เสียงเปรี้ยะของถ่านไม้ในเตาอั้งโล่ทองเหลืองแทบจะกลប់มิดด้วยเสียงคำรามกรรโชกของพายุหิมะเบื้องนอก เกล็ดน้ำแข็งคมกริบประหนึ่งศาสตราวุธนับหมื่นเล่มพากย์โหมกระหน่ำซัดเข้าใส่บานหน้าต่างกระดาษสาจนสั่นระริก ทว่าภายในตำหนักรับรองแรมร้างแห่งนี้ กลับอบอวลไปด้วยไอร้อนระอุผสมกลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรจีนและควันกำยานไม้กฤษณา
หลี่เหมยฟางมิได้ใส่ใจต่อสายพระเนตรที่ยังคงทอประกายดุดันราวกับพญาอินทรีบาดเจ็บของฉีอ๋องเฟยหลงแม้แต่น้อย นิ้วเรียวดั่งลำhuoหยกขาวของนางกำลังจรดปลายพู่กันขนกระต่ายป่าแต้มหมึกสีชาด บรรจงเขียนทบทวนบันทึกเสบียงการศึกย้อนหลังสามปีลงบนกระดาษสาแผ่นบางอย่างเงียบเชียบ ทว่าท่วงทีสงบนิ่งราวน้ำในบึงลึกนั้น กลับยิ่งขับเน้นให้ความกรุ่นโกรธของบุรุษผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าเด่นชัดขึ้นเป็นทวีคูณ
"เจ้าจงใจยั่วโมโหเรา หลี่เหมยฟาง"
สุรเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เฟยหลงขยับพระvongกรเข้าประชิดโต๊ะเขียนหนังสือช้าๆ พระเนตรคมกริบพินิจมองสตรีตรงหน้าผู้ไม่ยอมแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตา พระองค์เพิ่งทรงตวาดไล่ทหารองครักษ์ออกไปจนหมดสิ้นเมื่อครู่ หลังจากความขัดแย้งบนกระดานหมากรุกเมื่อชั่วยามก่อนปะทุขึ้นจนหินหยกดำขาวกระเด็นกระดอนหลุดจากกระดาน แต่ในยามนี้ เมื่อพายุวิปริตภายนอกทวีความรุนแรงขึ้นจนอุณหภูมิลดฮวบฮาบอย่างรวดเร็ว บรรยากาศรอบตัวทั้งสองกลับเปลี่ยนแปรจากความตึงเครียดเป็นการเผชิญหน้าอันเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจยิ่งกว่า
"หม่อมฉันมิกล้าเพคะ ท่านอ๋อง" เหมยฟางตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มุมปากกลับแย้มยิ้มบางเบาราวกับไม่สะทกสะท้านต่อออร่าสังหารที่แผ่ออกมาจากพระองค์ "เพียงแต่หมากตานั้น หากพระองค์ทรงเลือกเดินตามตำราพิชัยสงครามตระกูลซุน ย่อมไม่พ่ายแพ้แก่หม่อมฉันในสามสิบตาหรอกเพคะ... สิ่งที่หม่อมฉันทำ คือการชี้ให้เห็นรอยรั่วในเรือนหลัง หาใช่การลบ
หลบลู่พระเกียรติไม่"
"สามหาว!" เฟยหลงแค่นพระsuraเสียงลอดพระโอษฐ์ พระองค์ก้าวเข้ามาประชิดจนร่างสูงใหญ่ทอดเงาทาบทับร่างระหงของนางจนมิด พระวรกายกำยำในฉลองพระองค์ชุดคลุมขนจิ้งจอกสีดำสนิทแผ่ไอความหนาวเหน็บออกมาวูบหนึ่ง ทว่าในวินาทีต่อมา พระเนตรคมกลับต้องชะงักกงเมื่อทอดพระเนตรเห็นความผิดปกติบนดวงพักตร์หวานล้ำที่มักจะซ่อนความเยือกเย็นไว้เสมอ
เปลือกตาบางปิดสนิทลงชั่วพริบตา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรพระsuraของนาง ริมฝีปากที่เคยมีสีเลือดฝาดกลับซีดเผือดลงจนน่าใจหาย ปลายนิ้วที่เคยจับพู่กันมั่นคงกลับสั่นระริกจนหมึกหยดเปรอะเปื้อนกระดาษสำคัญ
