กลิ่นไหม้เกรียมของคานไม้จันทน์หอมและคราบเขม่าควันสีนิลที่ม้วนตัวพวยพุ่งสู่ท้องฟ้ายามราตรี คือฉากทัศน์อันโหดร้ายที่ถูกถักทอขึ้นกลางตำหนักร้างบูรพาทิศ เปลวเพลิงสีชาดโหมกระหน่ำราวกับอสูรกายร้ายที่กำลังอ้าปากกลืนกินทุกสรรพสิ่ง เสียงลั่นเปรี๊ยะปร๊ะของไม้ที่ถูกไฟแผดเผาดังแข่งกับเสียงหัวเราะเยาะหยันของความตายที่คืบคลานเข้ามาทุกขณะ
*“เจ้าคิดว่า... คนอย่างเรา จะเดินเข้าสู่กองเพลิงมือเปล่าโดยไม่มีแผนสำรองงั้นหรือ?”*
ประโยคสุดท้ายของเฟยหลงยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของหลี่เหมยฟาง แม้ร่างระหงในชุดผ้าไหมปักลายโบตั๋นสีม่วงเข้มจะยืนอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ไกลนัก ทว่าหยาดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายขึ้นตามไรผมและฝ่ามือที่กำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อผ้าจนแน่น กลับเป็นเครื่องยืนยันความตื่นตระหนกที่นางพยายามสะกดกลั้นไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยดั่งแผ่นน้ำแข็งพันปี
นางรู้ดี... รู้ว่าบุรุษผู้นั้นพยศและดื้อรั้นเพียงใด เฟยหลงผู้กุมอำนาจกองทัพชายแดนประจิม ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด แม้ในยามที่ถูกต้อนจนมุมในเกมการเมืองอันโสมمของราชสำนัก เขาก็ยังเลือกที่จะใช้ชีวิตของตนเองเป็นเดิมพันเพื่อกระชากหน้ากากของพวกสุนัขจิ้งจอกเบื้องสูงออกมาให้หมดสิ้น
“องค์ชาย!” เสียงอุทานที่หลุดลอดจากเรียวปากสั่นระริกของนาง ไม่ใช่เสียงของสตรีอ่อนแอผู้รอคอยความช่วยเหลือ หากแต่เป็นเสียงคำรามจากจิตวิญญาณที่ถูกแผดเผาด้วยความห่วงหาอาทรอันล้ำลึก
เหมยฟางไม่ลังเลแม้แต่น้อย นางกระชากผ้าแพรเนื้อหนาชุบน้ำจากอ่างเก็บน้ำข้างทางขึ้นมาคลุมศีรษะและลำตัว ร่างเพรียวบางพุ่งทะยานฝ่าม่านควันหนาทึบและเปลวเพลิงที่กำลังแลบเลียเข้าสู่เขตแดนแห่งความตายเบื้องหน้าทันที ความร้อนระอุแผดเผาผิวแก้วจนแสบผิว แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับความร้อนรุ่มในอกที่กลัวว่าจะไปไม่ทันเวลา
ภายในตำหนักที่บัดนี้กลายเป็นเตาหลอมโลหะขนาดยักษ์ โครงสร้างไม้โบราณเริ่มทยอยพังทลายลงมาปิดกั้นเส้นทาง แสงสีส้มสว่างวาบสะท้อนกับดวงตากลมโตที่กวาดมองหาเป้าหมายอย่างบ้าคลั่ง
“เฟยหลง!”
