กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ•ตอนที่ 11

รากฐานใหม่

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
"การจะสร้างปราสาทบนพื้นทราย มิใช่เรื่องยากหากท่านรู้วิธีบังคับกระแสน้ำ แต่การจะสร้างอาณาจักรในยุคที่กฎหมายยังเป็นเพียงเส้นด้ายที่ใครจะฉีกขาดเมื่อใดก็ได้นั้น... ท่านต้องมีมือที่สะอาดพอจะถือตราประทับ แต่ต้องเปื้อนเลือดพอจะปกป้องมัน" หลี่ซูเหยาวางปากกาหมึกซึมลงบนกระดาษร่างสัญญาหุ้นส่วน เสียงของนางราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงบัว ทว่าแววตาที่จ้องมองไปยังบุรุษร่างสูงใหญ่ตรงหน้ากลับคมกริบดั่งคมกระบี่ที่ฝักถูกชักออกเพียงครึ่งเดียว จ้าวหานเฟิงไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงขยับกายพิงพนักเก้าอี้ไม้เนื้อแข็ง แววตาคมปลาบดุจพญาอินทรีจับจ้องร่างระหงในชุดสูทสตรีสั่งตัดที่ดูแปลกตาแต่สง่างาม กลิ่นอายของความทะเยอทะยานและกลิ่นน้ำหมึกจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานแคบๆ ของอาคารสำนักงานแห่งใหม่ใจกลางเมืองที่เพิ่งจะตกแต่งเสร็จ "เจ้ากำลังเล่นกับไฟ, ซูเหยา" จ้าวหานเฟิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความขบขันที่มุมปาก "เฉินเหว่ยไม่ใช่ขุนนางกระจอกที่เจ้าจะวางกับดักแล้วเดินจากไปได้ง่ายๆ เขาซื้อตัวเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนไปแล้วสามคน เพื่อขัดขวางไม่ให้ใบอนุญาตจัดตั้งบริษัทของเจ้าผ่านการตรวจสอบ" หลี่ซูเหยาคลี่ยิ้มบาง นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแผ่นเอกสารเป็นจังหวะ "ข้ามิได้จะเอาชนะเขาด้วยกำลัง แต่ข้าจะชนะเขาด้วยความถูกต้องที่กลายเป็นหอกทิ่มแทงตัวเอง กฎหมายยุคเจ็ดสิบนี้อาจจะช่องโหว่เยอะ แต่มันก็มีช่องว่างมากพอให้ข้าขยายอิทธิพลของท่านและข้าเข้าไป... เพียงแต่เราต้องเดินหมากให้ถูกช่อง" บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นทันตา เฉินเหว่ยไม่ใช่ศัตรูธรรมดา เขาคือพยัคฆ์หนุ่มผู้กระหายอำนาจและเติบโตมาจากการกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ด้วยวิธีการสกปรก การที่หลี่ซูเหยาตัดสินใจเปิดบริษัทนำเข้าเทคโนโลยีสิ่งทอในเวลานี้ คือการประกาศสงครามกลางที่ราบสูงที่ไม่มีที่ให้หลบซ่อน "หากข้าช่วยเจ้าเซ็นชื่อลงในเอกสารนี้ เจ้าต้องบอกข้าก่อนว่า... สิ่งที่เจ้าแลกเปลี่ยนคืออะไร" จ้าวหานเฟิงขยับตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นกายบุรุษเย็นเยียบและกลิ่นอายความมั่นคงจากเขาล้อมรอบนางไว้ ราวกับกรงขังที่อบอุ่นและอันตรายในคราวเดียว หลี่ซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางไม่มีความเกรงกลัว มีเพียงความมุ่งมั่นที่เปี่ยมล้น "ข้าแลกด้วยอนาคตที่ท่านอ๋อง... หรือทายาทตระกูลจ้าวในยุคนี้ ไม่เคยได้รับโอกาสได้กุมไว้ทั้งหมด ข้าจะทำให้ท่านมิใช่แค่ผู้มีอิทธิพลในเงามืด แต่เป็นผู้บงการเศรษฐกิจเบื้องหลังม่านพู่กันในยุคสมัยนี้" เฉินเหว่ยไม่รอให้พวกเขาวางแผนเสร็จสิ้น ในบ่ายวันนั้นเอง เขาส่งคนมาประท้วงที่หน้าสำนักงานพร้อมกับตราประทับปลอมและเอกสารแจ้งจับในข้อหา "ฉ้อโกงและตั้งองค์กรผิดกฎหมาย" เสียงอึกทึกครึกโครมดังขึ้นหน้าร้าน เสียงทุบกระจกและตะโกนด่าทอทำให้บรรยากาศของถนนสายนี้ที่เคยเงียบสงบพลันร้อนระอุ "คุณหนูหลี่ครับ พนักงานข้างนอกคุมไม่อยู่แล้ว เฉินเหว่ยมาเองพร้อมกับรองหัวหน้าเขต" ผู้ช่วยคนสนิทวิ่งเข้ามาหน้าตื่น หลี่ซูเหยาลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดกระดุมเสื้อสูทให้เรียบร้อย นางมองไปที่จ้าวหานเฟิงที่ยืนกอดอกอยู่ตรงมุมห้อง ชายหนุ่มเพียงพยักหน้าเล็กน้อย แววตาของเขาบ่งบอกว่าทุกอย่างอยู่ในจุดที่เขาควบคุมได้แล้ว "ไปเถิด" หลี่ซูเหยาเดินนำออกไป เสียงฝีเท้าของนางมั่นคงไร้ความหวั่นไหวเมื่อเปิดประตูออกสู่โลกภายนอกที่กำลังเดือดพล่าน ท่ามกลางกลุ่มคนนับสิบที่ส่งเสียงโหวกเหวก เฉินเหว่ยยืนเด่นเป็นสง่าในชุดสูทสีเทาราคาแพง เขาแสยะยิ้มเมื่อเห็นหลี่ซูเหยาปรากฏตัว "คุณหลี่ ดูเหมือนว่าสวรรค์จะไม่อำนวยให้ท่านทำธุรกิจเสียแล้ว วันนี้ท่านต้องไปกับเราเพื่อสอบสวนเรื่องการปลอมแปลงเอกสารราชการ" หลี่ซูเหยาไม่ตอบโต้ นางเพียงกวาดสายตามองเอกสารในมือเขา ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าถือ นางไม่ได้ยื่นให้เฉินเหว่ย แต่นางยื่นให้กับรองหัวหน้าเขตที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาด้วยท่าทีอ่อนน้อมแต่เด็ดขาด "ท่านรองคะ ก่อนจะนำตัวข้าไป ข้าเกรงว่าท่านควรตรวจสอบจดหมายฉบับนี้เสียก่อน... มันเป็นเอกสารยืนยันสิทธิ์จากส่วนกลางที่มีตราประทับของรัฐมนตรีการพาณิชย์ ซึ่งข้าเกรงว่าหากท่านเพิกเฉยต่อคำสั่งนี้ เก้าอี้ที่ท่านนั่งอยู่อาจจะไม่มั่นคงเท่าที่ท่านคิด" ใบหน้าของรองหัวหน้าเขตเปลี่ยนสีทันที เฉินเหว่ยขมวดคิ้ว "อย่าไปเชื่อมัน! ยัยนี่มันต้มตุ๋น!" ทันใดนั้น เสียงรถยนต์จี๊ปทหารสีเขียวเข้มหลายคันแล่นเข้ามาจอดปิดล้อมพื้นที่ เสียงเปิดประตูรถที่ดังพร้อมกันดุจเสียงอาณัติสัญญาณ ร่างของทหารองครักษ์ในเครื่องแบบเต็มยศก้าวลงมาอย่างเป็นระเบียบ จ้าวหานเฟิงก้าวเดินผ่านกลุ่มควันและผู้คนที่แตกตื่นออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาของเขาในตอนนี้ดุร้ายเสียจนเฉินเหว่ยต้องก้าวถอยหลัง "ใครที่บังอาจมาขัดขวางโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมในเขตการดูแลของข้า" เสียงทุ้มต่ำของจ้าวหานเฟิงดังก้อง ก่อให้เกิดความเงียบสงัดขึ้นในทันที เฉินเหว่ยหน้าซีดเผือด เขารู้ดีว่าเขากำลังเล่นกับใคร แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปากแก้ตัว รองหัวหน้าเขตที่เปิดซองจดหมายออกดูถึงกับมือสั่นเทา เพราะสิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่แค่เอกสารรับรอง แต่มันคือ "คำสั่งด่วนพิเศษ" ที่ระบุชื่อจ้าวหานเฟิงในฐานะผู้ร่วมลงทุนหลักและผู้คุ้มครองโครงการนี้โดยตรง หลี่ซูเหยามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก นางไม่ได้ใช้อาวุธ แต่นางใช้เครือข่ายความสัมพันธ์ของจ้าวหานเฟิงและไหวพริบในการเดินหมากระดับสูงที่เคยใช้ในวังหลวงมาจัดการเรื่องราวทั้งหมด "ดูเหมือนว่าความพยายามของท่านจะสูญเปล่านะคะ คุณเฉิน" หลี่ซูเหยากล่าวเบาๆ ขณะเดินเข้าไปใกล้เฉินเหว่ยที่กำลังสั่นระริก ทว่าในจังหวะนั้นเอง สายตาของหลี่ซูเหยาก็เหลือบไปเห็นคนสนิทของเฉินเหว่ยที่ยืนอยู่ในมุมมืด เขากำลังถือบางอย่างไว้ในมือ และจังหวะที่จ้าวหานเฟิงเผลอตัวขยับเข้ามาใกล้เพื่อปกป้องนาง คนผู้นั้นก็เปิดซองจดหมายลับอีกฉบับที่ดูคุ้นตา... มันคือตราประทับของตระกูลที่จ้าวหานเฟิงสั่งห้ามเปิดเผยเด็ดขาด เสียงกระซิบข้างหูของคนสนิทเฉินเหว่ยที่พูดขึ้นท่ามกลางความโกลาหลทำให้หลี่ซูเหยาต้องเบิกตากว้าง "ท่านอ๋อง... ท่านลืมไปแล้วหรือว่า 'ความลับ' เรื่องการย้อนเวลานี้ มิได้มีเพียงท่านที่รู้ แต่มันถูกบันทึกไว้ในพงศาวดารที่ถูกทำลายไปแล้ว!" พร้อมกับเสียงระเบิดควันขนาดเล็กที่ถูกปาลงพื้น บรรยากาศรอบตัวพลันมืดมิดลงหลี่ซูเหยารู้สึกถึงแรงดึงที่ข้อมือ ร่างของนางถูกกระชากเข้าไปในซอกตึกมืดโดยบุคคลที่นางไม่คาดคิด... ไม่ใช่จ้าวหานเฟิง แต่เป็นบุรุษที่หน้าตาเหมือนเขาทุกประการ ทว่าในดวงตามีรอยแผลเป็นที่นางจำได้ดีจากบันทึกในวังหลวงยุคก่อน ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติเวลามาด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ ส้มหวานมิติลับ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%