กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ•ตอนที่ 26

กับดักน้ำผึ้ง

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอายของกำยานสุราดอกท้อลอยอบอวลเคล้าคลออยู่เบื้องหน้า เจือจางแต่ทว่ากลับมอมเมาประสาทสัมผัสให้เคลิบเคลิ้ม เฉินเหว่ยทอดสายตามองหญิงงามผู้ทรงภูมิปัญญาซึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี แววตาของเขาพราวระยับด้วยประกายความโลภและความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของบุรุษผู้สุภาพเรียบร้อย "ชาถ้วยนี้ เป็นชาชั้นดีที่ข้าพเจ้าอุตส่าห์นำเข้ามาจากแดนใต้โดยเฉพาะ หวังว่าหลี่ซูเหยาจะเมตตารับน้ำใจจากข้าพเจ้าสักครานะคะ" เสียงทุ้มต่ำของเฉินเหว่ยเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ หลี่ซูเหยาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกริบดั่งหงส์กวาดตามองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามในมือของเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยียบเย็น นางมิใช่สตรีในหอห้องที่จะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในเล่ห์กลตื้นเขินเช่นนี้ กลิ่นหอมหวานที่แปลกปลอมนั้นเจือจางยิ่งนัก หากแต่เฉียบคมพอที่จะทำให้ผู้เสพสูญสิ้นสติสัมปชัญญะภายในสามลมหายใจ นี่คือ "กับดักน้ำผึ้ง" ที่เฉินเหว่ยจงใจถักทอขึ้นเพื่อหวังฮุบทั้งตัวนางและผลงานการบริหารจัดการโครงการในมือ "คุณชายเฉินช่างมีน้ำใจไมตรีล้นเหลือ..." ซูเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความกดดันจนอีกฝ่ายถึงกับชะงัก นางลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์เนื้อดีทิ้งตัวลงตามสัดส่วนสง่างาม ท่าทีของนางเย่อหยิ่งทระนงดั่งพญาหงส์ที่มองลงมาจากยอดเมฆ "ทว่า... ของมีค่าเช่นนี้ เกรงว่าคนไร้ค่าเช่นข้าคงมิอาจรับไว้ได้หรอกค่ะ" เฉินเหว่ยหุบยิ้มลงชั่วขณะ ดวงตาคมกราบกวาดมองร่างระหงที่ยืนสง่านิ่งอยู่เบื้องหน้า ความกระหายใคร่ครอบครองยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น "ท่านกุนซือหลี่... ไยจึงใจร้ายนักเล่า โลกธุรกิจยุค 70 นี้ การเดินหมากเพียงลำพังช่างโดดเดี่ยวและอันตรายยิ่งนัก หากมีข้าคอยเคียงข้าง รับรองว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จของท่านจะราบรื่นไร้อุปสรรคอย่างแน่นอน" เขาขยับตัวเข้าใกล้ทีละน้อย กลิ่นสุราและน้ำหอมราคาแพงโชยปะทะนาสิก ซูเหยาไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว นางกลับสาวเท้าเข้าไปหาเขาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ฉาบไว้บนใบหน้าอันงดงามล่มเมือง ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งลำหยกแตะลงบนขอบถ้วยชาที่เขาถืออยู่เบื้องหน้าอย่างแผ่วเบา "เส้นทางของข้า... ข้าเป็นผู้ขีดเขียนด้วยตนเอง หาใช่บุรุษใดมาต่อเติม" นางเอ่ยกระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมดั่งคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจ "และอีกอย่าง... ยาปลุกกำหนัดชั้นต่ำเช่นนี้ ท่านคิดว่ามันจะระคายผิวของหลี่ซูเหยผู้นี้ได้จริงหรือคะ?" สิ้นคำพูดนั้น สีหน้าของเฉินเหว่ยก็เปลี่ยนสีทันที ความตกใจฉายชัดขึ้นในแววตา เขารู้แล้วว่าแผนการทั้งหมดถูกนางอ่านทะลุปรุโปร่งตั้งแต่ต้น ทว่า ก่อนที่เฉินเหว่ยจะได้แก้ตัว ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ทสีเข้มของทหารทรงอิทธิพลก้าวเข้ามาด้วยบรรยากาศเยือกเย็นดุร้ายแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น ดวงตาคมปลาบดั่งเหยี่ยวของจ้าวหานเฟิงกวาดมองภาพเบื้องหน้าด้วยรัศมีสังหารที่น่าสะพรึงกลัว บรรยากาศรอบตัวเขาเต็มไปด้วยความหึงหวงอันดุร้ายที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ เฉินเหว่ยหน้าถอดสีทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับสายตาคู่นั้น "ท่านอ๋อง... เอ๊ย! คุณจ้าว..." จ้าวหานเฟิงไม่เอ่ยคำใด ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวซูเหยาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้แขนแกร่งโอบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน สายตาที่เขามองเฉินเหว่ยราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่งที่บังอาจเข้ามาแตะต้องของล้ำค่าที่สุดในชีวิต "คนที่กล้าแตะต้องคนของฉัน..." จ้าวหานเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น จนเฉินเหว่ยรู้สึกเสียวสันหลังวาบ "มักจะมีจุดจบที่ไม่ค่อยสวยงามนัก... คุณเฉิน คิดว่าธุรกิจตระกูลเฉินในเมืองหลวงและทางใต้ จะยังคงอยู่รอดได้อีกนานแค่ไหนกัน?" ความกดดันอันมหาศาลแผ่กระจายปกคลุมห้องทำงานจนแทบหายใจไม่ออก ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุด จ้าวหานเฟิงก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของซูเหยาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงทันทีราวกับคนละคน "กลับบ้านกันเถอะภรรยาของฉัน... อาหารเย็นที่บ้านเย็นหมดแล้ว" ซูเหยานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่เป็นจังหวะ นางเงยหน้าขึ้นสบตาคมเข้มที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและรักมั่นคงดั่งหินผาของเขา ก่อนมุมปากอิ่มจะคลี่ยิ้มหวานหยาดเยิ้มออกมาอย่างนึกสนุก ทว่า ในวินาทีที่ทั้งสองกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับร่างของทหารยามในชุดเครื่องแบบที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "รายงานท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ! มีราชสำนัก... ไม่สิ! มีคำสั่งด่วนจากเบื้องบนส่งตรงถึงท่านโดยเฉพาะ ระบุว่าเป็น 'ราชโองการลับ' ที่ประทับตราหยกทองคำแท้จากส่วนกลาง!" จ้าวหานเฟิงชะงักฝีเท้า แววตาคมกริบหันขวับกลับไปมองซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มที่ถูกยื่นถวายด้วยสองมือของทหารยามอย่างพินิจพิเคราะห์ ขณะที่ซูเหยาหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นสัญลักษณ์ลึกลับที่ประทับอยู่บนครั่งผนึกซองจดหมาย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่นางเคยเห็นในบันทึกโบราณเมื่อชาติภพก่อน ส้มหวานมิติลับขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลและห้วงรักอันลึกซึ้งนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%