค่กระโดดหย็องแหย็องคว้าอากาศ ปลายจมูกรั้นแทบจะชนเข้ากับคางของอีกฝ่ายอยู่รำคาญใจ
"เตี้ยชะมัด... หยุดกระโดดเดี๋ยวนี้เลยนะพีท เดี๋ยวก็ล้มหัวฟาดพื้นหรอก" ธันวาเอ็ดเสียงดุ พยายามดันไหล่บางให้ออกห่าง แต่สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่ปัดป่ายไปโดนข้อมือของเขากลับทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจในอกซ้ายกระตุกวูบอย่างน่าประหลาด
"ก็คุณเล่นเอาของส่วนตัวฉันไปชูเล่นแบบนี้เล่า! ส่งมานะ! ห้ามเปิดอ่านเด็ดขาดนะธันวา!"
"สายไปแล้วมั้งคุณ..."
ธันวาหรี่ตามองเจ้าของสมุดที่ตอนนี้หน้าตาตื่นตระหนกจนแก้มใสแดงปลั่งราวกับลูกตำลึงสุก สีหน้าของพีทในตอนนี้มันฟ้องเสียยิ่งกว่าฟ้องว่าข้างในนั้นต้องมีเรื่องราวชวนขนหัวลุก หรือไม่ก็... เรื่องลับสุดยอดที่เกี่ยวกับตัวเขาแน่ๆ
บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยเต็มไปด้วยเสียงคีย์บอร์ดและเสียงบ่นเรื่องสเปกคอมพิวเตอร์เมื่อสิบนาทีមុਨ กลับกลายเป็นห้องทดลองเคมีที่ระเบิดตู้มต้ามด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด พีทหยุดชะงักการแย่งชิง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยหลบวูบไม่กล้าสบตา พวงแก้มที่ขึ้นสีแดงจัดลามเลียไปถึงใบหูขาวสะอาด
ท่าทางจำยอมเหมือนแมวโดนจับได้ว่าแอบกินปลาทูนั่น... มันช่างน่ารักจนธันวาเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
นิ้วเรียวที่ถือวิสาสะเปิดหน้ากระดาษค้างไว้ ชะงักกึก ปลายสายตาของธันวาคมกริบกวาดมองตัวอักษรลายมือหวัดๆ แต่เป็นระเบียบที่เขียนด้วยหมึกสีน้ำเงินเข้ม บรรทัดแล้วบรรทัดเล่า... ข้อความเหล่านั้นไม่ได้พูดถึงดวงชะตา ราศี หรือฤกษ์งามยามดีในการเปิดร้านค้าออนไลน์อย่างที่บล็อกเกอร์หนุ่มชอบเอามาคุยโม้ใส่เขาในทุกๆ วันเลยสักนิด
*วันที่ 12 ตุลาคม*
*'วันนี้ไอ้คุณนักรีวิวปากแจ๋วบ่นเรื่องการจัดสายไฟบนโต๊ะทำงานฉันอีกแล้ว ทั้งที่มันออกจะอาร์ตสไตล์ยุ่งเหยิงแบบมีศิลปะ... แต่แปลกชะมัด ทำไมเวลาที่เขาขมวดคิ้วแล้วบ่นงึมงำด้วยเสียงทุ้มๆ นั่น ฉันถึงได้รู้สึกว่าหัวใจมันเต้นผิดจังหวะแปลกๆ ล่ะเนี่ย สงสัยวันนี้ดาวมฤตยูคงย้ายราศีจริงๆ สินะ'*
ธันวาอ่านทวนข้อความนั้นในใจซ้ำไปซ้ำมา สมองที่เคยประมวลผลด้วยตรรกะและตัวเลขกลับขาวโพลน ว่างเปล่า ไร้ซึ่งกระบวนการคิดใดๆ หูทั้งสองข้างอื้ออึงราวกับมีเสียงคลื่นซัดสาด หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บัดนี้กลับกระหน่ำรัวเร็วจนน่ากลัว
นี่เขา... กำลังอ่านความลับอะไรอยู่กันแน่?
