เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีปากแจ๋ว•ตอนที่ 7

ร้านอาหารมื้อนี้มีแต่เรื่องปวดหัว

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"บอกแล้วไงคะว่าถ้าสั่งเมนูนี้ตอนดาวมฤตยูทับลัคนา ชีวิตรักจะพังพินาศ... แล้วดูคุณสิคะธันวา ดันทุรังจะกินให้ได้ ผลลัพธ์เป็นยังไงล่ะคะเนี่ย หน้าตาอาหารออกมาเหมือนจานสีที่เด็กอนุบาลระบายเล่นชัดๆ" เสียงใสแจ๋วที่เจือแววเยาะเย้ยนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสุดกรุ่นของร้านอาหารอิตาเลียนฟิวชันสุดหรู แต่สำหรับธันวาแล้ว ตอนนี้เสียงของพีทกำลังทำหน้าที่ไม่ต่างอะไรกับเสียงแมลงหวี่ที่น่ารำคาญที่สุดในสามโลก ร่างโปร่งของคนเป็นบล็อกเกอร์มูเตลูตัวพ่อกำลังนั่งไขว่ห้าง มือข้างหนึ่งใช้ช้อนสเตนเลสเคาะขอบจานเบาๆ เป็นจังหวะเพลงธรรมะแปลกๆ ขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยมองจานสปาเกตตีหมึกดำที่หน้าตาเละเทะไม่เป็นท่าตรงหน้าด้วยรอยยิ้มสมเพชเวทนาแกมขบขัน "นี่มันไม่ใช่เรื่องดวงดาวอะไรทั้งนั้นแหละครับคุณพีท มันเป็นเพราะร้านนี้เชฟมือตกต่างหาก... อีกอย่างนะ โทรศัพท์เมื่อกี้ ใครโทรมาเหรอครับ ถึงได้ทำหน้าเหมือนคนกินยาขมแบบนั้น" ธันวาตอกกลับเสียงเรียบ พยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อกลบเกลื่อนความหงุดหงิดที่เกาะกุมหัวใจตั้งแต่ปลายสายเมื่อครู่กดตัดสายไป พีทชะงักไปนิด รอยยิ้มทะเล้นบนใบหน้าหวานหุบลงฉับพลัน แววตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยท่าทีตีมึนตามสไตล์ "แหม... สืบเรื่องชาวบ้านเก่งยิ่งกว่าตอนรีวิวชิปเซ็ตมือถืออีกนะคะคุณนักรีวิวไอทีปากแจ๋ว เรื่องส่วนตัวค่ะ ไม่เกี่ยวกับดวงการงานของคุณหรอกน่า รีบกินข้าวแล้วก็เลิกบ่นได้แล้วค่ะ เดี๋ยวดวงความรักจะตกอับจริงๆ นะคะบอกให้" ธันวาหรี่ตามองคนตรงข้ามอย่างจับผิด เขารู้จักพีทดีพอที่จะรู้ว่าเวลาอีกฝ่ายเบี่ยงเบนประเด็นด้วยเรื่องดวงชะตา มักจะมีเรื่องปวดหัวซ่อนอยู่เบื้องหลังเสมอ แต่ก่อนที่เขาจะได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไรต่อ บริกรหนุ่มก็นำอาหารจานใหม่อีกจานมาเสิร์ฟคั่นกลางบรรยากาศที่กำลังคุุกกรุ่นเสียก่อน บทสนทนาบนโต๊ะอาหารมื้อนี้จึงกลายเป็นการปะทะคารมกันระหว่าง "โลกแห่งความจริงและตัวเลขสถิติ" กับ "โลกแห่งมูเตลูและพลังจักรวาล" ไปโดยปริยาย "ผมไม่เชื่อเรื่องพวกนี้หรอกนะพีท" ธันวาเริ่มเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง หลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ ขณะใช้ส้อมม้วนเส้นพาสต้า "โลกเราขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึม โค้ดโปรแกรม และตรรกะที่พิสูจน์ได้ ดวงดาวห่างออกไปเป็นล้านปีแสง มันจะมามีอิทธิพลอะไรกับความซวยที่ผมทำจานข้าวหกใส่เสื้อเมื่อเช้า ลองใช้เหตุผลดูบ้างสิครับ" พีทวางส้อมลงเสียงดังเคร้งจนธันวาต้องสะดุ้ง ดวงตากลมโตฉายแววไม่ยอมแพ้ เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูกธันวาจนเขาเผลอชะงักลมหายใจไปชั่วขณะ "นี่แหละค่ะคือความผิดพลาดของพวกมนุษย์สายเนิร์ดอย่างคุณ! คุณคิดว่าทุกอย่างในจักรวาลนี้ต้องมีสเต็ป 1 2 3 เหมือนการเขียนโปรแกรมเหรอคะ? โลกนี้น่ะมีความลึกลับซับซ้อนยิ่งกว่าระบบปฏิบัติการที่คุณนั่งแก้บั๊กท้งคืนซะอีกนะคะ! ดาวมฤตยูเขาย้ายราศี