“ถ้าคุณยังส่งข้อความบ้าๆ มาอีก ผมจะบล็อกเบอร์คุณจริงๆ ด้วย ธันวา!”
เสียงหวานๆ ของพีทที่ดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์มือถือไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นกระดาษเอกสารและแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ดูผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาคู่สวยที่เคยระยิบระยับด้วยประกายความขี้เล่น ตอนนี้กลับฉายแววเหนר้าล้าอย่างเห็นได้ชัด ขอบตาดำคล้ำจากการอดหลับอดนอนติดต่อกันมาสองคืนเต็มเพื่อปั่นต้นฉบับบทความบล็อกไอทีที่ใกล้จะเดดไลน์เข้ามาทุกที
ซองเอกสารสีน้ำตาลที่นอนแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะทำงาน—ซองที่บรรจุเรื่องราวในอดีตและลายมือที่คุ้นตาจนหัวใจกระหน่ำตี—ถูกผลักไปไว้มุมสุดของโต๊ะ ราวกับพีทพยายามจะปัดเป่าอดีตให้ออกไปจากพื้นที่สมาธิของตัวเอง แต่ยิ่งพยายามเมินเฉยมากเท่าไหร่ ความฟุ้งซ่านก็ยิ่งเกาะกุมจิตใจมากเท่านั้น
*ก๊อกๆ.*
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สองครั้งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของออฟฟิศยามตีสองครึ่ง พีทขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ใครกันที่จะมาเดินวนเวียนอยู่ในตึกนี้เวลานี้? หรือจะเป็นแม่บ้านตรวจตึก? หรือจะเป็นบรรณาธิการจอมโหดที่ตามมาทวงต้นฉบับถึงที่?
ร่างโปร่งลุกขึ้นจากเก้าอี้หมุนอย่างเกียจคร้าน เดินลากเท้าไปเปิดประตูด้วยท่าทางหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ทว่า... บริเวณหน้าห้องกลับว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาคน มีเพียงถุงกระดาษสีคราฟท์เรียบๆ วางนิ่งสนิทอยู่บนพรมหน้าห้อง พร้อมกับแก้วกาแฟกระดาษที่ยังมีไอน้ำเกาะพราวบ่งบอกว่ามันเพิ่งถูกชงเสร็จใหม่ๆ และโน้ตแผ่นเล็กๆ ที่แปะไว้ด้วยลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลังที่เขาคุ้นเคยดี
*‘เลิกกินกาแฟกระป๋องรสชาติเหมือนน้ำล้างจานนั่นซะ ถ้าไม่อยากให้บล็อกพังก่อนส่งต้นฉบับ — ธัน’*
พีทกะพริบตาปริบๆ สมองที่ล้าจากการทำงานรันช้าลงไปถนัดตา เขาก้มลงหยิบโน้ตแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณา ไล่สายตามองตัวหนังสือภาษาอังกฤษหัวกลมๆ ที่เขียนด้วยปากกาหมึกซึม ก่อนจะหันซ้ายแลขวา, ทางเดินยาวเหยียดไร้ผู้คน มีเพียงแสงไฟนีออนสีส้มสลัวๆ ทอดยาวไปไกล
“ปากจัดเป็นบ้า...” พีตพึมพำกับตัวเอง มุมปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว หัวใจที่เคยห่อเหี่ยวและเหนื่อยล้าจากซองเอกสารปริศนาเมื่อตอนหัวค่ำ กลับมีกระแสความอบอุ่นบางเบาแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่อย่างดื้อด้าน
เขายกแก้วกาแฟขึ้นมาจรดริมฝีปาก ความอุ่นละมุนของลาเต้สูตรหวานน้อยกำลังดี ไหลผ่านลำคอปลุกประสาทสัมผัสที่กำลังจะหลับใหลให้ตื่นตัวขึ้น รสชาติกลมกล่อมที่ไม่หวานเลี่ยนและไม่ขมจนเกินไป—มันเป็นรสชาติเดียวกับที่ธันวาชอบบ่นว่า ‘คนกินกาแฟใส่นมเยอะขนาดนี้ไม่เรียกว่ากินกาแฟหรอก เรียกว่ากินนมรสกาแฟ’ แต่สุดท้ายก็เป็นคนเดียวกันนี่แหละที่จำได้แม่นว่าเขาชอบดื่มอะไรเวลาทำงานดึกๆ
นิ้วเรียวสวยกดเปิดหน้าจอสมาร์ทโฟน เปิดแอปพลิเคชันแชตที่ค้างบทสนทนากับคนปากแข็งไว้
