กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ•ตอนที่ 12

พายุเข้า

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
“หากไร้ซึ่งความสามารถในการรักษาถิ่นฐาน ก็อย่าได้หวังจะวางหมากบนกระดานแห่งอำนาจนี้เลย ท่านเฉิน” เสียงเรียบเรื่อยที่แฝงไปด้วยไอเย็นเยือกของหลี่ซูเหยาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในโกดังสินค้าที่เคยเต็มไปด้วยความคึกคัก บัดนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นไหม้ของเนื้อผ้าและเศษซากเครื่องจักรที่ถูกทุบทำลายจนไร้ชิ้นดี ดวงตากลมโตดุจกวางสาวของนางหรี่ลงเล็กน้อย มองไปยังรอยยับบนชุดผ้าไหมสีเรียบที่นางสวมใส่ ซึ่งขัดกับบรรยากาศเสื่อมโทรมเบื้องหน้าอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บประณีตที่ยืนอยู่เบื้องหน้า—เฉินเหว่ย—แย้มยิ้มที่มุมปาก มือหนาหมุนแหวนหยกบนนิ้วชี้อย่างใจเย็น ท่าทีของเขาคือความโอหังที่ถูกขัดเกลามาอย่างดีจากตระกูลที่ร่ำรวยด้วยเส้นสายในยุคเปลี่ยนผ่านนี้ “ซูเหยา... การค้าก็เหมือนการทัพ หากแม่ทัพไร้กลยุทธ์รักษาค่ายกล ปล่อยให้มอดไม้กัดกินฐานรากจนพังทลาย นั่นมิใช่ความผิดของผู้อื่น แต่เป็นความเขลาของผู้นำเองมิใช่หรือ?” เฉินเหว่ยเว้นจังหวะ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนหลี่ซูเหยาสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลไปด้วยความทะเยอทะยาน “สินค้าล็อคใหญ่ของคุณถูกเผาด้วยฝีมือโจรลักเล็กขโมยน้อย... น่าเสียดายยิ่งนักที่พยานหลักฐานทั้งหลายล้วน ‘บังเอิญ’ หายไปในคืนที่พายุเข้าพอดี” หลี่ซูเหยาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก นางเพียงปัดฝุ่นออกจากปลายแขนเสื้ออย่างเชื่องช้า ความสง่างามที่นางสั่งสมมาจากวังหลวงในภพก่อนยังคงติดตัวอยู่เสมอ ราวกับนางกำลังนั่งจิบชาในตำหนักมากกว่าการยืนอยู่ท่ามกลางสมรภูมิธุรกิจที่กำลังลุกเป็นไฟ “พายุที่ท่านว่า... คงมิใช่ลมฝนจากธรรมชาติหรอกกระมัง” นางแค่นยิ้ม ดวงตาคมกริบราวกับกระบี่ที่ซ่อนในฝัก “แต่มันคือลมแห่งความริษยาที่พัดออกมาจากใจที่คับแคบของท่าน ท่านเฉิน ในเมื่อท่านเลือกจะทิ้งหมากตัวสำคัญอย่าง ‘ความถูกต้อง’ ไปเพื่อชัยชนะชั่วคราว ท่านก็ควรเตรียมตัวรับผลจากหมากตานี้ให้ดี” “ขู่ข้าหรือ?” เฉินเหว่ยหัวเราะลั่น เสียงนั้นบาดหู “จ้าวหานเฟิงปกป้องคุณได้ไม่ตลอดรอดฝั่งหรอก ในยุคที่ปืนและอิทธิพลมืดอยู่เหนือคุณธรรมเช่นนี้ อำนาจในมือข้ามีค่ากว่าปัญญาเพียงน้อยนิดของคุณนัก” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูโกดัง บรรยากาศภายในห้องที่กดดันอยู่แล้วกลับทวีความเย็นเยียบจนถึงขีดสุด จ้าวหานเฟิงก้าวเข้ามาในชุดโค้ทตัวยาวสีดำสนิท ท่วงท่าของเขาองอาจราวกับขุนพลผู้พิชิตศึก แววตาคมกริบของเขากวาดผ่านร่องรอยความเสียหายเพียงชั่วครู่ ก่อนจะหยุดลงที่เฉินเหว่ยด้วยความนิ่งงันที่น่าเกรงขาม “ใครบอกท่านหรือ... ว่าข้าปกป้องเพียงอย่างเดียว?” เสียงทุ้มต่ำของจ้าวหานเฟิงเอ่ยขึ้น สั้น กระชับ ทว่ากดดันจนคนฟังแทบหยุดหายใจ เฉินเหว่ยชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะฝืนยิ้ม “ท่านอ๋อง... โอ๊ะ ขออภัย ท่านประธานจ้าว ดูเหมือนการลงทุนของคนของคุณจะพินาศไปกว่าครึ่ง ดูสิ กองผ้าเหล่านั้น...” จ้าวหานเฟิงไม่ได้หันไปมองซากปรักหักพัง เขาเดินตรงไปหาหลี่ซูเหยา มือหนาเอื้อมไปจัดปอยผมที่หลุดรุ่ยของนางอย่างแผ่วเบา ท่ามกลางสายตาตะลึงงันของเฉินเหว่ย ชายผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาดุจน้ำแข็งกำลังแสดงความอ่อนโยนที่น้อยคนนักจะได้เห็น “เหยาเหยา” เขาเรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนเหลือเพียงความใกล้ชิด “ของพวกนี้... ก็แค่เศษสวะที่ข้าอนุญาตให้เขาทำลายทิ้งเพื่อเปิดทางสู่ ‘ของจริง’ เท่านั้น” หลี่ซูเหยาสบตากับเขา แววตาของนางไหวระริกด้วยความเข้าใจในทันที นางเผยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของจ้าวหานเฟิงกระตุกวูบ “จริงด้วยสินะเจ้าคะ” นางตอบรับ “สินค้าพวกนั้น... เป็นเพียงของค้างสต็อกที่หนูแมลงสาบชอบมาแทะกิน ขอบคุณท่านอ๋องที่ช่วยกำจัดให้” เฉินเหว่ยหน้าถอดสี “พวกคุณหมายความว่าอย่างไร?” หลี่ซูเหยาหมุนตัวกลับมามองคู่แข่งด้วยสายตาของผู้เหนือกว่า “หมายความว่า ข้าขอบพระคุณท่านมากที่ช่วยเผาสินค้าปลอมแปลงที่ข้าตั้งใจให้คนของท่านขโมยไปขาย ท่านทำลายชื่อเสียงของตัวเองด้วยการกระจายสินค้านั้นไปทั่วตลาด... ในขณะที่ของจริงของข้า กำลังถูกส่งตรงถึงมือลูกค้าระดับสูงในวินาทีนี้” เฉินเหว่ยถึงกับก้าวถอยหลัง มือที่กำแน่นสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อความจริงเริ่มปรากฏชัด ว่าทุกสิ่งที่เขาทำไป—ความสะใจที่ได้เห็นนางพ่ายแพ้—แท้จริงแล้วคือแผนการที่เขากลายเป็นผู้รับผิดชอบความหายนะด้วยมือตนเอง ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ ของหลี่ซูเหยาก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบงัน จ้าวหานเฟิงเหลือบมองหน้าจอแล้วขมวดคิ้วแน่น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันในทันที “เกิดอะไรขึ้น?” หลี่ซูเหยาถามด้วยสัญชาตญาณ จ้าวหานเฟิงรับสาย ฟังเพียงไม่กี่วินาทีสีหน้าของเขาก็เย็นเยียบถึงขีดสุด ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้นางพร้อมเสียงกระซิบที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ “สายจากเรือนจำ... พ่อของเจ้าหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อครู่นี้” หลี่ซูเหยาชะงักงัน หัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก แผนการของเฉินเหว่ยเป็นเพียงมดปลวก แต่การหายตัวไปของบิดานางคือพายุใหญ่ที่แท้จริงที่กำลังจะพัดทำลายทุกอย่างที่นางพยายามสร้างขึ้น ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่ระทึกขวัญนี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ส้มหวานมิติลับ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%