กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ•ตอนที่ 19

ลมหายใจของอดีต

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
คราบหมึกสีดำเข้มข้นบนกระดาษสาเนื้อดีไหลซึมลงตามน้ำหนักมือที่กดลงไปอย่างมั่นคง หลี่ซูเหยาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว แม้กลิ่นอายเย็นเยียบและทรงอำนาจที่ลอยมาพร้อมกับสายลมยามค่ำคืนจะประกาศชัดเจนแล้วว่าผู้มาเยือนคือใคร เอกสารทางบัญชีของโรงงานสหกรณ์ยุค 70 ถูกกางทับด้วยแผนผังการค้าที่นางร่างขึ้นด้วยพู่กันจีน—ความย้อนแย้งที่งดงามและทรงพลังนี้คือตัวตนของนางในยามนี้ สตรีผู้ข้ามผ่านกาลเวลาจากราชสำนักอันตึงเครียด สู่ยุคสมัยแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนผ่าน "ดึกมากแล้ว เหตุใดยังไม่พักผ่อน" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน จ้าวหานเฟิงก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงาน ร่างสูงสง่าในชุดโค้ทสีเข้มทอดเงาทาบทับร่างเพรียวบางของนางในชุดผ้าฝ้ายถักเข้ารูปอย่างพอดี แววตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองตัวอักษรจีนโบราณที่นางใช้บันทึกรหัสลับทางธุรกิจ มันคือลายมือเดียวกับที่เขาเคยเห็นในความทรงจำอันเลือนราง... หรือบางที มันอาจไม่ใช่แค่ความทรงจำ ซูเห่าวางพู่กันลงอย่างนุ่มนวล นางหมุนตัวกลับช้าๆ เงยหน้าสบตากับบุรุษผู้มีอิทธิพลเหนือผู้คนนับหมื่นในยุคนี้ ทว่าในยามที่สายตาของเขาทอดมองนาง มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาล้ำลึกที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกชา "ท่านเองก็ยังไม่นอนไม่ใช่หรือคะ ท่านอ๋อง... หรือควรเรียกว่า คุณชายจ้าว ดีล่ะคะ" เสียงหวานเอ่ยเย้าแหย่เล็กน้อย ทว่าแววตากลับจริงจัง จ้าวหานเฟิงไม่ตอบคำถาม ร่างสูงโน้มตัวลงใช้มือสองข้างค้ำโต๊ะไม้กั้นกลางระหว่างเขากับนาง กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายเย็นเยียบเฉพาะตัวโอบล้อมร่างของนางไว้ สัญชาตญาณของอดีตกุนซือเตือนภัย แต่นางเลือกที่จะไม่ถอยหลัง "ความฝันเมื่อคืน... เจ้าฝันถึงอะไร ซูเหยา" จ้าวหานเฟิงเอ่ยกระซิบ เสียงของเขาพร่าต่ำและสั่นไหวเล็กน้อยอย่างที่คนอื่นไม่มีวันได้เห็น หัวใจของซูเหยากระตุกวูบ ภาพความฝันที่เพิ่งจางหายไปเมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงสำนึก มันไม่ใช่แค่ความฝัน แต่มันคือภาพฉายซ้ำของโศกนาฏกรรมและความผูกพัน ในห้วงนิทรานั้น นางคือน้องหญิงและกุนซือผู้กุมชะตากองทัพเคียงข้างแม่ทัพใหญ่บนกำแพงเมืองโบราณที่อาบย้อมด้วยโลหิต ค่ำคืนที่เสียงธนูแหวกอากาศและกลิ่นอายความตายคละคลุ้ง เขากุมมือนางไว้แน่นท่ามกลางหิมะโปรยปราย พร้อมกับคำสัญญาที่ยังไม่ได้เอ่ยออกจนวาระสุดท้ายของลมหายใจ "หม่อมฉัน... เอ๊ย ฉันฝันเห็นหิมะสีเลือดค่ะ" ซูเหยาหลบสายตาไปวูบหนึ่ง ยามเมื่อระลึกถึงความหนาแน่นของห้วงอารมณ์ในอดีตชาติ "ฝันเห็นค่ายกลแปดทิศที่ถูกทำลาย และ... อ้อมกอดที่หนาวเหน็บ" จ้าวหานเฟิงนิ่งงัน