"ท่านโอเวอร์ลอร์ด... ทางเราตรวจสอบพบการเคลื่อนไหวของ 'สภาเงา' ที่ฐานทัพลับ พวกมันกำลังพยายามขโมย... อุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่สุดของคุณครับ!"
เสียงรายงานผ่านอุปกรณ์สื่อสารควอนตัมยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ขณะที่หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าผมกำลังฉายภาพรหัสสีแดงฉาน กระพริบเตือนภัยระดับวิกฤต บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวเงียบสงัดจนได้ยินเสียงจังหวะการหายใจของตัวเอง ทว่าความตึงเครียดนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังแทรกขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน
*ติ๊ง!*
[ตรวจพบความผิดปกติทางคลื่นพลังงานระดับ S ในเขตที่อยู่อาศัยโซน 4...]
[ระบบพยากรณ์วิกฤตโลก: ตรวจพบเหตุการณ์ความตายของกลุ่มฮันเตอร์ระดับ B จำนวนห้าคนใน 'ดันเจี้ยนรอยแยกมิติ' ใกล้บ้านพักของคุณภายในเวลาอีกสามสิบนาทีข้างหน้า]
ผมหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น สภาเงากำลังเล่นตลกอะไรบางอย่างเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของผม แต่พวกมันคงไม่รู้เลยว่า... หมากทุกตัวบนกระดานนี้ อยู่ในสายตาของผมตั้งแต่แรกแล้ว
"เซร่า" ผมเอ่ยเรียกชื่อหญิงสาวที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังเงาสลัว
"ค่ะ... เอ้ย... ครับ ท่านริน มีคำสั่งอะไรหรือครับ?" เซร่าปรับน้ำเสียงและท่าทีอย่างรวดเร็ว เธอคือฮันเตอร์สาวระดับ S ที่เคยติดหนี้ชีวิตผม และในตอนนี้ เธอได้กลายมาเป็นเงาผู้ภักดีที่สุดของผม
"เตรียมตัวให้พร้อม เราจะไปเดินเล่นกันหน่อย" ผมกวาดสายตามองหน้าจอที่แสดงพิกัดของดันเจี้ยน ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากคฤหาสน์ไปไม่ถึงสามกิโลเมตร "พวกสภาเงาคงคิดว่ามันฉลาดมากที่ส่งลูกน้องกระจอกพวกนั้นมาขโมยเศษเหล็กไร้ค่า แต่พวกมันลืมคิดไปว่า... การปล่อยให้ขยะเดินเข้าไปตายในเขตอิทธิพลของผม มันคือการหยิบยื่นความอับaายให้ตัวเองต่างหาก"
เซร่าพยักหน้ารับด้วยแววตาคมกริบ เธอดึงดาบคาตานะคู่ใจออกจากฝัก เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ สะท้อนความพร้อมที่จะเข้าห้ำหั่น "ให้ฉันกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากเลยไหมครับ"
"ยังไม่ใช่ตอนนี้" ผมยกมือขึ้นห้ามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ปล่อยให้พวกมันพยายามขโมยของเล่นชิ้นนั้นไปก่อน... เพราะเมื่อถึงเวลาที่พวกมันคิดว่าแผนการสำเร็จ นั่นแหละคือวินาทีที่ความสิ้นหวังที่แท้จริงจะเริ่มต้นขึ้น"
รถยนต์หรูหราพุ่งทะยานออกจากคฤหาสน์ด้วยความเร็วสูง ท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล ภายในรถเต็มไปด้วยบรรยากาศอันกดดันที่แม้แต่เซร่าก็ยังต้องลอบกลืนน้ำลาย สายตาของผมจ้องมองไปยังเส้นกราฟพยากรณ์ที่กำลังดิ่งลงเหว ชีวิตของฮันเตอร์กลุ่มนั้นกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย และมีเพียงผมคนเดียวที่รู้ว่าทางออกรอดคืออะไร... หรือพูดให้ถูกคือ ผมคือกฎเกณฑ์เดียวที่จะกำหนดว่าใครจะได้มีชีวิตรอดต่อไป
สิบนาทีต่อมา รถยนต์จอดสนิทหน้าปากทางเข้าดันเจี้ยนรอยแยกมิติ แรงดันมานาสีม่วงเข้มแผ่ซ่านออกมาจากปากถ้ำ บ่งบอกถึงความไม่เสถียรของเขตแดน ฮันเตอร์กลุ่มเป้าหมายกำลังเดินหน้าเข้าสู่ความตายด้วยความโลภและความมั่นใจอันโง่เขลา พวกเขาหัวเราะและพูดคุยกันเสียงดัง โดยไม่รู้เลยว่ามัจจุราชกำลังรอต้อนรับอยู่ข้างใน
