กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ•ตอนที่ 7

กลยุทธ์ล้อมเมือง

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอายจางๆ ของชาเขียวหลง징ที่กรุ่นไอความร้อนผสมผสานกับความเงียบงันยามวิกาล ทำให้เรือนพักรับรองส่วนตัวในเขตปฏิรูปยุค 70 แห่งนี้ ราวกับถูกดึงห้วงเวลาให้ย้อนกลับไปสู่ตำหนักในอันลึกล้ำของราชสำนักต้าหลี่ "เจ้ามาช้าไปสามเค่อ... หลี่ซูเหยา" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงหินผากระทบสายน้ำเชี่ยวกรากดังขึ้นจากมุมมืด ท่ามกลางแสงสลัวของตะเกียงน้ำมันก๊าดที่วับแวม จ้าวหานเฟิงในชุดเสื้อแจ็กเกตสีเขียวขี้ม้าแบบทหารยุคปัจจุบัน แต่นัยน์ตากลับคมกริบดุจพญาอินทรีที่กุมชะตาฟ้าดิน เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็ง ท่าทีสง่างามเย่อหยิ่งราวกับองค์ชายผู้ทรงอำนาจกำลังรอตัดสินโทษขุนนางผู้กระทำความผิด ซูเหยาสูดลมหายใจเข้าลึกy ก้าวเท้าผ่านธรณีประตูเข้ามาอย่างมั่นคง ชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มที่นางสวมใส่ แม้จะเรียบง่ายตามธรรมเนียมยุคปัจจุบัน แต่กิริยาท่าทางการเดินกลับพริ้วไหวราศีนางพญา ริมฝีปากบางเฉียบแย้มยิ้มบางเบาอย่างไม่เกรงกลัวรัศมีอันกดดันที่แผ่ออกมาจากบุรุษเบื้องหน้า "ความจริงแล้ว การปล่อยให้ท่านอ๋อง... หรือสหายจ้าวผู้ทรงอิทธิพล รอคอยสักนิด ย่อมเป็นการทดสอบความอดทนที่กุนซือเช่นข้าสมควรทำมิใช่หรือคะ?" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความเย้าแหย่ในที จ้าวหานเฟิงแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในระยะประชิด กลิ่นกายบุรุษเจือจางด้วยกลิ่นบุหรี่ชั้นดีและกลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านจนซูเหยาต้องเงยหน้าขึ้นสบตา เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะเชยคางนางขึ้น ทว่าซูเหยาเอี้ยวตัวหลบได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับวางเอกสารปึกหนึ่งลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง *ปึ้ง* "เลิกเล่นเกมจิตวิทยาเสียทีเถอะค่ะ ท่านจ้าว... คืนนี้ที่เรานัดกันมา มิใช่เพื่อต่อรองเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว แต่เพื่อพูดถึง 'กลยุทธ์ล้อมเมือง' ในการจัดการกับพวกเหลือบไรที่ขัดขวางสายการผลิตของพวกเราในเขตนิคมอุตสาหกรรมต่างหาก" ดวงตาคมกริบของจ้าวหานเฟิงหรี่ลงเล็กน้อย ความพึงพอใจฉายชัดในแววตาดุร้ายคู่นั้น เขายอมลดมือลงแล้วก้มลงมองเอกสารในมือซูเหยา ซึ่งเป็นแผนผังเส้นทางลำเลียงสินค้าและรายชื่อผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นที่คอยรีดไถ่ค่าคุ้มครองจากโรงงานของพวกเขา "เฉินเหว่ย... กำลังใช้ประโยชน์จากกลุ่มอันธพาลท้องถิ่นพวกนั้น เพื่อบีบให้สหกรณ์การเกษตรและโรงงานสิ่งทอของเราล้มละลาย" จ้าวหานเฟิงเอ่ยเสียงเย็นเยียบ "มันคิดว่าการตัดเส้นทางลำเลียงสินค้าข้ามมณฑลจะทำให้ข้าจนมุม" "แต่มันประเมินพลังของ 'ปัญญา' ต่ำเกินไปค่ะ" ซูเหยารyยิ้มเยર นางเดินไปรินชาใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบหยาบๆ ยื่นให้เขา "ในเมื่อพวกมันชอบเล่นเกมอำนาจในเงามืด