"พีท? ธันวา? พวกคุณสองคน... มาทำอะไรกันในลิฟต์ในสภาพแบบนี้!"
เสียงแหลมสูงของพี่เกด หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของตึกดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความอึดอัดที่เกือบจะทำให้ธันวาขาดอากาศหายใจตายคาอก ประตูลิฟต์ตัวเก่งที่เคยค้างเติ่งอยู่ชั้นสิบสี่ดีดตัวเปิดออกอย่างไร้กาลเทศะ เผยให้เห็นภาพของธันวาที่กำลังใช้มือข้างหนึ่งยันผนังลิฟต์เพื่อกั้นไม่ให้ตัวเองล้มทับร่างโปร่งของพีท ส่วนพีทน่ะเหรอคะ... เจ้าตัวแสบกลับลอยหน้าลอยตา ส่งยิ้มหวานหยดย้อยแถมยังถือวิสาสะใช้มืออีกข้างโอบเอวของพ่อหนุ่มนักรีวิวไอทีผู้เคร่งขรึมเอาไว้เสียแน่น ชนิดที่ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็คงแกะไม่อציด
"อ้าว พี่เกด สวัสดีค่ะ! แหม... พอดีลิฟต์มันตกใจกลัวน่ะค่ะ เลยสั่นนิดหน่อย ธันวาเขากลัวความมืด เลยต้องหาที่เกาะเป็นธรรมดา... จริงไหมคะคุณธันวา" พีทลอยชายตอบหน้าตาเฉย พร้อมกับเอียงคอมองคนตัวสูงกว่าที่ตอนนี้หน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกลายเป็นถ่านก้อนโต
ธันวารีบผละตัวออกจากร่างของบล็อกเกอร์หนุ่มสายมูทันทีราวกับโดนไฟลวก ใบหูข้างที่หันเข้าหาแสงไฟขึ้นสีแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอ มือหนาจัดเสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางอย่างลิบลับ ลุกลี้ลุกลนจนคนมองอดจะอมยิ้มไม่ได้
"ผมไม่ได้กลัวความมืดครับคุณพีท! แล้วก็เลิกพูดจาชวนเข้าใจผิดเสียที... สวัสดีครับพี่เกด พอดีระบบเซ็นเซอร์ลิฟต์มันรวนนิดหน่อยครับ ผมกับคุณพีทเลยติดอยู่ข้างในแป๊บเดียวเอง ไม่มีอะไรในกอไผ่เลยจริงๆ ครับ" ธันวาแก้ตัวเสียงดังฟังชัด พยายามกลบเกลื่อนร่องรอยความพิรุธบนใบหน้าด้วยการดันแว่นตาขอบเงินที่เลื่อนหลุดลงมาให้เข้าที่
พี่เกดหรี่ตามองคนทั้งคู่สลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มรู้ทัน "อืม... ติดอยู่ในลิฟต์มืดๆ แค่สองคน แถมน้องพีทยังโอบเอวน้องธันวาแน่นซะขนาดนั้น พี่นึกว่ากำลังดูซีรีส์วายตอนพิเศษอยู่ซะอีกนะคะเนี่ย เอาเถอะๆ รีบออกมากกันได้แล้วค่ะ ข้างนอกเขารอใช้ลิฟต์กันยาวเป็นหางว่าวแล้ว"
เมื่อหลุดพ้นจากกรงขังเหล็กและสายตาแซวๆ ของพี่เกดมาได้ ธันวาก็รีบก้าวฉับๆ ตรงดิ่งไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองทันทีโดยไม่หันกลับมามองบล็อกเกอร์หนุ่มจอมกวนที่เดินลอยชายตามหลังมาติดๆ เหมือนเงาตามตัว หัวใจดวงน้อย (ที่เจ้าตัวมักจะบอกว่ามันทำงานด้วยระบบตรรกะและสถิติ) กลับเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เสียงหัวใจเต้นโครมครามดังกลบเสียงคีย์บอร์ดรอบข้างเสียมิด
*ให้ตายเاهرة... นี่ฉันเป็นอะไรเนี่ย! แค่โดนเด็กนั่นแกล้งหยอกในลิฟต์ทำไมต้องใจสั่นขนาดนี้ด้วย!* ธันวาคิดในใจอย่างหัวเสีย พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับคืนมา แต่ดูเหมือนความพยายามนั้นจะสูเปล่า เมื่อเงาร่างโปร่งของคนที่เพิ่งนินทาในใจเดินมาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงาน พร้อมกับวางแก้วชาไทยเย็นเฉียบแนบลงบนแก้มร้อนผ่าวของเขาพอดี
"อูย... หน้าแดงแจ๋เลยนะคะคุณนักรีวิวไอที สงสัยพิษไข้จากความมืดในลิฟต์เมื่อกี้จะยังไม่หายแน่ๆ เลย เอานี่ไปดื่มซะนะคะ จะได้ชุ่มคอ หายใจคลายความตึงเครียดลงบ้าง" พีทส่งยิ้มหวานหยด ยื่นแก้วชาไทยแก้วโปรดที่อีกฝ่ายชอบบ่นว่า "หวานเกินไปจนเบาหวานจะกิน" มาให้
ธันวาปัดมืออีกฝ่ายออกเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็ยอมรับแก้วชามาถือไว้โดยดี "ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แล้วก็นะ... วันหลังถ้าไม่อยากติดลิฟต์ตาย ก็หัดเช็คดวงจากแอปพลิเคชันบ้าบออะไรนั่นให้น้อยลงหน่อยเถอะครับ จะได้ไม่ต้องมาเดือดร้อนคนอื่นเขา"
