หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์•ตอนที่ 6

กลิ่นอายความลวง

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายความลวง “หากท่านอ๋องยังทรงใช้สายพระเนตรคู่นั้นพิจารณาหม่อมฉันราวกับสุนัขล่าเนื้อที่รอคำสั่ง เกรงว่าพัดหยกสลักลายโบตั๋นในมือหม่อมฉัน... คงต้องสละชีพเพื่อปกป้องเจ้าของเร็วกว่ากำหนดเพคะ” เสียงหวานทุ้มที่ราบเรียบราวน้ำในบึงใหญ่สะท้อนก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องหนังสือบูรพา แสงจากคบเพลิงน้ำมันหอมจันทร์ไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลัก หลี่เหมยฟางหาได้สะท้านสะเทือนต่อบรรยากาศกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเข้มของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่า ‘ฉีอ๋อง’ เฟยหลง นางยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดงตัวเดิม ท่าทีสงบเสงี่ยมแต่องอาจ แขนเสื้อกว้างถูกรวบขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นข้อมือขาวผ่องราวน้ำหยก ขณะที่ปลายนิ้วเรียวเรียงรายแตะลงบนตำราพิชัยสงครามเล่มเก่าคร่ำคร่า นางไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาคมปลาบดุจพญาอินทรีที่จ้องมองมา ทว่ากลับเงยหน้าขึ้นสบประสานนัยน์ตากับเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว เฟยหลงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ—ต่ำทุ้ม ดุดัน และเต็มไปด้วยความระแวงสงสัยที่สะสมมาแรมปี “สามห้าว! เจ้าเป็นเพียงสตรีตกอับผู้หนึ่งที่ถูกส่งมาเป็นตัวประกันแลกเปลี่ยนอำนาจในตำหนักอ๋องไร้บัลลังก์เช่นข้า มีสิทธิ์อันใดมาต่อรองสายตาและการประเมินของข้า” ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะไม้ น้ำหนักฝ่าเท้าที่มั่นคงและทรงพลังทำให้พื้นเรือนไม้สักส่งเสียงลั่นเบาๆ เฟยหลงโน้มตัวลงต่ำ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่คืบ จนเหมยฟางสามารถสัมผัสได้ถึงไออุ่นระอุและกลิ่นอายสนeผสมกลิ่นเหล้าหมักจางๆ จากตัวเขา แต่นางไม่ถอยหลังแม้แต่ครึ่งนิ้ว “สิทธิ์ของหม่อมฉันรึเพคะ?” เหมยฟางระบายยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คล้ายดอกไม้พิษที่แย้มกลีบในยามราตรี “คือสิทธิ์ในการมีชีวิตรอด และสิทธิ์ในการชี้ให้ท่านอ๋องเห็นว่า... ใต้ฝ่าบาทผู้ยิ่งใหญ่ที่ประทับ ณ เมืองหลวง กำลังส่ง ‘เงา’ ชนิดใดมาคอยแทรกแซงค่ายทหารอุดรของท่านอย่างไรเล่าเพคะ” ดวงตาของเฟยหลงหรี่แคบลงทันที รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกรอบกายราวกับคลื่นกระแทก “เจ้าหมายความว่าอย่างไร” “หม่อมฉันหมายความว่า...” เหมยฟางหมุนปลายนิ้วบนสันหนังสือช้าๆ ราวกับกำลังพลิกหน้าประวัติศาสตร์ “สาส์นลับที่ท่านได้รับจากแม่ทัพอวี้เมื่อยามโพล้เพล้ ไม่ได้มีเนื้อหาเรื่องการส่งเสบียงล่าช้าอย่างที่ท่านกำลังวิตกกังวลหรอกเพคะ... แต่เป็นจดหมายเตือนภัยว่า ‘สุนัขรับใช้’ ที่ท่านส่งไปสืบราชการลับในจวนสกุลอวี้ บัดนี้ถูกซื้อตัวด้วยทองคำแปดร้อยตำลึง