กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษไขโบราณคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำมันเครื่องจักรในยามค่ำคืน เสียงฝนที่สาดซัดกระทบหลังคาสังกะสีของโรงงานอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลแห่งที่สามดั่งเสียงกลองศึกที่กำลังเร่งเร้าจังหวะหัวใจ หลี่ซูเหยายังคงยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าโต๊ะบัญชีไม้สักเก่าคร่ำคร่า แสงไฟจากตะเกียงพับโค้งสีเขียวสาดส่องลงบนตัวเลขยอดเบิกจ่ายวัตถุดิบที่ถูกตวัดด้วยหมึกสีแดงฉาน บ่งบอกถึงความผิดปกติที่ซ่อนเร้นมานานนับแรมปี
ดวงตาคู่คมกริบดั่งหงส์ของอดีตกุนซือหญิงกวาดมองตัวเลขเหล่านี้ด้วยความลุ่มลึก นางมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่แผ่ซ่านออกจากร่างระหงกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับเสมียนบัญชีวัยกลางคนที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้อง
"ท่านผู้จัดการซู... ยอดเหล่านี้ มัน... มันอาจจะเป็นเพียงความผิดพลาดในการป้อนข้อมูลของเจ้าหน้าที่ฝึกงานเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีก่อน..." เสียงแหบพร่าของเฒ่าจางสั่นระริก สองมือชื้นเหงื่อกุมเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน
ซูเหยาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ นางปรายตามองชายผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่าครึ่งชีวิตผู้นั้น รอยยิ้มบางเบาที่ผุดขึ้นบนเรียวปากสีชาดกลับมิได้มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงจากหุบเหวแห่งอำนาจในราชสำนักอดีตกาล—รอยยิ้มที่เหล่าขุนนางกังฉินต่างหวาดผวา
"ความผิดพลาดหรือเจ้าคะ?" ซูเหยาเอ่ยทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ยามไร้ลมพัด ทว่ากลับคมกราบยิ่งกว่าใบมีดโกน "เหล็กกล้าสามร้อยตันที่เบิกไปสร้างรถบรรทุกขนส่งสินค้า... หายไปอย่างไร้ร่องรอยในบัญชีงบดุล แต่กลับปรากฏชื่อบริษัทการค้า ‘เฉินซื่อ’ ของคุณชายเฉินเหว่ยในใบส่งมอบสินค้าของกองทัพภาคเหนือ... เฒ่าจาง ท่านคิดว่าข้าโง่เขลาเบาปัญญาถึงเพียงนั้นเชียวหรือ"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องบัญชีก็ดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที เฒ่าจางทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นซีเมนต์เย็นเฉียบ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด หยาดเหงื่อกาฬไหลรินอาบสองข้างแก้ม
ทว่า ในวินาทีที่ความกดดันกำลังพุ่งถึงขีดสุด ประตูไม้สักบานใหญ่ก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี!
ร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มประดับเหรียญตราเกียรติยศก้าวเข้ามาท่ามกลางละอองฝนที่พัดพาความหนาวเหน็บเข้ามาด้วย จ้าวหานเฟิง... บุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งกองทัพภาคเหนือ ดวงตาคมปลาบดั่งพญาอินทรีย์กวาดมองสถานการณ์ภายในห้องเพียงปราดเดียว ก่อนที่นัยน์ตาคู่นั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างระหงของซูเหยา
กลิ่นอายอันตรายและทรงอำนาจแผ่ซ่านออกจากตัวเขาอย่างไร้การปิดบัง จ้าวหานเฟิงก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังซูเหยาเพียงคืบ กลิ่นบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายฝนและฝุ่นควันสงครามลอยเข้าแตะจมูกนาง
"ดูท่า... ยอดกุนซือแห่งยุคสมัยใหม่ของฉัน จะกำลังสนุกกับการรื้อฟื้นซากกระดูกที่เน่าเฟะของพวกสุนัขรับใช้เสียแล้วกระมัง" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงนั้นเจือความเย้าหยวนอันตรายและแววตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง
ซูเหยาไม่แม้แต่จะเอี้ยวตัวหลบหนี นางเพียงแต่เอียงคอมองเขาเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากระบายออกอย่างท้าทาย "ใต้เท้าจ้าวมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึงสามวัน... หรือท่านเกรงว่า ข้าจะเผาบัญชีเล่มนี้ทิ้งเสียก่อนที่ท่านจะได้ใช้มันเป็นเครื่องมือต่อรองในเกมการเมืองชิ้นนี้กันล่ะเจ้าคะ"