โรคเก่ากำเริบอีกแล้ว... พิษกู่ในกายที่นางต้องแบกรับแทนมารดาตั้งแต่เยาว์วัย มักจะแสดงอาการอย่างรุนแรงทุกครั้งที่อุณหภูมิลดต่ำลงฉับพลันเช่นนี้
"เหมยฟาง"
น้ำเสียงดุดันเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นความตระหนกแกมร้อนรน เฟยหลงลืมสิ้นซึ่งฐิติและข้อกังขาทางการเมือง พระองค์คว้าข้อมือเรียวบางนั้นไว้ทันที ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วของนางทำให้พระองค์ทรงนิ่วพระพักตร์ด้วยความเจ็บปวดลึกๆ ในอก
"ปล่อย... หม่อมฉันไหวเพคะ" นางฝืนเค้นเสียงกล่าว ดวงตาคู่สวยปรือขึ้นมองพระองค์อย่างยากลำบาก ลมหายใจเริ่มติดขัด ร่างบางเซถลาจนเกือบจะล้มพับลงไปกองกับพื้น หากไม่เพราะท่อนแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กของฉีอ๋องเข้าโอบประคองรับเอวคอดกิ่วของนางไว้ได้ทันท่วงที
อ้อมพระกรของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในชายแดนทิศเหนือ ในยามนี้กลับกลายเป็นเบาะรองรับความเปราะบางของสตรีในดวงใจอย่างทะนุถนอม ร่างทั้งสองแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวแตกต่างกัน—ดวงหนึ่งเต้นด้วยความเร่าร้อนดุดัน อีกดวงหนึ่งอ่อนแรงและโรยริน
เฟยหลงไม่ตรัสสิ่งใดอีก พระองค์ช้อนร่างบางขึ้นแนบอกด้วยความเด็ดเดี่ยว ก้าวฉับๆ ไปยังแท่นบรรทมบุรุษที่ตั้งอยู่มุมห้อง ซึ่งมีผ้าห่มนวมหนานุ่มปูรองรับไว้แล้ว พระองค์ค่อยๆ วางร่างของเหมยฟางลงอย่างระมัดระวังราวกับนางทำด้วยแก้วผลึกอันเปราะบางที่สุดในใต้หล้า
"คนนอก... ห้ามเข้ามาเด็ดขาด!" เฟยหลงตรัสสั่งเสียงกร้าวออกไปนอกประตู เมื่อขันทีหน้าห้องทำท่าจะเคาะประตูลสอบถามความผิดปกติ สั่งการเสร็จ พระองค์ก็ทรงทรุดพระกายลงนั่งคุกเข่าข้างแท่นบรรทมทันที
ภายในห้องเงียบงันลงเหลือเพียงเสียงพายุคำรามกวาดผ่านหลังคาและเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของเหมยฟาง ความหนาวเหน็บระดับเยือกแข็งทำให้ริมฝีปากของนางเริ่มม่วงคล้ำ ร่างกายสั่นเทาด้วยความทรมานจากพิษร้ายที่แล่นริ้วไปตามเส้น
ชีพจร
เฟยหลงขบกรามแน่น ความโกรธแค้นต่อความโหดร้ายของโชคชะตาที่เล่นตลกกับสตรีตรงหน้าพุ่งพล่านขึ้นในอก พระองค์ไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะดึงร่างสั่นเทานั้นเข้ามากอดแนบพระaura ถ่ายทอดไออุ่นจากพระวรกายของนักรบผู้ผ่านสมรภูมิเลือดเข้าสู่ร่างของนางโดยตรง พระอังสา (ไหล่) กว้างโอบกอดแผ่นหลังบางไว้แน่น ประหนึ่งกำแพงหินผาที่จะปกป้องนางจากภัยพิบัติทั้งปวงในใต้หล้า
"อดทนหน่อย... เหมยฟาง" สร้อยพระsuraอ่อนโยนลงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบสิบปีของชีวิตท่านอ๋องไร้บัลลังก์ พระองค์ใช้พระหัตถ์ข้างหนึ่งโอบประคองท้ายทอยนางไว้ไม่ให้พับตกลงมา ส่วนอีกข้างปลดเข็มขัดฉลองพระองค์ออกเพื่อนำเสื้อคลุมขนสัตว์หนามาคลุมทับร่างนางไว้อีกชั้น