เราก็แค่เปิดฉาก 'ล้อมเมืองแต่ปล่อยให้ทางหนี' เพื่อให้พวกมันวิ่งชนตาข่ายที่เราขึงไว้เอง" "อธิบายแผนของเจ้ามาซิ ยอดกุนซือของข้า" จ้าวหานเฟิงรับถ้วยชามาถือไว้ แต่สายตาไม่เคยละไปจากใบหน้าหวานล้ำที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจของนางเลยแม้แต่น้อย "ง่ายมากค่ะ..." ซูเหยาโน้มตัวเข้าไปกระซิบ ใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกัน "เราจะไม่ใช้กำลังเข้าปะทะกับพวกอันธพาลท้องถิ่นให้มือเปื้อนเลือด แต่เราจะใช้กฎหมายและการตรวจสอบภาษีของรัฐบาลกลาง เข้าไป ‘จัดระเบียบ’ ในขณะเดียวกัน ให้ท่านส่งคนไปปล่อยข่าวลือให้เฉินเหว่ยตายใจว่า เรากำลังจะล้มละลายในอีกสามวันข้างหน้า เมื่อเฉินเหว่ยตายใจ มันจะทุ่มเงินก้อนสุดท้ายกว้านซื้อหุ้นส่วนที่เหลือจากพวกผู้มีอิทธิพลเหล่านั้น..." นางเว้นจังหวะ ปรายตามองจ้าวหานเฟิงอย่างท้าทาย "...และนั่นคือวินาทีที่ตาข่ายจะรัดคอพวกมันทั้งหมดพร้อมกัน ทั้งเฉินเหว่ย และพวกผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น จะไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินให้ซุกหัวนอน" ห้องพักรับรองตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ จ้าวหานเฟิงจ้องมองสตรีตรงหน้านิ่งนาน ราวกับเพิ่งตระหนักได้ว่า สตรีที่อยู่เบื้องหน้าเขานี้ มิใช่เพียงแค่กุนซือผู้ปราดเปรื่อง แต่คือนางพญาผู้สามารถสั่นคลอนแผ่นดินได้ทั้งแผ่นดินด้วยรอยยิ้มเดียว มุมปากหนายกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อันตรายที่สุด "แผนการแยบยล... หักดิบและเลือดเย็นสมเป็นเจ้า" จ้าวหานเฟิงยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ "ข้าชักจะหลงรักสมองอันชาญฉลาดของเจ้าเข้าแล้วสิ ซูเหยา" "เก็บคำชมนั้นไว้ใช้ตอนที่เรากวาดล้างพวกมันสำเร็จเถอะค่ะ..." ทว่า ในวินาทีที่จ้าวหานเฟิงกำลังจะเอ่ยปากพูดต่อ ประตูไม้ด้านนอกกลับถูกเคาะรัวเร็วด้วยความตกใจ เสียงฝีเท้าเร่งรีบของลูกน้องคนสนิทดังแทรกขึ้นมากะทันหัน พร้อมกับเสียงตะโกนรายงานที่ทำให้บรรยากาศอันเยือกเย็นในห้องพลิกคว่ำในพริบตา "นายท่าน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! โกดังสินค้าหมายเลขสามที่เพิ่งรับมอบวัตถุดิบเมื่อหัวค่ำ... ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด และในที่เกิดเหตุ... มีการทิ้งสัญลักษณ์ประกาศศึกของเฉินเหว่ย พร้อมกับ... ร่างของสายลับที่เราส่งไปสอดแนม ถูกแขวนไว้ที่หน้าประตูครับ!" ดวงตาของจ้าวหานเฟิงเบิกกว้างขึ้นวูบหนึ่ง รังสีสังหารแผ่ซ่านไปทั่วห้องทันที เขาหันขวับมามองซูเหยาที่ใบหน้าถอดสีลงเล็กน้อยแต่ยังคงไว้ซึ่งความเยือกเย็น และก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว ท่ามกลางความตื่นตระหนกนั้น เสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะจากหน้าต่างห้องพัก ก็ดังแทรกขึ้นมา... ราวกับมีแขกผู้ไม่ได้รับเชิญอีกคนก้าวเข้ามาขัดจังหวะเกมหมากกระดานนี้เสียแล้ว! ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านตอนที่ 7 ร่วมเดินทางไขปมอำนาจและห้วงรักอันลึกซึ้งไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%