"แหม ก็เพราะวันนี้ดวงบอกว่า 'จะได้พบรักแท้ในที่แคบและอับชื้น' น่ะสิคะ ฉันถึงยอมติดลิฟต์เป็นเพื่อนคุณไงล่ะคะ" พีทหัวคิกคัก ชอบใจที่ได้เห็นคนตรงหน้าขัดเขินจนหูแดง
ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับมาเป็นสีชมพูเรื่อๆ ตามสไตล์คู่กัดขี้หยอด จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็หยุดยืนลงตรงหน้าโต๊ะทำงานของธันวา
"ธันวา! ทางนี้เว้ย ไม่เจอกันนาน หล่อขึ้นเป็นกองเลยนี่หว่า"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่กังวานดังขึ้น ขัดจังหวะการต่อปากต่อคำระหว่างคนทั้งคู่ ธันวาเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ ดวงตาหลังกรอบแว่นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ เมื่อพบกับร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบของชายหนุ่มหน้าตาดี ผิวขาวสะอาด และมีรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่ผู้หญิงเห็นเป็นต้องใจละลาย
"เฮ้ย! กร! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ไม่เห็นบอกกันก่อนเลย!" ธันวารีบผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมโต๊ะไปตบไหล่เพื่อนสนิทสมัยมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เจอกันนานนับปีอย่างสนิทสนม
"เพิ่งลงเครื่องเมื่อวานนี้เองเว้ย พอดีบริษัทแม่เรียกตัวให้มาช่วยโปรเจกต์ใหญ่ที่สาขานี้พอดี คิดถึงแกว่ะ เลยแวะมาเซอร์ไพรส์ซะหน่อย" กรหัวเราะร่วน ก่อนจะเหลือบไปเห็นร่างโปร่งของพีทที่ยืนถือแก้วชาไทยนิ่งค้างอยู่ข้างโต๊ะ "อ้าว... แล้วนี่ใครเหรอวะแฟนใหม่แกเหรอ หน้าตาน่ารักดีนี่หว่า"
ธันวาชะงักไปนิด รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "บ้า,ไม่ใช่แฟนเว้ย! นี่คุณพีท เป็นบล็อกเกอร์ไอทีที่... เอえ... ที่ต้องมาร่วมงานรีวิวโปรเจกต์ใหม่ด้วยกันช่วงนี้เฉยๆ"
พีทยืนนิ่ง สังเกตการณ์การสนทนาระหว่างเพื่อนเก่าทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความรู้สึกแปลกๆ ในอก ดวงตากลมโตมองสำรวจชายหนุ่มผู้มาใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า กร ทั้งหล่อ ทั้งดูภูมิฐาน แถมยังมีออร่าของความมั่นใจและความสนิทสนมที่ตีตราจองความเป็น "คนสนิท" ของธันวาไว้อย่างชัดเจน ชนิดที่ต่อให้เอาแว่นขยายมาส่อง ก็รู้เลยว่าสองคนนี้มีเรื่องราวความทรงจำร่วมกันมามากมายขนาดไหน
"สวัสดีครับ ผมกรนะคับ เป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนของไอ้ธันวามัน ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณพีท" กรหันมาส่งยิ้มพราวเสน่ห์ พร้อมยื่นมือมาตรงหน้าพีท
พีทกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะยื่นมือไปจับตามมารยาท "ค่ะ... ฉันพีทนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนสนิทของคุณธันวาค่ะ"
คำว่า "เพื่อนสนิท" ที่กรเน้นเสียงหนักแน่นเป็นพิเศษ ทำเอาพีทรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอหอย แปลกจัง... ทั้งๆ ที่ปกติเขาเป็นคนปากเก่งและชอบกวนประสาทชาวบ้านไปทั่ว แต่พอมาเจอหนุ่มหล่อดีกรีเพื่อนเก่าคนนี้เข้า ปากเจ้ากรรมกลับหนักอึ้งขึ้นมาดื้อๆ ซะอย่างนั้น แถมบรรยากาศรอบตัวของธันวาและกรยังดูเข้าขากạนได้ดีจนเขากลายเป็นคนนอกไปในพริบตา
"ธันวา เย็นนี้ว่างป่ะวะ ฉันว่าจะชวนไปกินข้าวร้านเดิมที่เราเคยไปกินสมัยเรียนด้วยกันซะหน่อย รำลึกความหลังกันหน่อย เจ้าภาพเลี้ยงเองไม่ต้องห่วง!" กรหันไปชวนเพื่อนรักด้วยท่าทางสนิทสนม โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าของคนข้างๆ เลยแม้แต่น้อย
ธันวาลอบเหลือบมองพีทที่ตอนนี้ยืนเงียบผิดปกติ ใบหน้าที่เคยสดใสยิ้มแย้มกลับเรียบตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตก้มมองแก้วชาไทยในมือ นิ่งเงียบจนน่าใจหาย ธันวาอ้าปากจะปฏิเสธคำชวนของกร เพราะเกรงใจบล็อกเกอร์หนุ่มที่เพิ่งเคลียร์งานค้างด้วยกันเมื่อครู่ แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก...
