หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์•ตอนที่ 7

รัตติกาลไร้จันทร์

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและคราบเลือดสดๆ คละคลุ้งปะปนอยู่ในความมืดมิดของเรือนพักรับรอง หลี่เหมยฟางไม่แม้แต่จะกะพริบตา แม้ว่าปลายคมดาบอาบยาพิษจะห่างจากลำคอระหงของนางเพียงแค่เสี้ยวชốn ความเย็นยะเยือกของเหล็กกล้าแทรกซึมผ่านผิวเนื้อ แต่นางกลับรักษาสีหน้าเรียบเฉยราวน้ำในบึงใหญ่ไร้คลื่นลม ปลายนิ้วเรียวเล็กยังคงซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้าง กำแผ่นป้ายหยกประจำตระกูลไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับภูตผีดังขึ้นที่นอกหน้าต่างกระดาษสา ร่างเงาหนึ่งพุ่งวาบเข้ามาพร้อมกับประกายแสงวาวโรจน์ของใบมีด เป้าหมายไม่ใช่สิ่งใดอื่น นอกจากปลิดชีพสตรีผู้กุมความลับของบัญชีลับกองทัพพยัคฆ์บูรพา "ช้าไป" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทที่พุ่งทะยานตัดผ่านแสงจันทร์ เงาดาบสะท้อนวาบวับเพียงชั่วพริบตาเดียว ก่อนที่ร่างของผู้ลอบสังหารจะทรุดฮวบลงแทบเท้าโดยไม่มีแม้แต่โอกาสได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิต ฉีอ๋อง—เฟยหลง เก็บกระบี่เข้าฝักด้วยความรวดเร็วไร้เสียง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองไปรอบห้องพัก ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ดวงหน้าหวานหยาดเยิ้มแต่เย็นชาของสตรีตรงหน้า "เจ้ายังใจกล้าเช่นเคยนะ เหมยฟาง" สุ้มเสียงของเขาเจือแววเย้าหยอกแต่หนักแน่นในที ขณะยื่นมือหนาออกไปปัดเศษผงไม้ที่ร่วงหล่นบนไหล่บางของนางอย่างถือวิสาสะ "รู้ตัวหรือไม่ว่าหากข้ามาช้ากว่านี้อีกก้านธูปเดียว ร่างของเจ้าคงกลายเป็นอาหารสุนัขป่าไปแล้ว" เหมยฟางเบี่ยงตัวหลบสัมผัสอบอุ่นนั้นอย่างแนบเนียน นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยาะหยัน "หม่อมฉันหาได้ร้องขอความช่วยเหลือจากท่านอ๋องไม่... อีกอย่าง ต่อให้ไม่มีพระองค์ ลูกธนูและคมดาบพวกนั้นก็มิอาจทำอันตรายคนที่มีแผนสำรองไว้ถึงสามชั้นเช่นหม่อมฉันได้หรอกเพคะ" เฟยหลงหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มนั้นสั่นสะเทือนอยู่ในอกกว้างอย่างอารมณ์ดี เขาก้าวเข้ามาประชิดจนกลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นคาวเลือดเจือจางล้อมกรอบร่างนางไว้จนแทบไม่มีช่องว่าง "อวดดีนักนะ... แผนสำรองของเจ้าคือการเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อล่อให้งูออกจากรูอย่างนั้นหรือ? ช่างเป็นวิธีคิดที่สมเป็นบุตรีตระกูลหลี่เสียจริง กล้าหาญจนน่าตีให้ตายนัก" "ถ้าหม่อมฉันไม่ทำเช่นนี้ งูพิษในวังหลวงย่อมไม่ยอมเผยหางออกมาให้เห็นจะๆ เพคะ" เหมยฟางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวเร็วจนแทบหลุดออกมาจากXรวงอกยามที่ได้กลิ่นกายบุรุษที่ใกล้ชิดเพียงนี้ "อีกอย่าง... การที่ท่านอ๋องทรงเสด็จมาอารักขาถึงเรือนพักส่วนตัวยามวิกาลเช่นนี้ หากมีผู้ใดพบเห็น เกรงว่าชื่อเสียงของหม่อมฉันคงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี" "ให้มันป่นปี้ไปสิ ข้าไม่สน" เฟยหลงโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มเนียนนุ่ม สุ้มเสียงเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วเบา ทว่าทรงพลังอำนาจจนทำให้ลมหายใจของนางสะดุด "ต่อให้คนทั้งใต้หล้าประณามหยามเหยียดเจ้า แต่ถ้าข้าบอกว่าเจ้าคือสตรีเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่ในใจของข้า ใครหน้าไหนกล้าแตะต้องเจ้า... ข้าจะถอนรากถอนโคนมันให้สิ้นซาก" บรรยากาศภายในห้องพลنينเงียบงัดลงทันที มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกับเสียงลมราตรีที่พัดผ่านช่องหน้าต่าง สายตาของทั้งสองประสานกันลึกซึ้งราวกับมีแรงดึงดูดไร้รูปร่างดึงรั้งเข้าหากัน ความรู้สึกรักมั่นคงดั่งหินผาและเล่ห์กลทางการเมืองผสมปนเปกันจนแยกไม่ออกว่าสิ่งใดคือความจริง สิ่งใดคือภาพลวงตา ทว่า ในวินาทีที่ความอบอุ่นกำลังโอบล้อมหัวใจของหญิงสาว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่ลานเรือนด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องของขันทีหลวง "ใต้เท้า! มีรายงานว่าพบผู้บุกรุกในเรือนพักของของคุณหนูหลี่ รีบพังประตูเข้าไปตรวจสอบเร็วเข้า!" เฟยหลงขมวดคิ้วมุ่น ประกายตาดุดันวาบขึ้นอีกครั้ง เขารีบผละออกจากร่างบางอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคว้าป้ายหยกสีทองสลักลายพยัคฆ์ยื่นใส่มือของเหมยฟาง "เก็บมันไว้" เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "หากพวกมันเข้ามาถาม หาว่าเจ้าเป็นคนจัดการโจรป่าพวกนี้ด้วยตนเองเพื่อปกป้องตัว... จำไว้ว่า อย่าปริปากเรื่องที่ข้าอยู่ที่นี่เด็ดขาด" พูดจบ ร่างสูงก็ทะยานหายไปทางหน้าต่างอย่างไร้ร่องรอย ราวกับสายลมที่พัดผ่านไปเมื่อครู่ไม่มีอยู่จริง ประถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี แสงคบเพลิงสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาจนเหมยฟางต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย นางสูดลมหายใจเข้าลึก3เพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยไร้ความรู้สึกดังเดิม ก่อนจะก้าวเท้าเดินข้ามศพของผู้ลอบสังหารไปเผชิญหน้ากับเหล่าทหารและขันทีที่กรูเข้ามาด้วยท่าทีสง่างามราวกับพญาหงส์ ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปากอ้างความชอบในการป้องกันตัว สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดของกลุ่มทหาร—บุรุษในชุดขุนนางชั้นสูงผู้สวมหน้ากากเงินครึ่งซีกกำลังส่งยิ้มเย็นเยียบให้รอดผ่านแสงไฟ และสิ่งที่อยู่บนมือของเขาก็คือ... พัดหยกขาวสลักลายดอกบัวเพลิง ซึ่งเป็นของกำนัลชิ้นเดียวที่เฟยหลงเคยสลักให้Vนางกับมือเมื่อสามปีก่อน! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและร่วมลุ้นระทึกไปกับเล่ห์กลและหัวใจของพวกเขานะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%