กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ•ตอนที่ 6

สายสัมพันธ์ที่ไม่คาดฝัน

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
"ก้าวเดียวพลาด ย่อมหมายถึงความพินาศทั้งกระดาน... เจ้าคิดว่าซ่อนรอยยิ้มเย้ยหยันไว้ภายใต้หน้ากากตื่นตระหนกนั่น แล้วข้าจะมองไม่เห็นหรือ หลี่ซูเหยา" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มในยามวิกาลดังลอดผ่านช่องว่างระหว่างชั้นหนังสือเก่าคร่ำคร่า กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงชั้นดีลอยวนอยู่ในอากาศที่แทบจะหยุดนิ่ง หลี่ซูเหยาไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ครึ่งก้าว นางเพียงแต่ค่อยๆ หมุนตัวกลับเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวออกมาจากเงาดำของมุมห้องคลังพัสดุเก่าในโรงงานสหกรณ์ยุคเจ็ดสิบ—สถานที่ซึ่งควรจะร้างผู้คนในยามวิกาลเช่นนี้ ดวงตาคู่คมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีของจ้าวหานเฟิงจดจ้องมองนาง ราวกับต้องการทะลุทะลวงเข้าไปถึงจิตวิญญาณที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังดวงตาสงบนิ่งคู่นั้น ชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีหม่นตามแบบฉบับเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจในยุคนี้ไม่อาจลดทอนความสง่างามเยือกเย็นและดุร้ายที่แผ่ออกมาจากตัวเขาได้เลยแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นไม้ดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับจังหวะกลองศึกที่เร่งเร้าหัวใจให้เต้นระส่ำ ซูเหยาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา นางสวมชุดแจ็กเก็ตผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้ม ทว่ากิริยาท่าทางและการวางมือประสานกันไว้ที่หน้าท้องกลับสง่างามราวกับพระสนมเอกผู้กำลังเดินตรวจตำหนักใน ไม่มีความตื่นตระหนกหรือความหวาดกลัวใดๆ ปรากฏให้เห็นในแววตาดำขลับคู่นั้น มีเพียงประกายความท้าทายที่วาบผ่านขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนจะจมหายไปในความล้ำลึก "ท่านอ๋อง... อ้อ ไม่สิ ผู้จัดการจ้าว ท่านเข้าใจผิดแล้วกระมังคะ" ซูเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล ทว่าแฝงไว้ด้วยความคมคายที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ข้าเพียงแต่มาตรวจสอบบัญชีวัสดุที่ตกค้างตามคำสั่งของคณะกรรมการ ไม่นึกเลยว่ายามวิกาลเช่นนี้ ผู้บริหารระดับสูงอย่างท่านจะยังมีแก่ใจมาเดินตรวจโกดังสินค้าเก่าๆ ด้วยตนเอง" จ้าวหานเฟิงหยุดยืนห่างจากนางเพียงแค่เอื้อมมือ ไหล่กว้างของเขาบดบังแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟดวงเดียวบนเพดานจนเงาของเขาทาบทับร่างระหงของนางจนมิด เขาก้มลงมองสตรีตรงหน้า สายตาดุจพยัคฆ์กวาดสำรวจตั้งแต่ปอยผมที่ล้อมกรอบใบหน้าเนียนละเอียด ไล่ลงมาถึงริมฝีปากที่แย้มยิ้มเย้ยหยันอย่างไม่เกรงกลัว และหยุดนิ่งอยู่ที่ดวงตาคู่ที่ฉลาดเฉลียวเกินกว่าหญิงสาวชาวบ้านในยุคสมัยนี้จะมีได้ กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นหอมเย็นของสนเขาผสมความกรุ่นกำยานจางๆ—โชยเข้าจมูกของซูเหยา กลิ่นนี้... เป็นกลิ่นเดียวกับที่นางเคยคุ้นเคยในตำหนักบูรพาเมื่อหลายร้อยปีก่อน กลิ่นอายของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดและพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่ขวางทาง หัวใจของซูเหยากระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่นางก็รีบควบคุมลมหายใจให้กลับมาสม่ำเสมออย่างรวดเร็ว "เจ้าไม่ใช่แค่คนตรวจบัญชีธรรมดา" จ้าวหานเฟิงเอ่ยเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตา กลับเต็มไปด้วยความอันตราย "แผนการซ้อนแผนเมื่อครู่... เจ้าเป็นคนส่งข่าวให้พวกตำรวจลับทางประตูหลัง เพื่อตัดตอนพยานปากเอกที่เฉินเหว่ยส่งมาปิดปากใช่หรือไม่? เจ้าต้องการทำลายหลักฐานการยักยอกเงินทุน หรือเจ้าต้องการให้เฉินเหว่ยกับข้าห้ำหั่นกันเองในความมืดกันแน่, หลี่ซูเหยา!" ชื่อของนางถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากของเขาอย่างชัดถ้อยชัดคำ น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีโทนเสียงสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐในยุคแปดสิบเลยแม้แต่น้อย แต่มันคือเสียงคำรามของพญามารผู้กลับชาติมาเกิดเพื่อทวงบัลลังก์ ซูเห่ายังคงรักษาความแย้มยิ้มบนใบไว้ได้อย่างไร้ที่ติ แม้ว่าภายในใจคลื่นลมจะซัดสาดรุนแรงเพียงใดก็ตาม