เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีปากแจ๋ว•ตอนที่ 12

คืนนั้นเราดื่มกันเกินไปหน่อย

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"สวัสดี... ธันวา ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ" ประโยคสั้นๆ ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของธันวาในคืนนี้ ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเงาร่างสูงโปร่งของเจ้าของเสียง ที่ตอนนี้กำลังยืนพิงกรอบประตูห้องครัวคอนโดมิเนียมของเขาด้วยท่าทางสบายจนน่าหมั่นไส้ พีทในยามวิกาลไม่ได้สวมเสื้อฮู้ดโอเวอร์사이즈หรือแว่นตากรอบหนาที่ใช้บังสายตาเวลาพรีวิวแกดเจ็ตเหมือนในคลิปรีวิว แต่กลับอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวบางเบา กางเกงนอนผ้าฝ้ายนิ่มๆ และเส้นผมที่ยังชื้นน้ำจากการเพิ่งสระ ทำให้บล็อกเกอร์หนุ่มปากแจ๋วคนนี้ดู... อันตรายต่อหัวใจของนักรีวิวไอทีผู้เคร่งขรึมเกินกว่าจะรับไหว ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แก้วน้ำในมือสั่นไหวเล็กน้อยจนน้ำเปล่ากระฉอกโดนปลายนิ้ว เขาพยายามดึงสติแล้วปั้นหน้าให้ขรึมที่สุดตามสัญชาตญาณของคนที่เป็นเจ้าของห้อง "นายเข้ามาทางไหน... ประตูห้องฉันก็ล็อกนี่นา" ธันวาเอ่ยถามเสียงแหบพร่า พยายามเบนสายตาหนีจากลาดไหล่เนียนที่โผล่พ้นคอเสื้อยืดของอีกฝ่าย "อ๋อ กุญแจสำรองที่นายเคยทำตกไว้ใต้ชั้นวางรองเท้าเมื่อสามเดือนก่อนไงคะ... ฉันแค่เก็บรักษาไว้ให้เป็นอย่างดี ไม่คิดเลยว่าจะได้มีโอกาสเอามาใช้ในยามวิกาลแบบนี้" พีทยิ้มกริ่ม ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายซุกซน เจ้าตัวเดินน่องทอดน่องเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูก "ว่าแต่... หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยนะคุณนักรีวิว ตกใจที่เห็นหน้าฉัน หรือว่าตกใจที่รู้ว่าตัวเองเผลอทำอะไรลงไปเมื่อชั่วโมงก่อนกันแน่?" คำถามนั้นทำให้เลือดในกายของธันวาสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าทันที ภาพความทรงจำขาดๆ ายๆ เมื่อตอนหัวค่ำย้อนกลับมาเป็นฉากๆ งานเลี้ยงฉลองยอดวิวทะลุเป้าของช่องยูทูปไอทีที่ลามปามไปถึงร้านกินดื่มริมแม่น้ำ และจบลงด้วยการที่เขาเผลอดื่มค็อกเทลสูตรพิเศษของร้านเข้าไปหลายแก้ว... จนจำไม่ได้ว่าตัวเองกลับมาถึงห้องได้อย่างไร และที่แย่ที่สุดคือ... เขาจำไม่ได้ว่าตัวเองเผลอพูดอะไรกับเจ้าพ่อมูเตลูคนนี้ไปบ้าง "ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นแหละ นายต่างหากที่ถือวิสาสะเข้าห้องคนอื่น ออกไปเลยนะพีท ดึกดื่นแบบนี้มันไม่ใช่เวลามาเล่นตลก" ธันวาพยายามดันร่างอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ทว่าพีทกลับอาศัยจังหวะก้าวเข้าประชิดตัวมากกว่าเดิม มือเรียวยื่นไปคว้าขอบเคาน์เตอร์ครัว กักตัวธันวาให้อยู่ระหว่างอกของตนกับผนังห้องโดยสมบูรณ์ บรรยากาศรอบตัวแคบลงถนัดตา กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของพีททำให้สมองของธันวาที่ปกติมีแต่ตัวเลขและสถิติ รวนเรจนประมวลผลอะไรไม่ถูก "เล่นตลกเหรอคะ? เมื่อกี้ใครกันนะที่นั่งซบไหล่ฉันอยู่บนแท็กซี่ แล้วก็พึมพำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับ... 'พีทใจร้าย' ตั้งหลายรอบ" พีทโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงนุ่มข้างใบหูที่ตอนนี้แดงแจ๋จนลามไปถึงต้นคอ "แถมพอกลับมาถึงห้อง นายนั่นแหละที่เป็นคนดึงฉันให้นั่งลงบนโซฟา แล้วบอกว่า... อยากรู้นักว่าปากที่ชอบเถียงฉันเนี่ย มันจะรสชาติเหมือนกาแฟคาปูชิโน่แก้วโปรดรึเปล่า" ธันวาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรำทำเพลงอยู่ในอกราวกับจะทะลุออกมาข้างนอก ภาพความทรงจำที่ขาดหายไปเริ่มปะติดปะต่อ ความจริงที่ว่าเขาเป็นคน 'เริ่มก่อน' ทำให้ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายลงไม่เป็นท่า "ฉัน... ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย นายแต่งเรื่องขึ้นมาเองแน่ๆ พีท!" ธันวาเถียงเสียงสั่น ไม่กล้าสบตาคู่สนทนาตรงๆ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเห็นความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิดในแววตา "ไม่เชื่อเหรอคะ งั้นทบทวนความทรงจำกันหน่อยดีไหม?" ไม่ทันที่ธันวาจะได้เอ่ยปฏิเสธ พีทก็ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน ความใกล้ชิดที่เกินเส้นคำว่า 'เพื่อนร่วมงาน' หรือ 'คู่กัด' ทำให้ห้องทั้งห้องเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน ธันวารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว สติสัมปชัญญะที่มีอยู่กระจัดกระจายหายไปหมด ปลายจมูกโด่งรั้นของพีทปัดผ่านแก้มของเขาเบาๆ เรียกความสั่นสะท้านไปทั่วร่าง ในเสี้ยววินาทีนั้น ธันวาควรจะผลักอีกฝ่ายออกไปให้พ้นทางแล้วล็อกห้องนอนหนีความอาย แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการยกมือขึ้นเกาะไหล่กว้างของอีกฝ่ายไว้โดยไม่รู้ตัว ความนุ่มนวลและความอุ่นร้อนจากฝ่ามือที่แนบลงบนแผ่นหลังทำให้พีทชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสองคู่ประสานกันในความสลัวของแสงไฟจากตึกสูงนอกหน้าต่าง "นายมัน... บ้าที่สุดเลยพีท" ธันวาพึมพำเสียงแผ่วเบา ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อความใกล้ชิดนี้อย่างราบคาบ "ฉันรู้ค่ะ..." พีทยิ้มละมุน รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาหัวใจของคนมองกระตุกวูบ "แต่ถ้านายไม่เริ่มเปิดทางให้ก่อน ฉันก็คงไม่กล้าข้ามเส้นเข้ามาในเซฟโซนของนายหรอกนะ... ธันวา" นิ้วเรียวของพีทไล้เบาๆ ที่ข้างแก้มของธันวา สัมผัสแผ่วเบานั้นชวนให้เคลิบเคลิ้มจนธันวาเผลอหลับตาลงรับสัมผัส ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่เคยอ้างว้างและปิดตายมานาน แต่ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกันเพื่อปิดฉากค่ำคืนอันยาวนานนี้ด้วยความหวานล้ำ เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ *ติ๊ง!* ธันวาสดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากอ้อมแขนของพีทด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายปนหงุดหงิดที่บรรยากาศสุดโรแมนติกถูกขัดจังหวะ เขาเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูหน้าจอด้วยความหงุดหงิด ตั้งใจจะปิดเสียงแจ้งเตือนแล้วโยนมันทิ้งไป ทว่า... ทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ บนหน้าจอที่สว่างวาบในความมืด ดวงตาของธันวา2ก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ข้อความจากบัญชีปริศนาที่ถูกส่งเข้ามาเมื่อสามวินาทีที่แล้ว ปรากฏชื่อและรูปโปรไฟล์ที่เขาไม่มีวันลืม... *[บัญชีผู้ใช้: น้ำใส (แฟนเก่าที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสองปีก่อน)]* *"ธันวา... คืนนี้ฉันกลับมาถึงกรุงเทพฯ แล้วนะ ไปเจอกันที่เดิมหน่อยได้ไหม ฉันมีเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตจะบอกเธอ..."* ห้องทั้งห้องกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบลงทันตาเห็น พีทที่ยืนอยู่ตรงหน้าหุบยิ้มลงช้าๆ เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าซีดเผือดและการสั่นเทาของมือที่ถือโทรศัพท์มือถือของธันวา ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันตรงนี้นะคะ มาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันนะคะ ✨
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%