กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ•ตอนที่ 20

ความเย็นชาที่ละลาย

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
เอกสารบัญชีสหกรณ์การเกษตรเล่มหนาถูกปิดลงด้วยแรงกระแทกเบาๆ ทว่าเสียงนั้นกลับก้องกังวานบาดลึกในความเงียบสงบยามวิกาลของห้องทำงาน หลี่ซูเหยาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษตรงหน้า นางเพียงแต่ตวัดปลายพู่กันจีนที่บรรจงจุ่มหมึกดำสนิทลงบนสมุดบันทึกด้วยความมั่น and แม่นยำ ท่วงท่าและลีลาการขีดเขียนของนางสง่างามราวกับกำลังรจนาบทกวีราชสำนัก ทว่าตัวอักษรที่ปรากฏกลับเป็นตัวเลขบัญชีระบบใหม่ที่เฉียบคมและทรงประสิทธิภาพในยุคสมัยปีเจ็ดศูนย์แห่งนี้ "ดึกมากแล้ว เหตุใดยังไม่พักผ่อน" น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และเปี่ยมด้วยอำนาจกดดันที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดใกล้หน้าต่าง จ้าวหานเฟิงก้าวออกมาจากเงาสลัวของผ้าม่านสีตุ่น ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็คเก็ตผ้าฝ้ายสีเขียวเข้มแบบทหารยุคปัจจุบัน ดูขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับรัศมีเย่อหยิ่งดุดันราวกับพญาอินทรีผู้ครอบครองบัลลังก์เหล็ก แววตาคมกริบดั่งใบมีดของเขาจดจ้องมองมาที่นาง เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ซ่อนเร้นภายใต้หน้ากากแห่งความเฉชาชา ซูเหยาชะงักปลายพู่กันเล็กน้อย นางวางมันลงบนแท่นหยกอย่างนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือด้วยความรู้เท่าทันเสียด้วยซ้ำ "ท่านอ๋อง... อ้อ ไม่สิ สหายร่วมอุดมการณ์จ้าว หากข้าไม่สะสางบัญชีแปลงที่ดินและผลผลิตการเกษตรล็อตนี้ให้แล้วเสร็จ เกรงว่าพรุ่งนี้เช้าเฉินเหว่ยคงใช้ช่องโหว่นี้เล่นงานสหกรณ์ของเราจนย่อยยับ ท่านคิดว่าข้าควรนอนหลับอย่างสบายใจกระนั้นหรือคะ" จ้าวหานเฟิงขมวดคิ้วมุ่น สันจมูกโด่งเป็นสันคมย่นเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งอย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นอายบุรุษเพศที่เจือด้วยกลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กและบุหรี่ชั้นดีลอยวนอยู่ในอากาศ บีบคั้นบรรยากาศให้ร้อนรุ่มขึ้นอย่างประหลาด "เจ้าเอาแต่เอาตัวเข้าแลกเพื่อผลประโยชน์ของผู้อื่น... ซูเหยา เจ้าเห็นความปลอดภัยของตนเองเป็นเรื่องล้อเล่นหรืออย่างไร" จ้าวหานเฟิงเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาที่มักจะนิ่งสงบดั่งน้ำในบึงลึกบัดนี้กลับไหวระริกด้วยระลอกคลื่นแห่งความเกรี้ยวกราดที่ถูกกดทับไว้ "แล้วท่านเล่าคะ..." ซูเหยาไม่ถอยหนี นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะด้อยกว่าเขาอยู่ช่วงไหล่ แต่นัยน์ตาดอกท้อคู่สวยกลับเปล่งประกายความเฉลียวฉลาดและท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว "ท่านเข้ามาในห้องของข้ากลางดึกเช่นนี้ เพื่อจะมาตำหนิข้าด้วยเรื่องไร้สาระพวกนี้กระนั้นหรือ หรือว่า... แผนการที่ท่านแอบไปจัดการเฉินเหว่ยที่ท่าเรือเมื่อหัวค่ำ มีสิ่งใดผิดพลาดจนทำให้ท่านร้อนใจจนต้องมาลงที่ข้ากันแน่คะ" สิ้นคำพูดนั้น แววตาของจ้าวหานเฟิงก็วูบไหว ร่างกายกำยำชะงักไปชั่วขณะ ความเย็นชาที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตนเองจากโลกใบนี้มาตลอดหลายภพชาติถูกทลายลงด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียวของสตรีตรงหน้า มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อแขนเรียวของนางไว้โดยไม่รู้ตัว แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บปวด แต่กลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างที่ชายผู้ยิ่งใหญ่เช่นเขาไม่เคยแสดงออกมาก่อน "เจ้า... รู้ได้อย่างไร" น้ำเสียงของจ้าวหานเฟิงแหบพร่าลง ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดหวั่นลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ภายใต้ก้นบึ้งของหัวใจ ซูเหยาไม่สะท้านสะเทือน นางปล่อยให้เขาจับข้อมือไว้ ขณะเดียวกันมืออีกข้างก็ยกขึ้นสัมผัสเบาๆ ที่ปกเสื้อแจ็คเก็ตของเขา ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสโดนแผ่นอกแกร่งที่กำลังกระเพื่อมไหวด้วยจังหวะการเต้นของหัวใจที่รวดเร็วผิดปกติ "ข้าอยู่ในเกมอำนาจมานานเท่าท่าน หรือบางที... อาจจะนานกว่าท่านเสียด้วยซ้ำ ท่าทางเยือกเย็นดุร้ายของท่านอาจจะตบตาคนทั้งอำเภอได้ แต่ตบตาอดีตกุนซือผู้มองทะลุกลยุทธ์ร้อยเล่ห์ไม่ได้หรอกนะคะ หานเฟิง..." การเรียกชื่อห้วนๆ โดยไร้ซึ่งคำนำหน้าทางยศถาบรรดาศักดิ์หรือตำแหน่งทางการ ทำให้อากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่ง จ้าวหานเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก ความรู้สึกโหยหาที่กัดกินวิญญาณของเขามาเนิ่นนานนับพันปีพรั่งพรูออกมา ราวกับเขื่อนที่พังทลายลงอย่างไร้การควบคุม เขาดึงร่างบางเข้ามาสู่อ้อมอกอย่างแรง ไหล่กว้างโอบกอดนางไว้แน่นราวกับกลัวว่าสตรีในอ้อมแขนจะสลายหายไปกับสายหมอกยามราตรี ใบหน้าคมคายฝังลงที่ซอกคอหอมกรุ่น ปลายจมูกโด่งสูดดมกลิ่นกายหอมละมุนที่คุ้นเคยจนฝังรากลึกในดวงวิญญาณ ความแข็งกระด้างทั้งหมดที่มีถูกหลอมละลายจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอ่อนแอและรaอกคลื่นแห่งความรักที่มั่นคงดั่งหินผา "ข้ากลัว..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังลอดมาจากริมฝีปากของชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในใต้หล้า "ข้ากลัวว่าในชาตินี้... ข้าจะปกป้องเจ้าไม่ได้อีก ข้ากลัวว่ากลลวงของพวกมันจะพรากเจ้าไปจากสายตาของข้าเหมือนในอดีตชาติ" ซูเหยาใจกระตุกวูบ ความเย็นชาในใจของนางพลันแตกสลาย คำพูดนั้น... ยืนยันความสงสัยทั้งหมดที่นางมีมาตลอด เขาก็จดจำเรื่องราวในอดีตชาติได้เช่นเดียวกับนาง! นางไม่ได้ผลักไส ร่างกายอ่อนนุ่มเอนซบลงกับแผ่นอกกว้างอย่างเต็มใจ วงแขนเรียวตวัดโอบกอดรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น ถ่าย1ความอบอุ่นผ่านไออุ่นของร่างกายเพื่อปลอบประโลมบุรุษผู้แบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้เพียงลำพัง "ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ เหตุใดจึงขี้ขลาดเช่นนี้คะ" นางเอ่ยแซوةเบาๆ ริมฝีปากแย้มยิ้มทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าว "ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้เราได้หวนกลับมาพบกันอีกครั้งในยุคสมัยที่ไม่มีสงครามแย่งชิงบัลลังก์ ผู้ใดก็อย่าหวังว่าจะพรากเราจากกันได้ แม้แต่ความตายก็ไม่มีสิทธิ์" จ้าวหานเฟิงผละใบหน้าขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาคมกริบฉายแววความลุ่มหลงและมั่นคงอย่างที่สุด เขาประคองใบหน้างามขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง ก่อนจะโน้มลงมาประทับริมฝีปากอุ่นร้อนลงบนเรียวปากบางของนางอย่างนุ่มนวล ทว่าลึกซึ้งและเรียกร้อง เป็นจูบที่เปี่ยมด้วยความโหยหาและความรักที่สะสมมาข้ามภพข้ามชาติ รสชาติหวานล้ำเจือความขมขื่นจางๆ ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ขาดห้วง ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและลึกซึ้งถึงขีดสุดนั้นเอง *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงตะโกนทุ้มต่ำของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำคอมมูนที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบลงทันที "สหายซูเหยา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! ทางการเพิ่งได้รับโทรศัพท์ด่วนจากเมืองหลวง... มีคำสั่งลับส่งตรงถึงคุณโดยเฉพาะ!" ส้มหวานมิติลับหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นกับปมปริศนานี้และพร้อมลุยไปกับซูเหยาในตอนหน้านะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%