"ท่านรินครับ พวกเขากำลังจะก้าวเข้าไปในเขตอันตรายระดับวิกฤตแล้ว" เซร่ากระซิบเตือนขณะมองผ่านกล้องส่องทางไกล
"ปล่อยให้พวกเขาลิ้มรสความกลัวดูก่อน" ผมก้าวลงจากรถ ปรับฮู้ดเสื้อคลุมสีดำสนิทเพื่ออำพรางใบหน้า "มนุษย์เรามักจะไม่เห็นคุณค่าของลมหายใจ จนกระทั่งความตายมาเคาะประตูเรียกนั่นแหละครับ"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังทะลักออกมาจากภายในดันเจี้ยนทันทีที่ประตูมิติปิดลง ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนระดับย่อยที่ทำให้พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือน ภาพเหตุการณ์ในอนาคตที่ระบบเคยพยากรณ์ไว้กำลังกลายเป็นจริงต่อหน้าต่อตา มอนสเตอร์ระดับภัยพิบัติ 'เงาอสุรกายคลั่ง' กำลังฉีกกระชากร่างของฮันเตอร์เหล่านั้นทีละคนอย่างเลือดเย็น
เซร่าขยับตัวด้วยสัญชาตญาณนักสู้ แต่ผมเอื้อมมือไปแตะที่ไหล่ของเธอเบาๆ เป็นสัญญาณให้หยุดนิ่ง
"ยังไม่ใช่เวลาของเราครับ เซร่า" ผมเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยอำนาจเด็ดขาดที่ปฏิเสธไม่ได้ "จงดูให้ดี... นี่คือบทเรียนราคาแพงของพวกที่คิดจะล้ำเส้นโอเวอร์ลอร์ดคนนี้"
ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าผมก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่ดังระรัวยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่แค่เสียงเตือนจากระบบพยากรณ์วิกฤตโลก... แต่เป็นสัญญาณเตือนจากฐานทัพลับที่กำลังถูกเจาะระบบโดยสภาเงาจริงๆ
[คำเตือน: อุปกรณ์ชิ้นสำคัญกำลังจะถูกถอดรหัส... เหลือเวลาอีก 60 วินาที]
ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าตอนนี้ไม่ได้มีความขบขันแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาของผมกวาดมองไปที่ทางเข้าดันเจี้ยนที่ตอนนี้เต็มไปด้วยคราบเลือด ก่อนจะหันกลับมามองหน้าจอควบคุมที่เชื่อมต่อกับเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่กำลังบินมาจอดลอยตัวอยู่เหนือศีรษะ
เสียงใบพัดตีลมดังสนั่นหวั่นไหว แรงลมมหาศาลพัดกระโชกเส้นผมและเสื้อคลุมของผมปลิวไสว
เซร่ามองหน้าผมด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง "ท่านริน... หรือว่าทั้งหมดนี้..."
"ใช่ครับ" ผมตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ทรงพลัง ขณะก้าวเท้าขึ้นบันไดเชือกที่หย่อนลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว "การที่สภาเงาบุกฐานทัพ และการที่ฮันเตอร์กลุ่มนี้ต้องตายในดันเจี้ยน... มันไม่ใช่ความบังเอิญ"
ผมหันกลับมามองหน้าเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ประตูเฮลิคอปเตอร์จะปิดลง พร้อมกับรอยยิ้มพิฆาตที่ส่งตรงไปยังกล้องวงจรปิดตัวเล็กๆ แอบแฝงที่ซ่อนอยู่บนต้นไม้ ซึ่งผมรู้ดีว่ากำลังถ่ายทอดสดภาพนี้ส่งตรงไปยังโต๊ะทำงานของผู้นำสภาเงา
"เพราะหมากทุกตัวบนกระดานนี้... ผมเป็นคนวางมันลงไปเองตั้งแต่แรกแล้วครับ"
*ครืนนน...!*
เฮลิคอปเตอร์พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสีครามยามราตรี ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดและเสียงคำรามของมอนสเตอร์เบื้องล่าง ขณะที่นิ้วมือของผมกำลังแตะลงบนหน้าจอเพื่อกดปุ่ม 'ทำลายล้างระยะไกล' ของฐานทัพลับ...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของโอเวอร์ลอร์ดซีโร่มาโดยตลอดนะครับ
ฮันเตอร์ไร้คลาสกับระบบพยากรณ์วิกฤตโลก•ตอนที่ 6
เผชิญหน้าความตายที่ต้องแก้ไข
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์ไร้คลาสกับระบบพยากรณ์วิกฤตโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!