หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์•ตอนที่ 23

แผนลวงสังหาร

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
คมดาบเล่มนั้นมิได้กรีดลงบนเนื้อหนัง หากแต่กรีดลึกลงไปถึงขั้วหัวใจของผู้ที่ยืนมองอยู่เบื้องหลัง ความเงียบงันภายในห้องโถงยามดึกสงัดนั้นราวกับมีน้ำหนักนับพันชั่ง เหมยฟางแทบไม่กล้าแม้แต่จะผ่อนลมหายใจแรง ดวงตาคู่คมของเฟยหลงยังคงสะท้อนเงาของความตกตะลึงระคนประหลาดใจ พระเนตรคมกริบที่เคยราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก บัดนี้กลับไหววูบคล้ายคลื่นใต้น้ำที่กำลังก่อตัวเป็นพายุใหญ่ ภาพของขุนนางเฒ่าผู้ภักดีที่ล้มลงจมกองเลือดเมื่อครู่ ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด "ฝ่าบาท..." เสียงของนางแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีกผีเสื้อ แต่กลับดังชัดเจนก้องกังวานในความมืด เฟยหลงมิได้ตอบรับ พระองค์สะบัดชายฉลองพระองค์สีเข้มด้วย1อารมณ์อันคุกรุ่น พระพักตร์คมคายบึ้งตึงขึ้นจนเห็นสันกรามขยับนูน ความตึงเครียดแผ่ซ่านออกมาจากพระวรกายสูงใหญ่จนบรรยากาศรอบข้างแทบจะหลอมละลาย ขุนนางคนสนทรที่อุตส่าห์นัดหมายลอบพบในยามวิกาล กลับกลายเป็นศพอย่างไร้ลมหายใจไปเสียแล้ว นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดโดยบังเอิญ หากแต่เป็น "หมาก" ที่ถูกเดินดักทางไว้ล่วงหน้าอย่างเลือดเย็น "มีคนจงใจตลบหลังเรา" สุรเสียงทุ้มต่ำรอดไรพระโอษฐ์ออกมาอย่างสะท้อนความกรุ่นโกรธ พระเนตรกวาดมองไปรอบห้องโถงกว้างที่มีเพียงแสงเทียนริบหรี่ "มันรู้อยู่แล้วว่าเราจะต้องมา... และจงใจส่งสัญญาณเตือน" เหมยฟางขยับกายลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ นางกวาดสายตาสำรวจร่องรอยการต่อสู้บนพื้นพรมและหยดเลือดที่ยังอุ่นอยู่ กลิ่นอายของความตายคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นจันทร์หอมที่ถูกจุดไว้เพื่ออำพรางกลิ่นคาวเลือด สมองอันปราดเปรื่องของนางประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ขุนนางผู้นี้กุมความลับเรื่องบัญชีลับการค้าอาวุธชายแดน หากเขาตาย ความจริงทั้งหมดจะถูกฝังกลบ และผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดย่อมไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตระกูลอัครเสนาบดีฝั่งตรงข้ามที่กำลังฮึกเหิมในราชสำนัก "ไม่ใช่แค่สัญญาณเตือนเพคะท่านอ๋อง" เหมยฟางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคม นางก้าวเข้าไปใกล้ร่างไร้วิญญาณ ก่อนจะย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะที่บาดแผล "รอยดาบนี... เป็นวิชาเพลงดาบสำนักเงาพยัคฆ์ ซึ่งเป็นองครักษ์ลับในตำหนักขององค์รัชทายาท" เฟยหลงชะงัก พระเนตรคมกริบหันขวับมามองสตรีตรงหน้าทันที แววตาฉายประกายความระแวดระวังผสมความทึ่งที่นางสามารถชี้ชัดถึงที่มาของบาดแผลได้อย่างแม่นยำในเวลาอันสั้นเพียงนี้ ชายหนุ่มก้าวเข้าประชิด พลางยื่นพระหัตถ์หนาขึ้นเชยคางมนของนางให้เงยขึ้นสบตา "เจ้ากล้าดียังไงถึงวิเคราะห์ต่อหน้าเราได้อย่างใจเย็นถึงเพียงนี้ เหมยฟาง" สุรเสียงทاททายแกมเย้าแหบพร่าเล็กน้อย แต่แววตากลับจริงจังดั่งประกาศิต "เจ้าไม่กลัวหรือว่า คืนนี้เราอาจจะต้องกลายเป็นศพรายต่อไป?" เหมยฟางมิได้หลบสายตา นางสบประสานกับนัยน์ตาพญาเหยี่ยวคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว มุมปากหยักยิ้มบางเบาคล้ายเย้ยหยันโชคชะตา "หากหม่อมฉันกลัวความตาย คงไม่ก้าวเข้ามาอยู่ในวังวนแย่งชิงอำนาจนี้ตั้งแต่แรกเพคะ... อีกอย่าง หม่อมฉันเชื่อว่าท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่แห่งชายแดนเหนือ จะไม่ยอมให้หมากตัวนี้ถูกโค่นลงอย่างน่าอนาถต่อหน้าต่อตาพระองค์หรอก" คำพูดของนางราวกับน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง เคมีระหว่างคนทั้งสองพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดในพื้นที่จำกัด ท่ามกลางความมืดและกลิ่นอายคาวเลือด ร่างสูงใหญ่ของเฟยหลงโน้มลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน ความดุดันเด็ดขาดแบบฉบับชายชาติทหารหลอมรวมเข้ากับความอ่อนโยนลึกล้ำที่เขามีให้เพียงนางผู้เดียว พระหัตถ์แกร่งรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาพระวรกายโดยปราศจากความลังเล "เจ้าช่างกล้าท้าทายพยัคฆ์ร้ายนัก..." เฟยหลงกระซิดชิดริมฝีปากบาง สุรเสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกจุดติด "หากเราพลาดท่าขึ้นมาจริงๆ คนแรกที่เราจะลากลงนรกไปกับเราด้วย ก็คือเจ้าSนี่แหละ เหมยฟาง" "หม่อมฉันยินดีต้อนรับเพคะ..." นางตอบรับอย่างไม่เกรงกลัว เรียวแขนเรียวเกี่ยวรั้งลำพระศอของเขาไว้เบาๆ เป็นเชิงท้าทาย ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่ราวกับห่าฝนก็ดังขึ้นที่เบื้องล่างของตำหนัก เสียงเหล็กกระทบกันก้องกังวานบ่งบอกถึงกองกำลังจำนวนมากที่กำลังปิดล้อมสถานที่แห่งนี้ไว้ทุกด้าน! เฟยหลงชะงัก พระเนตรคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันเยือกเย็นทันที พระองค์ผละออกจากร่างบางอย่างรวดเร็ว กวาดสายตาไปยังหน้าต่างที่เปิดกว้างรับลมหนาว ท้องฟ้ายามราตรีบัดนี้ถูกย้อมด้วยแสงเพลิงสีแดงฉานที่กำลังลุกไหม้จากประตูทางเข้าตำหนัก! "พวกมันไม่ได้มาเพื่อลอบสังหารขุนนางผู้นี้ตั้งแต่แรก..." เหมยฟางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักถึงความจริงอันโหดร้าย "เป้าหมายที่แท้จริงของพวกมันคือการ 'จัดฉาก' ให้ท่านอ๋องทรงเป็นผู้ลงมือปลิดชีพขุนนาง... และใช้ข้อหานี้กบฏต่อราชบัลลังก์!" เฟยหลงแค่นพระ The sound of a cold chuckle escaped his lips, deep and filled with murderous intent. "หมากตานี้ช่างเดินได้เยี่ยมยอดนัก... น่าเสียดายที่พวกมันประเมินเราต่ำไป" ก่อนที่เฟยหลงจะทันได้สั่งการใดๆ ประตูห้องโถงไม้สักแกะสลักก็ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยพละกำลังมหาศาล! ควันไฟและละอองหิมะพวยพุ่งเข้ามาพร้อมกับร่างของแม่ทัพหลวงในชุดเกราะเหล็กเต็มยศ พร้อมด้วยทหารองครักษ์นับร้อยชีวิตที่ถือทวนปลายแหลมพุ่งเข้ามาล้อมกรอบคนทั้งสองไว้ตรงกลาง บรรยากาศหยุดชะงักลงในเสี้ยววินาทีนั้น แม่ทัพหลวงก้าวออกมาข้างหน้า ยิ้มเยาะด้วยความสะใจเมื่อเห็นภาพอ๋องไร้บัลลังก์ยืนอยู่เคียงข้างศพขุนนางกบฏท่ามกลางกองเลือด "ถวายบังคมฉีอ๋อง..." แม่ทัพหลวงเอ่ยน้ำเสียงเย้ยหยัน กวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตาของผู้ชนะ "ทรงเหนื่อยยากแล้วพ่ะย่ะค่ะ... ที่ต้องเสด็จมา 'ปิดปาก' คนสนิทด้วยพระองค์เองเช่นนี้" เฟยหลงยืนนิ่งสงบ พระวรกายแผ่รังสีอำมหิตออกมาราวกับยมทูตจากขุมนรก พระองค์มิได้สะทกสะท้านต่อกองกำลังนับร้อยที่รายล้อม พระเนตรคมปลาบกวาดมองแม่ทัพหลวงด้วยความเหยียดหยันสูงสุด ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมพระหัตถ์ไปหยิบถ้วยชาอุ่นที่ยังคงส่งไอร้อนกรุ่นบนโต๊ะข้างพระองค์ขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น ท่ามกลางปลายหอกนับร้อยที่จ่อตรงมายังพระวรกาย! "เจ้าคิดว่า... คนอย่างเรา จะเดินเข้าสู่กองเพลิงมือเปล่าโดยไม่มีแผนสำรองงั้นหรือ?" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางผ่านเกมหมากอันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%