และหัวของมันกำลังเดินทางมาถึงชายแดนในหีบไม้จันทน์หอม... ใช่หรือไม่เพคะ?” สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงัดงันดุจป่าช้าก็เข้าปกคลุมห้องหนังสือทันที เฟยหลงชะงักงัน ลมหายใจของบุรุษผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนสะดุดไปเสี้ยววินาที นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่มันเพียงพอที่จะยืนยันสมมติฐานของสตรีตรงหน้า สาส์นลับฉบับนั้นเพิ่งถูกส่งถึงมือเขาเมื่อหนึ่งเค่อก่อน (สิบห้านาที) ผ่านม้าเร็วร้อยลี้ ประทับตราลับของกองทัพอุดรสามชั้น และเขาเก็บมันไว้ในอกเสื้อด้านในโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้แม้แต่เงาของตนเอง! “เจ้า...” เสียงของเฟยหลงแหบพร่าและทรงพลัง เต็มไปด้วยความตื่นตะลึงที่ถูกกดทับด้วยสัญชาตญาณนักฆ่า “เจ้าแอบดูสาส์นของข้าตั้งแต่เมื่อไหร่? หรือว่าสายลับของอวี้จงtian ส่งข่าวให้เจ้าก่อน?!” “ท่านอ๋องทรงประเมินหม่อมฉันต่ำไปอีกแล้วนะเพคะ” เหมยฟางลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของนางเมื่อยืนตรงนั้นอยู่ในระดับไหล่ของเขาพอดี ความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากกิริยาอาการทุกกระเบียดนิ้ว “หม่อมฉันไม่จำเป็นต้องแอบดูสาส์น หรือคบหากับสายลับผู้ใดทั้งสิ้น... เพียงแค่ทอดพระเนตรสีพระพักตร์ยามที่ท่านก้าวเข้ามาเมื่อครู่ เส้นเลือดขมับด้านขวาที่เต้นตุบด้วยความโกรธ สันจมูกที่ย่นเข้าหาGกันเล็กน้อยยามเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอน และกลิ่นอายความหวาดระแวงที่ท่านพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่ง... สิ่งเหล่านี้ล้วนบอกเล่าเรื่องราวกระจ่างแจ้งยิ่งกว่าตัวอักษรบนกระดาษสาเสียอีก” เฟยหลงนิ่งงัด สรรพสำเนียงรอบกายคล้ายหยุดนิ่ง เขามองลึกเข้าไปในดวงตาดำขลับคู่นั้น ดวงตาที่สงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึก แต่กลับสะท้อนเงาของเขาได้อย่างชัดเจน... มันไม่ใช่แค่การคาดเดาจากสีหน้า ทว่ามันคือ ‘ความสามารถในการอ่านจิตใจและท่าทีของมนุษย์’ อย่างทะลุปรุโปร่ง ชนิดที่แม้แต่กุนซือเฒ่าผู้ติดตามเขามาสิบปียังต้องใช้เวลาแรมเดือนในการวิเคราะห์ แต่นาง... ใช้เวลาเพียงชั่วลมหายใจเดียว! “เจ้าอ่านใจคน... ได้กระนั้นหรือ?” เฟยหลงเอ่ยถาม เสียงนั้นต่ำทุ้มและจริงจังอย่างยิ่ง ไม่มีแววเยาะหยันหลงเหลืออยู่เลย “หม่อมฉันไม่ได้มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อันใดเพคะ” เหมยฟางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างสุภาพ รักษาระยะห่างที่เหมาะสม ทว่าสายตายังคงมั่นคง “เพียงแต่ในโลกที่ทุกคนต่างสวมหน้ากากเข้าหากัน ผู้ที่ฝึกฝนตนเองจนถึงขีดสุด ย่อมมองเห็นรอยปริร้าวบนหน้ากากนั้นได้ง่ายดาย... และหม่อมฉัน ก็เก่งกาจเรื่องการมองหารอยปริร้าวเสียด้วย” ความตึงเครียดในห้องเปลี่ยนผ่านเป็นความระแวงแกมทึ่ง เฟยหลงจ้องมองสตรีตรงหน้าอย่างพิจารณาใหม่ ตั้งแต่นางก้าวเข้าสู่ตำหนักอ๋องแห่งนี้ในฐานะหมากตัวหนึ่งที่ฮ่องเต้ส่งมาเพื่อคานอำนาจ เขาคิดมาตลอดว่านางเป็นเพียงดอกไม้บอบบางที่รอวันเหี่ยวเฉา