นางก้าวเท้าเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายกดดันรอบตัวไม่ได้ทำให้นางถอยร่น กลับยิ่งทำให้นางเชิดหน้าสบตากับเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว "ท่านฉลาดเกินไปแล้วนะคะ, ผู้จัดการจ้าว..." ซูเหยาเอ่ยกระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงหวานหยดทว่าเยือกเย็นราวกับน้ำค้างแข็งบนยอดเขาหิมะ "แต่บางครั้ง... การรู้มากเกินไปในเกมที่ยังไม่จบกระดาน อาจทำให้ท่านเป็นฝ่ายเดินพลาดตกลงไปในหลุมพรางที่ท่านขุดไว้เองเสียเปล่าๆ" จ้าวหานเฟิงหรี่ตาลงวูบหนึ่ง มือหนาข้างหนึ่งยื่นออกไปอย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่เห็น คว้าเข้าที่ข้อมือเรียวบางของซูเหยาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบนั้นหนักหน่วงพอที่จะทำให้กระดูกข้อมือแหลกสลายได้ ทว่าซูเหยาเพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อยโดยไม่มีเสียงร้องเล็ดลอดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ปล่อยให้ความเจ็บปวดกลายเป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงความเด็ดเดี่ยวในแววตา "เจ้ากล้าดียังไงมาต่อรองกับข้า?" จ้าวหานเฟิงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นกระซิบกระซาบที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนและอันตรายถึงชีวิต "ในยุคสมัยที่ทุกคนต่างก้มหัวให้กฎระเบียบล้าหลังเหล่านี้ มีเพียงเจ้า... ที่เดินเข้ามาในเขตอิทธิพลของข้าด้วยแววตาของพญาหงส์ผู้รอวันเชิดฉาย เจ้าเป็นใครกันแน่... หลี่ซูเหยา? หรือว่า... เจ้าคือคนคนนั้น คนที่ข้าตามหามาตลอดหลายชาติภพ?" คำพูดประโยคสุดท้ายของเขาทำเอาซูเหยาถึงกับชะงักงัน ลลมหายใจสะดุดกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างในทันที ดวงตาคู่คมของจ้าวหานเฟิงไม่ได้มองนางด้วยความสงสัยในฐานะสายลับหรือคู่แข่งทางธุรกิจอีกต่อไป แต่เป็นสายตาที่ลุ่มลึก เจ็บปวด และโหยหา... สายตาของบุรุษผู้จดจำนางได้แม่นยำแม้กาลเวลาจะผันผ่านไปกี่ภพชาติ ก่อนที่ซูเหยาจะทันได้เอ่ยคำใดแก้สถานการณ์ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบก็สาดส่องเข้ามาทางประตูก็อตดักส์ด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องของเฉินเหว่ยที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ "ท่านผู้จัดการจ้าว! อยู่ข้างในนั้นหรือเปล่าครับ? ทางการได้รับแจ้งว่ามีคนบุกรุกห้องเอกสารลับ..." เฉินเหว่ยหยุดชะงักเมื่อก้าวเข้ามาถึงด้านในและเห็นภาพตรงหน้า—ภาพที่ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นและทรงอิทธิพลที่สุดในเขตอุตสาหกรรมกำลังกุมข้อมือของสตรีสาวหน้าตาเฉิดฉายอย่างแนบชิด ราวกับคู่รักที่กำลังซ่อนเร้นความลับบางอย่างในยามวิกาล จ้าวหานเฟิงค่อยๆ ปล่อยข้อมือของซูเหยาช้าๆ สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของนางไม่วางตา มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย ก่อนที่เขาจะหมุนตัวช้าๆ หันไปเผชิญหน้ากับเฉินเหว่ยที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่เบื้องหลัง "เจ้ามาได้จังหวะพอดี, เฉินเหว่ย..." จ้าวหานเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจที่กดดันจนเฉินเหว่ยต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "สหายร่วมงานหลี่ซูเหยาผู้นี้ กำลังช่วยฉันตรวจสอบบัญชีลับที่คุณพยายามซ่อนไว้พอดี... สนใจจะเข้ามาดูด้วยกันไหมว่า หน้าไหนบ้างที่จะต้องถูกลบชื่อออกจากตระกูลเฉินในคืนนี้?" ซูเหยาถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเงียบเชียบ มือเรียวที่เพิ่งถูกปล่อยเป็นอิสระกำเข้าหากันแน่นภายใต้ชายเสื้อคลุม หัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ นางตระหนักได้ทันทีว่าเกมนี้ได้เปลี่ยนจาก "การเอาตัวรอด" กลายเป็น "สงครามประสาท" ที่มีเดิมพันเป็นชีวิตของคนทั้งตระกูลไปเสียแล้ว และผู้ชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้านี้... อันตรายเกินกว่าที่นางเคยคำนวณไว้ในแผนการทุกประการ ทันใดนั้น เสียงกระซิบแผ่วเบาจากจ้าวหานเฟิงก็ดังลอยเข้ามาริมหูของนางอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะหันไปสนใจเฉินเหว่ย *"คืนนี้... หลังเที่ยงคืน มาพบข้าที่เรือนพักรับรองส่วนตัว อย่าให้ข้าต้องไปตามหาเจ้าด้วยตัวเอง... ยอดกุนซือของข้า"* ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติเวลามาสู่อำนาจและเล่ห์กลอันงดงามด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%