เหมยฟางซบพระพักตร์ลงกับแผงพระuraกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจางๆ ของสนป่า ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้ความหนาวเหน็บในกายบรรเทาลงทีละน้อย ทว่าหัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวยิ่งกว่าเดิม นางไม่เคยคิดเลยว่า... บุรุษผู้เหี้ยมเกียรติและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองเช่นฉีอ๋อง จะมีมุมที่อ่อนโยนและยอมลดตัวลงมาปรนนิบัตินางถึงเพียงนี้
"ท่านอ๋อง... ทำไม... เหตุใดต้องทรงทำถึงเพียงนี้เพคะ" นางเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาแทบกระซิบ นัยน์ตาคู่สวยช้อนขึ้นสบกับพระเนตรคมที่ทอดมองนางด้วยความลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง
"เพราะเจ้าคือหมากตาเดียว... ที่เราไม่มีวันยอมให้ใครแย่งชิงไปจากกระดานนี้เด็ดขาด" เฟยหลงตรัสตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจัง พระโอษฐ์หยักลึกโน้มลงกระซิบชิดใบหูขาวผ่องที่ขึ้นสีแดงเรื่อ "ไม่ว่าจะเป็นฮ่องเต้ในวังหลวง หรือความตาย... ก็ไม่มีสิทธิ์พรากเจ้าไปจากเราทั้งสิ้น"
ปลายนิ้วอุ่นของพระองค์ไล้เกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากมนของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ทะนุถนอมนั้นทำให้หัวใจที่ปิดตายของหลี่เหมยฟางสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดสายหนึ่งกำลังเติบโตขึ้นท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำภายนอก ทว่าในวินาทีที่ความอบอุ่นกำลังหลอมรวมหัวใจทั้งสองดวงเข้าด้วยกันนั้นเอง...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งด้วยจังหวะลับเฉพาะ ตามด้วยเสียงรายงานแหบพร่าขององครักษ์เงาที่แฝงตัวฝ่าพายุเข้ามา "ทูลท่านอ๋อง... มีม้าด่วนจากเมืองหลวงส่งถึงพระองค์... ตราประทับลับจากตำหนักในแจ้งว่า 'พระสนมเอกเจียง' สิ้นพระชนม์แล้วด้วยยาพิษ และ... พระองค์ทรงทิ้งพระsuraนามาภิไธยสุดท้ายไว้ว่า 'ระวังองค์หญิงแคว้นเหลียงผู้มาเยือน'"
เฟยหลงชะงักกง พระเนตรคมกริบหันขวับไปมองบานประตูทันที ในขณะที่เหมยฟางซึ่งซบอยู่บนพระuraพลันเบิกตากว้างอย่างตื่นตะลึง หิมะนอกหน้าต่างราวกับหยุดตกไปชั่วขณะเมื่อความจริงอันน่าสะพรึงกลัวถูกเปิดเผยขึ้นกลางดึกสงัด!
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นและดื่มด่ำไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางภัยอันตรายครั้งนี้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานของ "ดอกโบตั๋นพันปี" เสมอมาค่ะ
หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์•ตอนที่ 22
เมื่อหัวใจเริ่มหวั่นไหว
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!