นางตะโกนเรียกชื่อนั้นสุดเสียง ท่ามกลางเสียงคำรามของเปลวไฟที่ดังสนั่นหวั่นไหว ในที่สุดสายตาก็ปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคย ร่างของฉีอ๋องทรุดฮวบลงคุกเข่าอยู่เบื้องเสาไม้แกะสลักที่หักโค่นลงมาทับท่อนขาข้างหนึ่งเอาไว้ เลือดสีสดไหลซึมผ่านอาภรณ์สีเข้มตัดกับผิวซีดเซียว ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยคราบเขม่าควัน ทว่าดวงเนตรคมกริบคู่นั้นยังคงเปล่งประกายความดื้อรั้นและเย่อหยิ่งไม่เสื่อมคลาย
เมื่อได้ยินเสียงเรียกอันคุ้นเคย บุรุษผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อผู้ใดเงยหน้าขึ้นช้าๆ ริมฝีปากหยักลึกแย้มรอยยิ้มเยาะหยันตนเอง ทั้งๆ ที่ลมหายใจเริ่มติดขัด
“เจ้า... โง่เง่าจริงเหมยฟาง... เหตุใดจึงวิ่งเข้ามาหาความตายในนี้” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก ขณะที่มือหนาพยายามผลักท่อนไม้หนักอึ้งออกไปให้พ้นตัว แต่มันกลับไร้ผล แรงของเขาลดฮวบลงไปมากเนื่องจากสูญเสียเลือดและสูดควันพิษเข้าไปเป็นจำนวนมาก
เหมยฟางไม่ตอบคำถาม นางพุ่งเข้าไปประชิดตัวเขาทันที แรงทั้งหมดที่มีถูกงัดออกมาใช้ นางใช้ท่อนเหล็กยาวที่คว้าติดมือมาเป็นคานงัดงัดท่อนไม้ใหญ่ที่ทับขาของเขาไว้ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำแต่เด็ดเดี่ยว “หุบปากเสียเฟยหลง! ถ้าท่านตาย ข้าจะเผาตำหนักของท่านให้ราบคาบเป็นจุลเพื่อตามไปคิดบัญชีกับท่านในนรกแน่นอน!”
คำขู่ปนเสียงสะื้นนั้นทำให้ฉีอ๋องแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ แม้ในวินาทีเฉียดตาย เขากลับรู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นบางเบาที่ไหลบ่าเข้ามาในหัวใจที่ด้านชามานานปี สตรีผู้นี้... มีวิธีทำให้เขายอมจำนนเสมอโดยไม่ต้องใช้กำลังแม้แต่น้อย
*ครืน!*
เสียงคานหลังคาด้านบนลั่นสนั่นหวั่นไหว มันกำลังจะพังลงมาทับพวกเขาทั้งคู่ในอีกไม่ถึงลมหายใจ!
“ระวัง!” เฟยหลงคำรามลั่นด้วยสัญชาตญาณดิบแห่งนักรบ เขารวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย พลิกร่างเข้าโอบกอดร่างบางของเหมยฟางไว้แนบอก ปกป้องนางจากเศษไม้และหากเพลิงที่กำลังร่วงหล่นลงมาดั่งห่าฝน
แผ่นหลังกว้างของฉีอ๋องถูกเศษไม้ร้อนจัดกระแทกเข้าอย่างจังจนได้ยินเสียงเนื้อกระทบกับความรุนแรง ทว่าอ้อมแขนที่โอบกอดนางไว้กลับไม่มีทีท่าจะคลายออกแม้แต่น้อย ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ข้างใบหู พร้อมกับกลิ่นอายบุรุษที่ผสมผสานกับกลิ่นควันไฟและกลิ่นคาวเลือด
ในวินาทีที่ความมืดมิดและเปลวเพลิงกำลังจะกลืนกินทั้งสองคนลงไปในหลุมศพสีเพลิงนั้นเอง เหมยฟางก็ใช้มือข้างหนึ่งคว้าวัตถุบางอย่างออกจากแขนเสื้อ นางตวัดข้อมือซัดลูกธนูเหล็กกลไกพิเศษพุ่งทะยานแหวกม่านควันออกไปสู่หน้าต่างบานที่ยังไม่ถูกไฟไหม้
*ฉึก! เสียงเหล็กเกี่ยวลวดสลิงตึงเปรี๊ยะ!*
