กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ•ตอนที่ 14

กระดานหมากที่กว้างขึ้น

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
"เอกสารฉบับนี้... ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ แต่ขาด 'จิตวิญญาณ' ของการค้าค่ะ" เสียงนุ่มทุ้มแต่วางอำนาจอย่างเหนือชั้นดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องรับรองชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยมไท่ผิง—สถานที่ซึ่งถูกจำลองเป็นสำนักงานการค้าชั่วคราวในยุคเจ็ดสิบ หลี่ซูเหยานั่งหลังตรงสง่างาม นางสวมเสื้อเชิ้ตคอจีนผ้าไหมเนื้อดีสีเขียวหยก ทับด้วยเสื้อคลุมไหมปักลายเมฆมงคลแบบโบราณที่นางดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัย เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบครึ่งศีรษะปักด้วยปิ่นหยกขาวสลักลายดอกเหมือง ปลายสายตากวาดมองเอกสารสัญญาผูกขาดตลาดสิ่งทอของมณฑลทางใต้ด้วยความเฉยเมย เฉินเหว่ย คู่แข่งทางธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลแห่งเมืองหลวงใหม่ ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือหนากำถ้วยชาเซรามิกเคลือบสีฟ้าครามแน่นจนข้อนاوขาวซีด "คุณหลี่... อย่าถือตัวว่าเป็นผู้กุมเส้นใยฝ้ายคุณภาพสูงเพียงผู้เดียวในเขตนี้เลย การค้าคือการประนีประนอม ไม่ใช่การชักใยหมากรุกบนกระดานที่ท่านเป็นผู้กำหนดอยู่ฝ่ายเดียว" เฉินเหว่ยเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบฉายแววคุกคามและปรารถนาที่จะครอบครองทั้งธุรกิจและตัวนางในคราวเดียวกัน ซูเหยารินชาลงในถ้วยของตนเองอย่างเชื่องช้า ท่วงท่ารินชาดั่งสายน้ำไหลผ่านโขดหิน เงียบสงบแต่มั่นคง กลิ่นหอมกรุ่นของชาผู๋เอ่อร์ลอยอวลในอากาศ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตานิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึกที่ซ่อนคลื่นใต้น้ำอันเชี่ยวกรากไว้มิดชิด "การค้าก็ไม่ต่างจากการสงครามค่ะ, คุณเฉิน" รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนเรียวปากสีชาด "ผู้ชนะไม่เคยต่อรองกับความพ่ายแพ้ สิ่งที่คุณเฉินนำมาเสนอในวันนี้ เป็นเพียง 'เศษเสี้ยว' ของผลกำไรที่ท่านยอมสละเพื่อซื้อทางเดินเข้าสู่ตลาดใหญ่ ทว่า... สิ่งที่ฉันต้องการ หาใช่เงินตราที่หมุนเวียนในระดับอำเภอไม่" นางเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาไปยังแผนที่การค้าทั่วประเทศที่กางอยู่บนโต๊ะไม้สักทอง "เป้าหมายของฉันคือการขยายขอบเขตการค้าสู่ระดับเมืองใหญ่... และที่ตรงนั้น ไม่มีพื้นที่สำหรับผู้ที่ขาดวิสัยทัศน์ค่ะ" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที เฉินเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความขุ่นเคือง "ท่านคิดจะฮุบตลาดสามมณฑลใหญ่ด้วยตัวคนเดียวหรือไง อย่าลืมว่าเบื้องหลังของฉันคือตระกูลเฉิน และยังมี... อำนาจมืดที่ท่านก็รู้ว่าแตะต้องไม่ได้" ก่อนที่ซูเหยาจะได้เอ่ยถ้อยคำใดเชือดเฉือนกลับไป ประตูไม้สักแกะสลักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสากลสีดำสนิทตัดเย็บประณีตแต่ให้กลิ่นอายดุจแม่ทัพผู้กุมกองทัพนับแสนก้าวเข้ามาในห้อง อุณหภูมิรอบกายราวกับลดฮวบลงหลายองศา จ้าวหานเฟิง... ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีวาวโรจน์ กวาดตามองเฉินเหว่ยด้วยรัศมีกดดันที่ทำให้อีกฝ่ายหายใจติดขัด ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ของซูเหยา มือหนาวางลงบนพนักพิงใกล้กับไหล่บางของนางอย่างถือสิทธิ์ ท่าทีคุกคามโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด "อำนาจมืดที่ว่า... หมายถึงฉันหรือเปล่าล่ะ, คุณเฉิน" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น นัยน์ตาคู่นั้นเยือกเย็นดุร้ายไร้ซึ่งความปรานี เฉินเหว่ยหน้าถอดสีทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับจ้าวหานเฟิง ผู้มีอิทธิพลตัวจริงเสียงจริงผู้กุมเศรษฐกิจและการเมืองในกำมือ เขาผุดลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ ความทะเยอทะยานเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดหวั่นที่เกาะกุมขั้วหัวใจ "ท่าน... ท่านอ๋อง... อ๊ะ, ประธานจ้าว..." เฉินเหว่ยเกือบหลุดปากเรียกขานสรรพนามโบราณออกไปเนื่องจากแรงกดดันทางจิตวิทยาที่จ้าวหานเฟิงแผรังสีออกมา ซูเหยาเหลือบมองมือหนาที่วางอยู่ใกล้ไหล่ นางมิได้ขยับหนี แต่กลับเอียงศีรษะเล็กน้อยส่งยิ้มให้ชายหนุ่มผู้มาใหม่ แววตาคู่นั้นสื่อความหมายลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก "คุณหานเฟิงมาเร็วกว่าที่คาดไว้นะคะ หรือว่ากลัวว่าฉันจะกลืนคู่ค้าคนนี้เสียก่อน" "ฉันแค่มารับ 'ของสำคัญ' ของฉันคืน" จ้าวหานเฟิงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสายตาที่ทอดมองหญิงสาวกลับเต็มไปด้วยความลุ่มหลงลึกซึ้งดั่งหินผาที่กัดเซาะด้วยคลื่นพันปี "ส่วนเรื่องการขยายตลาดสู่เมืองใหญ่... ฉันจัดการเซ็นสัญญาอนุมัติให้เธอเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างอยู่ในอาณาเขตการปกครองของตระกูลจ้าว ไม่มีใครกล้าขัดขวางเธอทั้งสิ้น" เฉินเหว่ยยืนแข็งค้างอยู่ที่เดิม ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูเหล็ก ความพยายามทั้งหมดของเขาในวันนี้พังทลายลงในพริบตา เมื่อเกมกระดานนี้ไม่ได้มีเพียงแค่กุนซือหญิงผู้ชาญฉลาด แต่ยังมีพญาราสีผู้พร้อมทำลายล้างทุกสิ่งเพื่อปกป้องนางหนุนหลังอยู่อย่างเบ็ดเสร็จ ซูเหยาลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม นางปัดชายเสื้อคลุมเบาๆ ก่อนจะหันไปประสานสายตากับจ้าวหานเฟิง รอยยิ้มเย้ายวนใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ดูเหมือนว่า... กระดานหมากในวันนี้จะกว้างใหญ่เกินกว่าที่ฉันคาดคิดไว้เสียแล้วนะคะ" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะคลี่คลายไปในทิศทางแห่งชัยชนะ เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งเป็นจังหวะแปลกประหลาด—จังหวะที่ซูเหยาจำได้ขึ้นใจว่าเป็นรหัสลับจากสายข่าวในวังหลวงของยุคโบราณที่นางจากมา ประตูห้องเปิดออกอีกครั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต ชายแปลกหน้าในชุดโค้ทกันหนาวสีเทาเข้มเดินเข้ามา ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ใต้เงาหมวก เขาวางซองเอกสารสีน้ำตาลสนิมลงบนโต๊ะกลางห้องอย่างช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำให้ลมหายใจของซูเหยาต้องสะดุด "จดหมายด่วนจาก... แคว้นต้า F... พระชายาหลี่ ฝ่าบาททรงส่งราชโองการลับตามหาตัวท่าน ข้ามมิติเวลามาถึงที่นี่แล้วพ่ะย่ะค่ะ" ส้มหวานมิติลับหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับกลเกมการค้าและการพลิกผันของโชคชะตาในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%