ทว่ายามนี้... ดอกไม้ดอกนี้กลับมีหนามแหลมคมที่อาบยาพิษ ซึ่งพร้อมจะแทงทะลุหัวใจของคนที่ประเมินนางต่ำไปได้ทุกเมื่อ “หากเจ้ามีความสามารถถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงยอมก้มหัวให้ตระกูลหลี่ถูกขับไล่ และยอมมาเป็นหมากให้ข้าเหยียบย่ำในตำหนักนี้เล่า?” เฟยหลงหรี่ตาลง ถามคำถามที่บาดลึกถึงรากเหง้า เหมยฟางนิ่งไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มเยдяเยือกผุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ได้ “เพราะหม่อมฉันไม่ได้มาเพื่อเป็น ‘หมาก’ ให้ผู้ใดเหยียบย่ำเพคะท่านอ๋อง...” นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างท้าทาย ประกายไฟแห่งความทะเยอทะยานและสติปัญญาปะทุขึ้นในนัยน์ตาทั้งสองข้าง “...แต่หม่อมฉันมา เพื่อถือกระดานนี้ร่วมกับท่านต่างหากเพคะ” คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของฉีอ๋อง เฟยหลงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชาจากการทรยศหักหลังและการเมืองในราชสำนักมาเนิ่นนาน กลับกระตุกวาบขึ้นมาอย่างรุนแรง ก่อนที่บุรุษหนุ่มจะทันได้เอื้อnวาจาใดโต้ตอบ เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูรัวเร็วจากด้านนอกก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ *“ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ!”* เสียงขององครักษ์เอกดังลอดเข้ามาด้วยความตระหนก “มี... มีพระราชโองการด่วนจากเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ! ม้าเร็วหลวงนำมาส่งถึงหน้าประตูตำหนักแล้ว!” เฟยหลงขมวดคิ้วมุ่น ละสายตาจากเหมยฟางชั่วขณะเพื่อหันไปมองประตูห้อง ทว่าสตรีเจ้าปัญหากลับยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มลึกล้ำเสียแล้ว “ดูเหมือนว่า... หมากตานี้กำลังจะเดินเร็วกว่าที่เราคาดไว้นะเพคะท่านอ๋อง” เหมยฟางกระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงของนางเจือไปด้วยความระทึกใจที่ยากจะปิด เฟยหลงหันกลับมามองนาง แววตาคมกริบฉายประกายอันตราย เขายื่นมือหนาออกไปผลักบานประตูห้องหนังสือให้เปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างขององครักษ์ที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับหีบไม้ประทับตรามังกรทองคำที่ส่งกลิ่นอายคาวเลือดโชยออกมาจากรอยต่อของฝาหีบ และเมื่อเฟยหลงเอื้อมมือไปเปิดฝาหีบออก— ดวงตาของแม่ทัพผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในใต้หล้า กลับต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อสิ่งที่นอนนิ่งอยู่ภายในหีบนั้น หาใช่เพียงแค่หัวของสายลับอย่างที่เหมยฟางลั่นวาจาไว้... แต่กลับเป็น *‘หยกประจำตัว’* ของอนุส2ตรีย์คนโปรดที่เขาเพิ่งส่งไปสืบราชการลับในวังหลวงเมื่อสามวันก่อน พร้อมกับกระดาษเขียนด้วยโลหิตสดๆ ที่จารึกข้อความสั้นๆ เอาไว้ว่า— *“ก้าวต่อไป... คือหัวใจของท่านอ๋อง”* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกลิ่นอายความลวงนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%