จ้าวหานเฟิงแค่นหัวเราะในลำคอ มือหนาเอื้อมไปหยิบเอกสารคำสั่งลับสุดยอดที่ประทับตรา ‘อภัยโทษและกวาดล้าง’ สีแดงฉานขึ้นมาพลิกดูเบาๆ ก่อนจะวางมันทับลงบนสมุดบัญชีที่ซูเหยากำลังตรวจสอบอยู่ ปลายนิ้วแกร่งสัมผัสกับหลังมือเนียนนุ่มของนางผ่านกระดาษแผ่นนั้นอย่างจงใจ ความร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านทะลุผ่านผิวหนังจนซูเหยาต้องชะงัก
"บัญชีเล่มนี้มีความหมายอันใด หากเทียบกับสิ่งที่ฉันต้องการจะครอบครอง" จ้าวหานเฟิงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านเส้นผมของนาง "รวมถึงตัวเธอด้วย... ซูเหยา"
ก่อนที่ซูเหยาจะทันได้เอ่ยคำใดโต้แย้ง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับการปรากฏตัวของเฉินเหว่ยที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึงและรอยยิ้มเยาะหยันที่พยายามฝืนปั้นแต่ง
"ท่านอ๋อง... อ๊ะ ไม่สิ ท่านผู้บัญชาการจ้าว มาเยือนโรงงานเล็กๆ ของเรายามวิกาลเช่นนี้ มีธุระอันใดหรือขอรับ ถึงขั้นต้องนำกำลังทหารมารjอมปิดล้อมเช่นนี้เชียว" เฉินเหว่ยประสานมือคารวะอย่างเสียมารยาท สายตาคมปลาบเหลือบมองเอกสารบนโต๊ะด้วยความระแวง
จ้าวหานเฟิงยังคงกอดอกยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังซูเหยา แววตาที่มองเฉินเหว่ยราดรดด้วยความดูแคลนดั่งมองมดปลวกตัวหนึ่ง
"คุณชายเฉินมาช้าไปก้าวหนึ่ง..." ซูเหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่น่าฟังดั่งเสียงพิณสวรรค์ นางค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเฉินเหว่ย โดยมีจ้าวหานเฟิงยืนค้ำจุนแผ่นหลังไว้อย่างมั่นคงดั่งขุนเขา "เพราะสิ่งที่คุณชายพยายามปกปิดมาตลอดสามปี... บัดนี้ได้ถูกเปิดเผยต่อหน้าผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพภาคเหนือจนหมดสิ้นแล้ว"
เฉินเหว่ยหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อเห็นตราประทับสีแดงฉานบนโต๊ะบัญชี
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด จ้าวหานเฟิงกลับยื่นมือไปหยิบถ้วยชาอุ่นๆ ที่วางอยู่บนมุมโต๊ะขึ้นมาจิบช้าๆ สายตาคมกริบจับจ้องไปที่เฉินเหว่ยราวกับราชสีห์กำลังเล่นสนุกกับเหยื่อ
"เจ้ากล้าดียังไง..." เฉินเหว่ยคำรามลอดไรฟัน ก้าวเท้าพรวดพราดเข้ามาหมายจะคว้ากระดาษบัญชีเล่มนั้น ทว่าจ้าวหานเฟิงกลับตวัดสายตาคมกริบดั่งคมดาบใส่เพียงครั้งเดียว ร่างของเฉินเหว่ยก็แข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
"หากแกขยับอีกเพียงก้าวเดียว..." จ้าวหานเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก "กระสุนในรังเพลิงของฉัน จะฝังลงกลางกบาลของแกโดยไม่ต้องรอให้ถึงศาลทหาร... จำคำของฉันไว้ให้ดี เฉินเหว่ย"
ซูเหยาแย้มยิ้มบางเบา นางเอื้อมมือไปแตะแขนเสื้อของจ้าวหานเฟิงเบาๆ ส่งสัญญาณเตือนให้เขาระงับโทสะ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ฉุกเฉินบนโต๊ะทำงานของเฒ่าจางก็ดังกรีดแหลมขึ้นทำลายความเงียบงัน
*กริ๊งงงงงง!*
เฒ่าจางสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดผัวะ มือสั่นเทายื่นไปยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู เสียงปลายสายที่ตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ตะโกนลอดออกมาจนทุกคนในห้องได้ยินอย่างชัดเจน
"คลังแสงหมายเลขสี่... คลังแสงหมายเลขสี่ที่เขตแปด... เกิดระเบิดขึ้นแล้ว! วัตถุระเบิดและอาวุธลอตใหญ่ที่ซ่อนไว้... ถูกจุดชนวนทำลายหายไปทั้งหมดแล้วขอรับ!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของซูเหยาแข็งค้างในทันที ดวงตาคู่คมหรี่ลงวูบหนึ่ง นางหันขวับกลับไปสบตากับจ้าวหานเฟิงที่เปลี่ยนสีหน้าจากความเยือกเย็นเป็นความดุร้ายราดย้อมด้วยเพลิงโทสะในเสี้ยววินาที—นี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่มันคือ ‘กับดักซ้อนกับดัก’ ที่ถูกวางไว้เพื่อตัดตอนพยานปากเอกและทำลายหลักฐานทั้งหมดในคราวเดียว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและดื่มด่ำไปกับเกมอำนาจอันล้ำลึกบทนี้ด้วยกันนะคะ
กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ•ตอนที่ 5
รอยร้าวในเงามืด
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!