กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ•ตอนที่ 21

ศัตรูในคราบมิตร

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นหอมกรุ่นของชาหลง징ชั้นดีถูกรินลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีมรกตอย่างประณีต แต่บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวกลับเย็นเยียบราวน้ำค้างกลางฤดูหนาว นิเรียวเรียวบางของหลี่ซูเหยาหยุดชะงักลงเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวสัมผัสที่ผิดปกติใต้ก้นถ้วยชา คราบผงสีขาวละเอียดที่ถูกซ่อนไว้ใต้ร่องกระเบื้องนั้นแทบจะกลืนหายไปกับสีของเนื้อกระเบื้อง หากนางมิใช่ผู้เจนจัดในพิษวิทยาและเกมชิงอำนาจจากวังหลวงมานับแรมปี มีหรือจะสังเกตเห็นร่องรอยการปนเปื้อนอันแยบยลนี้ "เสี่ยวหลิง เจ้าเป็นคนยกชานี้เข้ามาเองกับมือ... ใช่หรือไม่" สุ้มเสียงของหลี่ซูเหานุ่มนวลและราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ แต่กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนคนที่ยืนก้มหน้าอยู่เบื้องล่างตัวสั่นเทา เสี่ยวหลิง สาวใช้คนสนิทที่ติดตามนางมาตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้ามาในดินแดนยุค 70 แห่งนี้ ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยฉายแววใสซื่อบริสุทธิ์บัดนี้กลับไหวระริก ปรากฏร่องรอยความหวาดกลัวและ... ความโลภที่ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิด "คุณหนู... บ่าว... บ่าวไม่เข้าใจที่ท่านพูดเจ้าค่ะ" เสี่ยวหลิงละล่ำละลักปฏิเสธ น้ำเสียงสั่นเครือจนน่าเวทนา หากเป็นคนอื่นคงใจอ่อนยอมจำนนต่อหยาดน้ำตาเหล่านั้นไปแล้ว ทว่าสำหรับซูเหยาผู้ผ่านการมองทะลุจิตใจคนนับร้อยในราชสำนัก นางกลับมองเห็นรอยยับย่นที่มุมเสื้อผ้าของสาวใช้ ซึ่งเกิดจากการแอบซ่อนธนบัตรปึกหนาที่เพิ่งได้รับมาเมื่อไม่นานนี้ เฉินเหว่ย... คงเป็นฝีมือของคนผู้นั้นสินะ ซูเหยาลอบแค่น A ในใจอย่างเยียบเย็น นางไม่ได้โกรธเคือง ทว่ากลับรู้สึกเจ็บแปลบในอกเล็กน้อย ความไว้วางใจในยุคสมัยที่ผู้คนต่างดิ้นรนเอาชีวิตรอด ช่างเป็นสินค้าที่มีราคาถูกเสียเหลือเกิน เสี่ยวหลิงอยู่กับนาง ฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกันตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจในยุค 70 นี้ จนกระทั่งเติบโตขึ้นเป็นเบื้องหลังความสำเร็จของตระกูลจ้าว แต่วันนี้ กลับยอมขายจิตวิญญาณให้แก่คู่แข่งทางธุรกิจอย่างเฉินเหว่ย เพียงเพื่อแลกกับอนาคตที่สุขสบายบนกองเงินกองทองที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้ "เจ้าจำได้หรือไม่ เสี่ยวหลิง... สมัยที่เรายังอยู่ในเรือนหลังเล็ก ๆ ที่ขาดแคลนทุกสิ่ง เจ้าเคยบอกว่าต่อให้ต้องอดมื้อกินมื้อ ก็จะไม่ยอมก้มหัวให้ความโลภเด็ดขาด" ซูเหยาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน ชายผ้าปักลายดอกเหมยไหวตามจังหวะการก้าวเดิน นางเดินเข้าไปใกล้สาวใช้ทีละก้าว แววตาคมกริบดั่งใบมีดซ่อนในฝัก "เหตุใดวันนี้ ลมหนาวเพียงชั่วครู่ จึงทำให้คนผู้หนึ่งลืมเลือนคำสาบานไปจนหมดสิ้น" เสี่ยวหลิงเข่าทรุดลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทام "คุณหนู... บ่าว... บ่าวไม่มีทางเลือก ครอบครัวของบ่าวที่บ้านเดิมกำลังเดือดร้อน คุณชายเฉิน... เขาสัญญาว่าจะช่วย..." "ทางเลือก?" ซูเหยาหัวเราะแผ่วเบา น้ำเสียงเยียบเย็นเสียจนเสี่ยวหลิงต้องสะท้านเฮือก "มนุษย์เรามีทางเลือกเสมอ เสี่ยวหลิง เจ้าเลือกเส้นทางที่จะแทงข้างหลังผู้มีพระคุณ เพื่อแลกกับการเป็นสุนัขรับใช้ของคนไร้สัจจะเช่นเฉินเหว่ย นับว่าเจ้าคำนวณความคุ้มค่าได้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก" ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ประตูไม้สักแกะสลักของห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มเข้ารูปของ จ้าวหานเฟิง ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง แววตาคมกราบดั่งพญาอินทรีวาดมองสถานการณ์ภายในห้องแวบเดียวก็เข้าใจได้ทั้งหมด รัศมีกดดันอันเยือกเย็นและดุร้ายแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของชายหนุ่มโดยอัตโนมัติ ทำให้อากาศภายในห้องราวกับลดลงจนแทบหายใจไม่ออก จ้าวหานเฟิงก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างซูเหยาอย่างปกป้อง สายตาคมกริบมองร่างของสาวใช้ที่หมอบกราบอยู่แทบเท้าด้วยความรังเกียจราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง "คนประเภทนี้ ต่อให้เลี้ยงไว้ข้างกายเนิ่นนานเพียงใด หากสันดานแปรเปลี่ยนเป็นอื่น ก็เป็นเพียงเนื้อร้ายที่ต้องตัดทิ้ง" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเด็ดขาด แววตาของจ้าวหานเฟิงที่ทอดมองซูเหยานั้นแฝงไว้ด้วยความห่วงใยล้ำลึกที่มักซ่อนเร้นอยู่เสมอ "เจ้าใจอ่อนกับคนเกินไปแล้ว ซูเหยา" ซูเหยาหันไปสบตากับชายหนุ่ม ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านเข้ามาในหัวใจท่ามกลางพายุฝน นางรู้ดีว่าจ้าวหานเฟิงพร้อมจะกวาดล้างทุกคนที่เป็นอันตรายต่อตัวนางให้หายไปจากเมืองนี้ภายในชั่วข้ามคืน ทว่าก่อนที่นางจะได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยร่างของบ่าวรับชายคนสนิทที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาด้วยความหวาดกลัว "นายท่าน! คุณหนู! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" บ่าวรับใช้คุกเข่าลงหอบหายใจตัวโยน "ที่ท่าเรือการค้าฝั่งตะวันตก... สินค้าล็อตใหญ่ที่สุดของเราที่จะส่งออกในคืนนี้ ถูกเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเข้าตรวจค้นตามหมายจับกุมลับ โดยมี... โดยมีลายเซ็นรับรองจากท่านประธานเฉินเป็นผู้ยื่นเรื่องร้องเรียน!" ซูเหยาหรี่ตาลงทันที สมองอันปราดเปรื่องหมุนวนอย่างรวดเร็ว เฉินเหว่ยไม่ได้มีแค่แผนการลอบวางพิษในเรือนหลังเพื่อตัดมือกำจัดขาของนางเท่านั้น แต่ยังใช้แผนซ้อนแผนเพื่อดึงอำนาจทางการเมืองมาเล่นงานธุรกิจในเวลาเดียวกัน นี่คือสงครามการค้าที่เดิมพันด้วยความอยู่รอดของตระกูลจ้าว ทว่า ในขณะที่ซูเหยากำลังจะเอ่ยปากสั่งการให้เตรียมรถเพื่อเดินทางไปเคลียร์ปัญหาที่ท่าเรือ จู่ ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก ราวกับมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหญ่กำลังบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของตระกูลจ้าว ประถูกผลักออกอย่างแรงโดยไม่รอให้ใครอนุญาต ร่างของชายวัยกลางคนในเครื่องแบบทหารระดับสูงผู้หนึ่งก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก พร้อมกับชูเอกสารราชการแผ่นหนึ่งขึ้นสูงในระดับสายตา "ขออภัยที่ต้องรบกวนยามวิกาล... หลี่ซูเหยา และคุณชายจ้าวหานเฟิง" นายทหารผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน "พวกเราได้รับคำสั่งด่วนจากส่วนกลาง ให้มาตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการลักลอบค้าสินค้าต้องห้าม และนี่คือ... หมายจับกุมตัวผู้บริหารสูงสุดของตระกูลจ้าวในข้อหากบฏต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของรัฐ" บรรยากาศภายในห้องนิ่งสนิทราวกับกาลเวลาถูกหยุดไว้ ซูเหยามองเอกสารในมือของนายทหารผู้นั้น ก่อนจะกวาดสายตาไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยที่ยืนหลบมุมอยู่ด้านหลังทหารเหล่านั้น... เฉินเหว่ยกำลังยืนยิ้มเยาะเย้ยส่งมาให้รอดช่องว่างของประตู พร้อมกับยกถ้วยชาขึ้นจิบจำลองราวกับเป็นผู้ชนะในเกมกระดานนี้อย่างสมบูรณ์แบบ ส้มหวานมิติลับขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันระทึกใจนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%