พลังงานรอบตัวมันเปลี่ยน คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าวันนี้คุณหงุดหงิดตั้งแต่เช้าเพราะอะไร... อ๊ะๆ ห้ามเถียงนะคะ ว่าแต่เมื่อกี้ ใครโทรมาเหรอคะ หน้าตาเครียดเชียว" ประโยคสุดท้ายของพีทพลิกกลับมาโจมตีจุดอ่อนของธันวาได้อย่างแม่นยำ รอยยิ้มกวนประสาทถูกส่งมาให้อย่างท้าทาย จนธันวาแทบอยากจะหยิบแก้วน้ำส้มคั้นสาดหน้าคนช่างซักซอกซอยคนนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด "ไม่มีอะไรครับ ก็แค่..." ธันวาชะงักไป ดวงตาคมกริบหลุบมองลงที่จานอาหาร เม้มริมฝีปากแน่น บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนจากความอบอุ่นผ่อนคลายกลายเป็นความเงียบงันที่น่าอึดอัดขึ้นมาในทันที มือหนาที่วางอยู่บนตักเผลอกำเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว พีทสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้น รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าหวานค่อยๆ เลือนหายไป ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะอาหารอยู่หลายอึดใจ ก่อนที่บล็อกเกอร์หนุ่มจะตัดสินใจเปลี่ยนน้ำเสียงให้มีความนุ่มนวลขึ้นอย่างผิดคาด "ถ้าไม่อยากเล่า... ก็ไม่ต้องเล่าก็ได้นะคะ" พีทพูดเสียงเบาลง สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความกวนประสาท "แต่จำไว้... ถึงดวงดาววันนี้จะบอกว่าคุณกำลังจะเจอเรื่องแย่ๆ แต่ในฐานะคนนั่งร่วมโต๊ะ ฉัน... เอ๊ย! พีทคนนี้ ยินดีเป็นเซฟโซนให้คุณบ่นได้เสมอนะคะ" ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนพูด หัวใจที่เคยเต้นจังหวะปกติเพราะความหงุดหงิด กลับเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างกะทันหันด้วยประโยคท้ายที่เกือบจะหลุดคำแทนตัวสนิทสนมออกมา บรรยากาศกำลังจะกลับมาอบอุ่นละมุนใจเหมือนทุกครั้งที่ทั้งคู่ต่อปากต่อคำกัน ทว่าในจังหวะที่ธันวากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำขอบคุณออกมาเบาๆ นั้นเอง... เสียงกริ่งแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะของธันวาก็ดังขึ้นสว่างวาบ หน้าจอแสดงผลข้อความจากบุคคลที่เพิ่งวางสายไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน พร้อมกับประโยคสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายของธันวาเย็นเฉียบลงในพริบตา— *[ธันวา... พี่กลับมาถึงกรุงเทพฯ แล้วนะ เจอกันหน่อยไหม พี่มีเรื่องสำคัญมากเกี่ยวกับเราที่ต้องเคลียร์ให้จบ]* ธันวานั่งแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก สมองตื้อตันจนประมวลผลคำพูดใดๆ ไม่ออก ท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันนั้นทำให้พีทที่นั่งมองอยู่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย "ใครส่งมาเหรอคะ ทำไมทำหน้าเหมือนเจอผีกลางวันแสกๆ แบบนั้นล่ะ หรือว่า..." พีทยื่นหน้าเข้ามาใกล้เพื่อจะแอบมองหน้าจอโทรศัพท์ "อย่าดู!" ธันวาโพล่งขึ้นเสียงดังลั่นร้านด้วยความตกใจ พร้อมกับคว้าโทรศัพท์มือถือคว่ำหน้าลงกับโต๊ะทันที แต่ทว่ามันสายเกินไปเสียแล้ว เพราะหางตาของพีทได้กวาดมองเห็นชื่อผู้ส่งบนหน้าจอนั้นอย่างชัดเจนเต็มสองตา—ชื่อของผู้หญิงที่ธันวาพยายามลืมมาตลอดชีวิต ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%