นี่คือแผนสำรองชั้นที่สามที่นางเตรียมไว้สำหรับสถานการณ์เลวร้ายที่สุด—ธนูสลิงนำวิถีประจำตระกูลหลี่
“เกาะข้าไว้ให้แน่น!” เหมยฟางตวาดสั่งเสียงกร้าว นางใช้แรงเหวี่ยงจากกลไกสลิงดึงรั้งร่างของตนเองและฉีอ๋องพุ่งทะยานทะลุกรอบหน้าต่างออกสู่เบื้องนอก ท่ามกลางม่านราตรีและสายลมเย็นยะเยือกที่พัดกระโชก
ร่างทั้งสองร่างร่วงหล่นลงสู่พื้นหญ้านอกตำหนักอย่างทุลักทุเล เหมยฟางใช้ร่างกายของตนเองเป็นเบาะรองรับแรงกระแทกให้กับฉีอ๋อง แม้ความเจ็บปวดจะแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย แต่นางก็รีบดีดตัวลุกขึ้นตรวจสอบอาการของบุรุษเบื้องล่างทันที
“เฟยหลง! เฟยหลง ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”
ดวงตากลมโตสำรวจร่องรอยบาดแผลทั่วร่างของเขา ลมหายใจของฉีอ๋องแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ดวงตาคมกริบปรือปรอยลงอย่างน่าใจหาย พิษจากควันไฟและบาดแผลฉกรรจ์ที่ขาเริ่มออกฤทธิ์อย่างรุนแรง ทว่าก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลงริมฝีปากหนากลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย มือหนาเอื้อมขึ้นแตะแก้วนเนียนนุ่มที่มีคราบเขม่าเปรอะเปื้อนอย่างแผ่วเบา
“ข้า... รอดตายเพราะสตรีอีกแล้วกระมัง...” เขาเอ่ยเสียงกระซิบ
เหมยฟางน้ำตาคลอเบ้า แต่นางยังไม่ทันได้โล่งอก เสียงฝีเท้าจำนวนนับไม่ถ้วนพร้อมกับแสงคบเพลิงสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งสองคนไว้จากทุกสารทิศ
“จับตัวกบฏฉีอ๋องไว้! และฆ่าคนทรยศที่บังอาจบุกรุกตำหนักหลวงเสีย!”
เสียงตะโกนก้องด้วยความเหี้ยมเกรียมของมหาขันทีคนสนิทแห่งตำหนักในดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างขององครักษ์เสื้อแพรนับร้อยชีวิตที่ชักดาบออกจากฝักสะท้อนแสงจันทร์วาววับ ปิดตายทุกเส้นทางหนี
เหมยฟางตื่นตระหนก นางรีบพยุงร่างของฉีอ๋องขึ้นซ่อนไว้ด้านหลัง พร้อมกับก้าวออกไปเผชิญหน้ากับกองกำลังนับร้อยด้วยมือเปล่า ทว่าในจังหวะที่คมดาบเล่มแรกกำลังจะพุ่งเข้าประชิดลำคอระหงของนางนั้นเอง
เสียงสะบัดแส้หนังม้าดังฟาดอากาศจนเฉียบขาด ตามมาด้วยเสียงกัมปนาทของม้าศึกนับพันตัวที่ควบตะบึงเข้ามาเหยียบย่ำพื้นดินจนสะเทือนเลื่อนลั่น
“บังอาจ! ใครกล้าแตะต้องชายาและน้องชายของเรา!”
เสียงทรงอำนาจอันเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับธงรบประจำกองทัพพยัคฆ์ประจิมที่โบกสะบัดอยู่เบื้องหน้า และบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งราชสำนักที่ก้าวลงจากหลังม้าสีหมอกด้วยแววตาดุดันราวมัจจุราช
ดอกโบตั๋นพันปีขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านวินาทีเฉียดตายนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์•ตอนที่ 24
วินาทีเฉียดตาย
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!