"นาย..." ธันวาเปล่งเสียงออกมาแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเสียงของตัวเองจะไปทำลายความเปราะบางบางอย่างในอากาศ "นายเขียนถึงฉันเหรอ?"
พีทเม้มปากแน่นยิ่งกว่าเดิม มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นอยู่หน้าอก ท่าทางที่เคยสดใส มั่นใจ และชอบกวนประสาท หายวับไปกับตา เหลือเพียงเด็กหนุ่มตัวเล็กๆ ที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่หน้าศาลเตี้ยแห่งความจริง
"ก็... ใครใช้ให้คุณทำตัวน่าหมั่นไส้ใส่ฉันก่อนเล่า..." เสียงหวานเอื้อonตอบอุบอิบ ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองเขานิดหน่อยด้วยความจำยอม ก่อนจะยอมรับสารภาพออกมาเบาๆ "แล้วก็... ไม่ได้เขียนแค่หน้าเดียวนะ สมุดเล่มนั้นครึ่งหนึ่งเป็นไดอารีมูเตลู แต่อีกครึ่งหลัง... เป็นไดอารีแอบรักคุณล้วนๆ เลยด้วยซ้ำ ชัดพอใจหรือยังล่ะ!"
ประโยคสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากสีพีชนั้นทำเอาธันวานิ่งค้างเป็นหินปูนปั้น มือที่ถือสมุดเล่มนั้นสั่นเทาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาจากกลางอก ลามเลียไปทั่วใบหน้าจนเขาต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังฉีกกว้างจนห้ามไม่อยู่
ให้ตายเถอะ... นี่เขากำลังแพ้ทางบล็อกเกอร์ปากแจ๋วคนนี้เข้าจริงๆ แล้วสินะ
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนกำลังเต้นตรงกันในคลื่นความถี่เดียวกันนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือวางอยู่บนโต๊ะทำงานของธันวาก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นทำลายความเงียบ
*Ping!*
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความจากบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะทักเข้ามาในเวลานี้ และข้อความนั้น... ก็ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของธันวาแข็งค้างทันทีที่กวาดตามอง
*[แม่ยายไอที]: ธันวา ลูก... ยายพิมบอกว่าพรุ่งนี้จะแวะเอาข้าวกล่องไปให้ที่คอนโดนะ เตรียมตัวต้อนรับน้องด้วยล่ะ ลูกสาวเพื่อนแม่คนนี้เรียบร้อยน่ารัก เพอร์เฟกต์สุดๆ เหมาะกับลูกชายแม่ที่สุดเลย!*
ธันวาหน้าซีดเผือดลงทันที สมองประมวลผลความหายนะที่กำลังจะมาเยือนในวันพรุ่งนี้ด้วยความเร็วแสง เขารีบหันกลับไปมองหน้าพีทที่กำลังยืนกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงงกับปฏิกิริยาของเขา และก่อนที่สมุดในมือจะหล่นลงพื้น ธันวาก็กดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้วโยนมันทิ้งไปไกลๆ สุดโต๊ะอย่างไม่ไยดี
แต่ทว่า... ดวงตากลมโตของพีทเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นข้อความแจ้งเตือนที่ค้างอยู่บนหน้าจอสมาร์ตโฟนก่อนที่มันจะดับลงพอดี!
รอยยิ้มเขินอายเมื่อครู่ของบล็อกเกอร์หนุ่มมลายหายวับไปในพริบตา ดวงตาคู่สวยหรี่ลงทันทีพร้อมกับน้ำเสียงที่กดต่ำลงจนน่ากลัว
"ยายพิม... ลูกสาวเพื่อนแม่เหรอคุณธันวา? ไหนคุณบอกว่าโสดสนิทไงคะคุณนักรีวิวไอทีปากแจ๋ว!"
สมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มโปรดถูกกระชากกลับไปอยู่ในมือของเจ้าของอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสายตาพิฆาตที่ส่งตรงมาหาเขาชนิดที่ต่อให้มีสถิติดีแค่ไหนก็เอาตัวไม่รอด...
ขอบคุณที่แวะมาเปิดอ่านหน้าไดอารีหัวใจเล่มนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีปากแจ๋ว•ตอนที่ 5
ความลับในไดอารีหน้าหนึ่ง
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!