หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์•ตอนที่ 21

ความหวาดระแวงที่ก่อตัว

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
"แผนการรุกคืบยึดหัวเมืองตะวันตกในสามวัน... เป็นหมากที่ท่านเร่งเดินเร็วเกินไปเพคะ ท่านอ๋อง" ซุ่มเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์ หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบราวกลีบเหมยของหลี่เหมยฟาง นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแผ่นกระดานหยกขาวที่โรยด้วยเม็ดหมากล้อมสีดำและขาวสลับซับซ้อน ปลายน้องนางเรียวยาวคีบหมากสีดำตัวสำคัญไว้มั่น ก่อนจะวางมันลงบนจุดอับสายตาอย่างแม่นยำ ไร้ความลังเลแม้แต่น้อย เฟยหลง หรือฉีอ๋องผู้ประทับอยู่เบื้องขวา ชะงักพระเนตรคมกลาบที่พญาอินทรีย์ยังต้องหลบเรញ พระองค์ทอดพระเนตรแผ่นกระดานตรงหน้าสลับกับดวงพักตร์นิ่งสงบของสตรีผู้เป็นทั้งกุนซือและสหายร่วมเป็นร่วมตายในค่ายทหารรกร้างแห่งนี้ กลิ่นอายดุดันเยือกเย็นของแม่ทัพผู้ผ่านศึกมานับร้อยสนามแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศรอบกาย จนเหล่าองครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมตำหนักต่างกลั้นหายใจ "ฟางเอ๋อร์..." พระสุรเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มในป่าลึกดังลอดพระโอษฐ์ "เจ้าก็รู้ว่าราชสำนักเมืองหลวงกำลังบีบเราเข้ามาทุกขณะ หากข้าไม่ชิงตัดหน้ายึดคลังเสบียงที่หัวเมืองตะวันตก กองทัพห้าหมื่นนายของข้าจะเอาอะไรยาไส้ในฤดูหนาวนี้" "เสบียงมีพอสำหรับสองเดือน... หากเรารัดเข็มขัดและเจรจากับพ่อค้าตระกูลสุนอย่างเงียบๆ" เหมยฟางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมกริบนั้น ดวงตาคู่คมของนางฉายแววระแวดระวังล้ำลึก "แต่สาส์นลับที่ท่านได้รับจากแม่ทัพมู่เมื่อยามโฉลกสามค่ำที่ผ่านมา ต่างหากเล่าเพคะ ที่ข้ากังขา... ท่านอ๋อง ทรงใช้ปัญญาไตร่ตรองดูให้ดีเถิด เหตุใดจู่ๆ สุนัขรับใช้ที่จงรักภักดีต่อฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมาตลอดชีวิตอย่างมู่หรง ถึงได้ส่งแผนที่ค่ายกลลับและเส้นทางลำเลียงเสบียงมาให้เราบนพานทองเช่นนี้เล่า?" ความเงียบงันเข้าปกคลุมตำหนักชั่วขณะ ราวกับเข็มสักเล่มตกพื้นก็ยังได้ยิน เสียงลมหายใจของฉีอ๋องสะดุดไปเล็กน้อย ก่อนที่พระองค์จะแย้มพระสรวลหยันที่มุมพระโอษฐ์ รอยยิ้มนั้นทั้งคมคายและอันตราย "เจ้ากำลังหวาดระแวงมู่หรง ว่าเขาเป็นสายให้ราชสำนัก?" "มิใช่แค่ระแวงเพคะ... แต่ข้า ‘มั่นใจ’ ว่านี่คือกับดัก" เหมยฟางวางหมากลงเสียงดังกระทบกระดานกังวานก้อง นางขยับกายเข้าใกล้โต๊ะไม้น้ำหอมเล็กน้อย โน้มตัวโน้มน้าวด้วยเหตุผลอันเฉียบคม "ลองคิดดูเถิดเพคะ หากท่านนำทัพบุกเข้าทางช่องเขาอูหลิงตามที่สาส์นลับระบุ กองกำลังซุ่มยิงของฝ่ายในย่อมปิดตายปากถ้ำ ทหารของเราจะกลายเป็นเต่าในไหทันที และข้อหา ‘กบฏลอบปล้นคลังหลวง’ ก็จะถูกตอกย้ำด้วยหลักฐานคาตา ใครเล่าจะช่วยท่านแก้ต่างได้?" ฉีอ๋องนิ่งงัน พระหัตถ์หนาที่กำจอกน้ำชาค้างไว้กลางอากาศ ทรงตระหนักดีว่าทุกคำที่สตรีตรงหน้ากล่าวมีน้ำหนักและเหตุผลรองรับอย่างยิ่งยวด นางไม่เคยตื่นตระหนกต่ออำนาจหรือฐานันดรศักดิ์ มีเพียงความเยือกเย็นและสายตาดุจเหยี่ยวที่มองทะลุปรุโปร่งถึงเกมการเมืองอันสกปรก "แต่ถ้าข้าไม่ไป... สัญญาหกหัวเมืองที่เคยให้ไว้กับกลุ่มพันธมิตรตระกูลใหญ่ก็จะโมฆะ ข้าจะกลายเป็นอ๋องไร้สัจจะในสายตาของขุนนางหัวเมือง