แววตาคมกริบไหววูบราวกับผิวน้ำในฤดูใบไม้ร่วงที่ถูกโยนก้อนหินลงไป มือหนารureยื่นออกไปสัมผัสปอยผมที่เคลียแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่คุ้นเคยราวกับเขาเคยทำเช่นนี้มาแล้วนับพันครั้งในชาติภพก่อน "ข้าก็ฝัน..." น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลง "ฝันว่าข้าสูญเสียเจ้าไปใต้เงา ดาบของศัตรู และในวินาทีที่ลมหายใจสุดท้ายกำลังจะดับสูญ ข้าได้แต่ภาวนาให้มีปาฏิหาริย์... พาเรากลับมาพบกันอีกครั้ง ไม่ว่าจะในภพภูมิใดก็ตาม" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดด้วยแรงโน้มถ่วงแห่งกาลเวลา ช่องว่างระหว่างยุค 70 กับราชสำนักโบราณเลือนหายลงเหลือเพียงสายใยแห่งจิตวิญญาณที่ร้อยรัดทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างไม่มีวันพรากจาก ทว่า ในขณะที่ห้วงอารมณ์กำลังดิ่งลึกเข้าสู่ความทรงจำอันยาวนาน เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยเสียงหอบหายใจและรายงานร้อนรนจากลูกน้องคนสนิทของจ้าวหานเฟิงที่หน้าห้อง "นายท่าน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! โกดังสินค้าล็อตใหญ่ที่สุดที่กำลังจะส่งมอบให้กลุ่มของเฉินเหว่ย ถูกคนลอบวางเพลิง... และที่สำคัญ ในกองเพลิงนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพบ 'ตราประทับโบราณ' สลักลายพยัคฆ์ตกอยู่ พร้อมกับจดหมายขู่ที่จ่าหน้าถึงคุณซูเหยาโดยตรงครับ!" จ้าวหานเฟิงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตาสีรัตติกาลแปรเปลี่ยนเป็นความดุร้ายราวดุจพญาเสือที่ถูกลูบคม รังสีอำมหิตแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนอากาศแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง ซูเหยาหรี่ตาลง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็ว นางหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่สะทกสะท้าน เฉินเหว่ย... เล่นไม่ซื่อและล้ำเส้นเกินไปเสียแล้ว หากเขาคิดว่าการใช้วิธีสกปรกเช่นนี้จะโค่นนางได้ เขาคงลืมไปว่า อดีตกุนซือผู้พลิกแผ่นดินมาแล้ว ไม่เคยหวาดกลัวต่อเปลวเพลิงและการนองเลือดแม้แต่น้อย ทว่า ท่ามกลางสถานการณ์คับขันที่กำลังลุกเป็นไฟ จ้าวหานเฟิงกลับก้มลงกระซิบข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเปลวเพลิงเบื้องหน้า "อย่าเพิ่งสนใจไอ้สวะนั่น... ซูเหยา ดูนี่เสียก่อน" เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่เพิ่งถูกส่งมาพร้อมกับรายงานเหตุเพลิงไหม้ มันคือภาพถ่ายโฉนดที่ดินเก่าแก่ฝั่งตะวันตก ซึ่งถูกขุดพบใต้ซากโกดังที่ไหม้เกรียม และที่มุมกระดาษนั้น มีรอยเลือดแห้งกรังประทับเป็นรูป "ดอกเหมยห้ากลีบ" — สัญลักษณ์ประจำพระองค์ขององค์ชายรองผู้ล่วงลับในอดีตชาติ... ผู้ซึ่งควรจะตายไปพร้อมกับพวกเขาเมื่อสามร้อยปีก่อนอย่างไร้ร่องรอย! ส้มหวานมิติลับหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นกับปมปริศนาสุดระทึกนี้และพร้อมลุยไปกับซูเหยาในตอนหน้านะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%