**[Chat: ธันวา (ไอ้คนปากแจ๋ว)]**
**พีท:** นี่แอบมาหน้าห้องหรรอ? กลัวผมตายคาต้นฉบับว่างั้น?
**ธันวา:** เพ้อเจ้อ ใครไปหน้าห้องคุณ ผมนั่งปั่นสคริปต์รีวิวการ์ดจอใหม่อยู่สตูดิโอชั้นบนต่างหาก อย่าสำคัญตัวผิดนักเลยคุณบล็อกเกอร์
**พีท:** แหม เสียงสูงเชียวนะพ่อคุณ มือถือแก้วกาแฟอุ่นๆ พร้อมโน้ตลายมือไก่เขี่ยแบบนี้ ยังจะปากแข็งอีกหรอคะคุณนักรีวิวไอที
**ธันวา:** ☕️... รำคาญเสียงพิมพ์คีย์บอร์ดคุณมันดังทะลุเพดานลงมาถึงข้างล่างต่างหาก เลยซื้อมาเผื่อๆ แถวนี้มันไม่มีร้านเปิดแล้ว ก็แค่นั้น
**พีท:** ปากบอกรำคาญ แต่ใส่ใจซื้อลาเต้หวานน้อยแบบที่ผมชอบมาให้เนี่ยนะ? หลงรักผมแล้วก็บอกเถอะน่า ธันวาไม่เห็นต้องเขินเลย 😉
**ธันวา:** หลงรักผีสางอะไรล่ะคุณ! ผมแค่ไม่อยากให้คุณช็อกตายคาโต๊ะแล้วผมต้องมาเป็นพยานปากเอกให้ตำรวจต่างหาก เลิกเพ้อเจ้อแล้วไปปั่นงานต่อซะ!
**พีท:** 555555 เขินแล้วพาลตลอด อาการนี้นานเข้าจะแก่เร็วนะคะคุณธันวา ขอบคุณสำหรับกาแฟนะ อร่อยมาก... เหมือนคนซื้อเลย หวานละมุนแต่แอบขมปากนิดๆ ตอนท้าย
**ธันวา:** อ่านแล้วก็รีบไสหัวไปทำงานค่ะ! ปิดแชตแล้วเคลียร์ต้นฉบับให้เสร็จก่อนฟ้าสว่าง ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ผมจะเอาลำโพงมาเปิดเพลงธรณ์กรรแสงหน้าห้องคุณจริงๆ ด้วย
พีทหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้องทำงานส่วนตัว ความเครียดสะสมตลอดหลายชั่วโมงมลายหายไปจนหมดสิ้น เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กลับคืนมา ร่างโปร่งทิ้งตัวลงนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้งด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ นิ้วเรียวรัวลงบนแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่วและรวดเร็วกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
ในขณะที่โลกทั้งใบกำลังหลับใหล มีคนใจร้ายปากแข็งคนหนึ่งแอบเดินลงมาจากชั้นบนเพื่อส่งความอบอุ่นในแก้วกระดาษมาให้... บล็อกเกอร์หนุ่มสายมูอดไม่ได้ที่จะหยิบลูกประคำหินมงคลขึ้นมาลูบเบาๆ พร้อมกับอธิษฐานในใจเงียบๆ ว่า ขอให้ความสัมพันธ์ 'คู่กัด' ระหว่างเขากับพ่อหนุ่มไอทีคนนี้ มีแต่ความน่ารักนุบนิบแบบนี้เรื่อยไป
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนเข็มนาฬิกาตีบอกเวลาตีห้าครึ่ง ต้นฉบับบทความชิ้นโบว์แดงถูกกดส่งไปยังอีเมลของบรรณาธิการเรียบร้อย พีทบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยล้า ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณประท้วงว่าต้องการการพักผ่อนอย่างรุนแรง เปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะส่งข้อความบอกราตรีสวัสดิ์คนชั้นบนเป็นครั้งสุดท้าย
แต่ทว่า... ก่อนที่นิ้วจะทันได้กดส่งข้อความ หน้าจอโทรศัพท์กลับสว่างวาบขึ้นมาก่อนด้วยสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกปลอมที่ไม่มีชื่อในบันทึก
พีทขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ยามวิกาลแบบนี้ใครโทรมาอีก? หรือจะเป็นเรื่องซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนานั่นกันแน่?
ด้วยความลังเลและสังหรณ์ใจแปลกๆ นิ้วเรียวจึงกดรับสายแล้วแนบกับใบหู
"สวัสดีค่ะ..." พีทเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
(พีท... นายยังไม่นอนใช่ไหม? คือ... ฉันขอโทษนะที่ต้องโทรมาตอนนี้ แต่... ฉันคิดว่านายควรรู้เรื่องนี้ ก่อนที่มันจะสายเกินไป)
เสียงทุ้มต่ำที่ปลายสายเอ่ยขึ้นด้วยความร้อนรนและสั่นเครือเล็กน้อย—ไม่ใช่เสียงของธันวา... แต่เป็นเสียงของคนที่พีทคิดว่า 'ตาย' ไปจากชีวิตเขาแล้วตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน!
สมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มนี้ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมอมยิ้มและลุ้นไปกับความสัมพันธ์อันแสนน่ารักนี้นะคะ
เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีปากแจ๋ว•ตอนที่ 10
ความใส่ใจที่ซ่อนอยู่ในคำด่า
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณนักรีวิวไอทีปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!