กลิ่นอายอับชื้นของคลังสินค้าเก่าแก่ในช่วงทศวรรษที่เจ็ดสิบ ผสมผสานเข้ากับกลิ่นเหล็กกล้าและน้ำมันเครื่องอย่างเข้มข้น ทว่าบรรยากาศกลับเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจที่สะท้อนก้องในโสตประสาท ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงสง่าของบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า เขามิได้เอ่ยถ้อยคำใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ทว่ารัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นกลับทรงพลังเสียยิ่งกว่ากองทหารนับหมื่นที่รายล้อมอยู่รอบค่าย
หลี่ซูเหยายังคงรักษารอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงตาคู่งามพินิจพิเคราะห์ร่างของจ้าวหานเฟิงอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในยุคสมัยแห่งความเปลี่ยนแปลงและคลื่นลมทางการเมืองที่เชี่ยวกรากนี้ รูปลักษณ์ของเขาจะถูกลดทอนลงเหลือเพียงเสื้อแจ็คเก็ตผ้าฝ้ายหนาสไตล์ยุคเจ็ดสิบและกางเกงขายาวสีเขียวขี้ม้า ทว่าท่าทีเย่อหยิ่งดุดันราวกับพญาอินทรีผู้มองโลกจากเบื้องสูงกลับมิได้เสื่อมคลายลงเลยแม้แต่น้อย
"ผู้จัดการเฉินคงไม่รู้กระมังว่า ของในโกดังนี้มีเจ้าของเดิมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันราวกับคมมีดที่กรีดผ่านอากาศ จ้าวหานเฟิงไม่ได้ปรายตาแลมองเฉินเหว่ยที่กำลังยืนเช็ดเหงื่อกาฬแตกพลั่กแม้แต่น้อย สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่สตรีร่างระหงผู้ยืนสงบนิ่งอยู่กลางกองลังสินค้า
เฉินเหว่ยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาพยายามฝืนยิ้มประจบประแจง "ท่านประธานจ้าว... นี่เป็นเพียงการเจรจาธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นครับ คุณซูเขากำลังเข้าใจคลาดเคลื่อน..."
"ข้าดูเหมือนคนเลอะเลือนจนแยกแยะไม่ออกเชียวหรือว่าสิ่งใดคือการเจรจา และสิ่งใดคือการปล้นสะดมกลางแสงตะวัน" ซูเหยาเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเฉียบคมบาดลึก นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างสูงใหญ่ของจ้าวหานเฟิงอีกนิด กลิ่นกายหอมกรุ่นจางๆ ที่แปลกปลอมท่ามกลางกลิ่นอายอุตสาหกรรมทำให้จ้าวหานเฟิงชะงักไปชั่วขณะ
ดวงตาคมปลาบของจ้าวหานเฟิงหรี่แคบลง ความรู้สึกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านขึ้นมาในอกราวกับกระแสไฟฟ้าสถิต ภาพเงาสะท้อนในความทรงจำอันเลือนราง—ภาพของสตรีผู้กางแผนที่ยุทธศาสตร์ในกระโจมทหาร ท่ามกลางกลิ่นอายสงครามและควันไฟ—ซ้อนทับเข้ากับใบเนียนละเอียดของสตรีตรงหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ นางเป็นใครกันแน่? เหตุใดสตรีในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความยากลำบากและข้อจำกัดนี้ ถึงได้มีแววตาที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและอำนาจมืดอันลึกล้ำราวกับผ่านศึกสงครามมานับร้อยปีเช่นนี้
"คุณซู... ดูเหมือนว่าคุณจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้จัดการฝ่ายบัญชีธรรมดาอย่างที่ประวัติการทำงานระบุไว้เสียแล้ว" จ้าวหานเฟิงก้าวเข้าไปประชิดนางทีละน้อย กดดันด้วยส่วนสูงและอำนาจที่เขากุมอยู่ในมือ ทว่าซูเหหากลับไม่ถอยหลังหนีแม้แต่เพียงครึ่งก้าว นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มที่ระบายบนเรียวปากคู่นั้นลึกล้ำราวกับสระน้ำโบราณที่ก้นบึ้งไร้ซึ่งก้นดิ่ง
"ท่านประธานจ้าวเองก็มิได้เป็นเพียงแค่นักธุรกิจผู้สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาจากความว่างเปล่าเช่นกันกระมังเพคะ..." นางเผลอหลุดคำโบราณออกมาตามความคุ้นชิน ทว่ากลับแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้มพราย "เอ๊ย... หมายถึง เป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลต่างหากเล่าคะ"
จ้าวหานเฟิงชะงักกึก คำพูดเมื่อครู่ น้ำเสียงท่วงทำนองการใช้คำแบบนั้น... มันไม่ใช่ภาษาที่คนในยุคนี้เขาพูดกัน! หัวใจที่ด้านชาและเย็นเยียบมาตลอดชีวิตของเขาพลันกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกโหยหาอย่างลึกล้ำที่หาที่มาไม่ได้พรั่งพรูขึ้นมาในห้วงสมอง ราวกับว่าเขากำลังตามหาวิณญาณดวงนี้ข้ามภพข้ามชาติมาเนิ่นนาน
ในขณะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังตึงเครียดและอบอวลไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากทางด้านนอกโกดัง พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตกใจของลูกน้องเฉินเหว่ย
"ท่านประธานครับ! ทางการ... เจ้าหน้าที่จากส่วนกลางมาถึงแล้วครับ!"
เฉินเหว่ยหน้าถอดสีทันที ในขณะที่จ้าวหานเฟิงยังคงไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของซูเหยา มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และอันตรายยิ่งกว่าเดิม
"ดูเหมือนว่าการเล่นสนุกในวันนี้ จะมีแขกไม่เชิญมาร่วมวงเสียแล้วกระมัง คุณซูเหยา" จ้าวหานเฟิงโน้มตัวลงกระซิบข้างหูกลิ่นหอมกรุ่นของนาง เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาแต่กลับดังก้องลึกในความรู้สึกของนาง "แต่ไม่ว่าเจ้าจะซ่อนตัวตนไว้ลึกสักเพียงใด... ข้าจะกระชากหน้ากากของเจ้าออกมาให้จงได้"
ซูเหยาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางเอียงคอเล็กน้อยอย่างท้าทาย ก่อนจะเอ่ยกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ทำให้จ้าวหานเฟิงต้องเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย—
"ถ้าท่านมีความสามารถมากพอ... ก็ลองดูสิเพคะ ท่านอ๋องผู้เยือกเย็น"
สิ้นเสียงกระซิบนั้น ประตูเหล็กบานใหญ่ของโกดังก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี แสงสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาภายใน ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังเจ้าหน้าที่หาใช่ตำรวจท้องถิ่นทั่วไป แต่กลับเป็นบุรุษในเครื่องแบบสีกากีเข้มประดับอินทรธนูลึกลับผู้หนึ่ง ซึ่งเดินตรงดิ่งเข้ามาพร้อมกับซองเอกสารลับตราประทับสีแดงฉานในมือ—เอกสารที่ระบุชื่อของหลี่ซูเหยาและจ้าวหานเฟิงเอาไว้ด้วยกันอย่างไม่คาดฝัน!
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ ขอให้มีความสุขกับโลกแห่งจินตนาการค่ะ
กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ•ตอนที่ 3
พบพานผู้คุ้นเคย
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!