"ไปสิคะ! ทำไมจะไม่ว่างล่ะคะคุณกร นานๆ ทีเพื่อนรักกลับมาทั้งที คุณธันวาเขาต้องดีใจจนเนื้อเต้นอยู่แล้วล่ะค่ะจริงไหมคะคุณธันวา" พีทชิงพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน น้ำเสียงหวานหยดแต่แฝงด้วยความประชดประชันนิดๆ ฉาบด้วยรอยยิ้มการค้าที่ปลอมที่สุดในสามโลก
ธันวาหันขวับไปมองพีททันที หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกร้อนรนแปลกประหลาด เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ส่งมาให้ แต่มันกลับไม่ไปถึงดวงตาคู่สวยคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย
"เดี๋ยว... คุณพีท ฟังผมก่อน..." ธันวาเอ่ยเสียงเบา พยายามจะยื่นมือไปคว้าแขนเรียวของอีกฝ่ายเอาไว้
แต่พีทกลับถอยหลังหลบหนึ่งก้าว ชูสมาร์ตโฟนในมือขึ้นมาหน้าตาเฉย "เชิญตามสบายเลยนะคะสองคนเพื่อนรัก ฉันขอตัวไปเคลียร์คิวงานก่อนดีกว่าค่ะ พอดีดูดวงมา... เขาบอกวันนี้คนเกิดวันพุธห้ามไปกินข้าวกับคนชื่อ 'ก.ไก่' ไม่งั้นดวงความรักจะพังพินาศค่ะ!"
พูดจบ พีทก็หมุนตัวเดินดุ่มๆ หายลับไปทางห้องทำงานของตัวเองทันที ทิ้งให้ธันวายืนค้างเติ่งอยู่กลางวงล้อมความอึดอัด โดยมีกรยืนยิ้มร่าเริงไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ข้างๆ
ธันวานิ่งงัดมองตามแผ่นหลังบางที่เดินจากไป หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบอยากจะทึ้งหัวตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด
*ให้ตายเถอะพีท! ใครมันจะไปเชื่อดวงบ้าบอนั่นกันเล่า! แล้วนี่... นายกำลังเข้าใจฉันผิดไปกันใหญ่แล้วนะ!*
ธันวาเม้มปากแน่น ตัดสินใจสะบัดหน้าหนีเพื่อนสนิทชั่วคราว คว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วรัวนิ้วพิมพ์ข้อความยาวเหยียดส่งตรงไปหาคนที่เพิ่งเดินหนีไปหมาดๆ ด้วยความร้อนรน
*[ธันวา]: คุณพีท หยุดเดี๋ยวนี้นะครับ! ฟังผมอธิบายก่อน กรเขาเป็นแค่เพื่อนสมัยเรียนจริงๆ ไม่มีอะไรทั้งนั้น! แล้วอีกอย่าง... ดวงบ้าบอนั่นคุณก็เพิ่งแต่งขึ้นมาเองใช่ไหมล่ะ อย่ามางี่เง่าแถวนี้... เอ้ย! ไม่ใช่! หมายถึง... อย่าเพิ่งเข้าใจผิดสิครับ คุณก็รู้ว่าผม...*
ธันวารัวนิ้วพิมพ์ข้อความสารภาพความในใจที่อัดอั้นตันใจมานานออกไปพรวดเดียวโดยไม่ทันได้ยั้งคิด แต่พอนิ้วโป้งกำลังจะกดส่ง... ข้อความที่พิมพ์ไว้ดันเผลอกดโดนปุ่มส่งเข้าอย่างจัง! ธันวายืนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบใช้นิ้วจิ้มค้างที่หน้าจอเพื่อหาปุ่มลบข้อความอย่างลนลาน แต่ทว่า... หน้าจอสมาร์ตโฟนกลับปรากฏสัญลักษณ์แจ้งเตือนสีเขียวขึ้นมาว่า...
*(Read)*
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นักเขียน "สมุดบันทึกสีน้ำตาล" คนนี้เสมอนะคะ!
เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีปากแจ๋ว•ตอนที่ 15
ศัตรูหัวใจที่ไม่ได้มาทางวิทย์
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!