และนั่นก็คือหนทางสู่ความตายเช่นกัน" ฉีอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงจนน่ากลัว พระองค์ทอดพระเนตรหญิงสาวด้วยแววตาซับซ้อน ความผูกพัน ความไว้วางใจ และความปรารถนาอันแรงกล้าหลอมรวมกันในห้วงอารมณ์นั้น "เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่มีทางเลือกอื่น ฟางเอ๋อร์" "ยังมีทางเลือกเพคะ..." เหมยฟางเอ่ยเสียงเบา ทว่าหนักแน่นดั่งหินผา นางเอื้อมมือเรียวไปแตะขอบจอกชาหยกที่ฉีอ๋องทรงถืออยู่ ปลายนิ้วเย็นเฉียบสัมผัสกับผิวอุ่นร้อนของพระหัตถ์แกร่งชั่วพริบตา "ให้ข้าปลอมตัวเป็นท่าน นำกองทัพทัพหน้าลวงไป ส่วนท่านซ่อนกำลังไว้ที่หุบเขาหมอกควัน หากมู่หรงคิดตลบหลัง เราจะได้ตลบหลังมันกลับเป็นสองเท่า" ฉีอ๋องทรงกริ้วขึ้นมาทันที พระเนตรเบิกกว้างด้วยความไม่พอใจ พระองค์ปัดจอกชาในพระหัตถ์ทิ้งลงพื้นแตกกระจาย น้ำชาสีอำพันนองเต็มพรมปักลายหงส์หรูหรา พระองค์กระชากพระกรของนางเข้ามาใกล้ด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ "เจ้าบ้าไปแล้วหรือหลี่เหมยฟาง! เจ้าคิดว่าข้าจะยอมเอาชีวิตเจ้าไปเสี่ยงแทนข้าอย่างนั้นหรือ? ข้าเป็นบุรุษ เป็นอ๋องผู้บัญชาการทหารราบ หากต้องให้สตรีที่ข้ารักมาตายแทนเพื่อเปิดทางรอด ข้ามิสู้เอาหัวซุกแผ่นดินตายเสียยังดีกว่า!" ความใกล้ชิดกะทันหันทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ดวงตาคู่คมของฉีอ๋องสบประสานกับดวงตาดำขลับที่ไร้ความหวาดกลัวของเหมยฟาง หัวใจของนางกระตุกวูบไปชั่วขณะกับคำว่า 'สตรีที่ข้ารัก' แม้ในสถานการณ์เป็นตายร้ายดีเช่นนี้ พระองค์ยังคงรักษาศักดิ์ศรีและความมั่นคงในความรู้สึกที่มีต่อนางไว้ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย ทว่า ก่อนที่เหมยฟางจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดเพื่อทัดทาน เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูด้านนอกตำหนักก็ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิด ตามด้วยเสียงรายงานด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์คนสนิท "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ฉีอ๋องทรงปล่อยพระกรของเหมยฟางอย่างไม่เต็มพระทัยนัก พระองค์หันไปตวาดกร้าว "มีเรื่องอันใดรีบร้อนนัก ถึงกล้าบุกรุกเข้ามาในยามวิกาล!" องครักษ์หนุ่มพุ่งตัวคุกเข่าลงกับพื้น เนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อและสายฝนภายนอก สีหน้าซีดเผือดราวกระดาษสา ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "ม้าเร็วด่วนจากเมืองหลวงแจ้งมาพ่ะย่ะค่ะ... ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการด่วนที่สุด... สั่งปลดท่านอ๋องออกจากตำแหน่งแม่ทัพชายแดน และ..." องครักษ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง "...และมีรับสั่งให้ประหารชีวิตบุตรสาวตระกูลหลี่... หลี่เหมยฟาง ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏทันที โดยไม่ต้องรอการไต่สวนพ่ะย่ะค่ะ!" สิ้นเสียงรายงาน แผ่นกระดานหมากรุกตรงหน้าทั้งสองพลันไร้ความหมาย ท่ามกลางสายตาที่ตื่นตะลึงและประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ลุกโชนขึ้นในพระเนตรของฉีอ๋อง ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ผู้ร่วมทางทุกท่านที่ติดตามกลยุทธ์รักอันล้ำลึกนี้ไปกับดอกโบตั๋นพันปีนะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%