หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์•ตอนที่ 5

แผนซ้อนแผนที่เรือนพัก

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
"ความกตัญญูเป็นรากฐานของแผ่นดิน แต่ตระกูลหลี่ของเจ้า กลับดูเหมือนจะหลงลืมรากเหง้านั้นไปเสียแล้วกระมัง เหมยฟาง" น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจและกดดันจนบรรยากาศภายในเรือนพักรับรองตระกูลหลี่แทบหยุดนิ่ง ประโยคนี้ไม่ได้มาจากปากของขุนนางผู้ใด หากแต่เป็นวาจาจากองค์ไทเฮาผู้กุมอำนาจหลังม่านมุกแห่งราชสำนัก พระองค์เสด็จมาเยือนถึงเรือนพักส่วนตัวของนางในยามวิกาลเช่นนี้ หาใช่การเยี่ยมเยียนอันอบอุ่นของญาติผู้ใหญ่ หากแต่เป็นการกดดันด้วยอำนาจเด็ดขาด เพื่อบีบให้ตระกูลหลี่จำนนต่อราช بطانة (กลุ่มอำนาจเดิม) ของพระองค์ หลี่เหมยฟางคุกเข่าลงช้าๆ ท่วงท่าการเคลื่อนไหวสง่างามราวกับรำแพน นางไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ปลายเส้นผมสีดำสนิททิ้งตัวลงคลอเคลียกับลำคอระหง ภายใต้ชุดกระโปรงปักลายดอกโบตั๋นสีม่วงเข้ม หัวใจของนางเต้นเป็นจังหวะมั่นคง ดั่งหมากกระดานที่ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วหลายตา "หม่อมฉันและตระกูลหลี่ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของไทเฮาเสมอมาเพคะ..." เหมยฟางเอ่ยตอบ น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ระคนความนอบน้อมที่พอเหมาะพอควร ดวงตากลมโตคู่คมเงยขึ้นสบพระพักตร์ของสตรีผู้ทรงอำนาจที่สุดในวังหลังอย่างไม่หลบเลี่ยง "เพียงแต่... กฎเกณฑ์บ้านเมืองและสัจจะวาจา เป็นสิ่งที่บุรุษและสตรีตระกูลหลี่ถือ  ปฏิบัติยิ่งชีพ การจะให้พวกเราหันหลังให้ความถูกต้อง เพื่อแลกกับการปกป้องตระกูล เกรงว่าจะทำให้บรรพชนตระกูลหลี่ต้องหลั่งน้ำตาในสุสานเพคะ" ไทเฮาทรงพระสรวลเบาๆ ในลำพระโอษฐ์ รอยยิ้มนั้นเคลือบยาพิษอย่างยิ่ง พระองค์ทรงก้าวพระบาทเข้ามาใกล้ สัมผัสเย็นเยียบของเครื่องทรงทองคำและหยกแท้สะท้อนกับแสงตะเกียงวับแวม "ปากกล้า นักหนานะ..." ไทเฮาทรงยื่นพระหัตถ์เรียวยาวประดับด้วยปลอกเล็บทองคำเชิดคางของหญิงสาวขึ้นบังคับให้เงยหน้าสบตา "เจ้าคิดว่ามีฉีอ๋องหนุนหลังอยู่ แล้วข้าจะทำอะไรพวกเจ้าไม่ได้อย่างนั้นหรือ? เฟยหลงมันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกเนรเทศออกไปนอกด่าน การที่มันแอบลักลอบกลับมาเมืองหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาต นั่นคือโทษประหารสถานเดียว!" ในจังหวะนั้นเอง ประตูเรือนพักก็ถูกผลักออกด้วยแรงมหาศาล ลมหนาวพัดกรูเกรียวเข้ามาจนเปลวไฟในตะเกียงไหววูบ ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมฆาเงินก้าวเข้ามาอย่างองอาจ กลิ่นอายสนามรบและกลิ่นอายความตายแผ่ซ่านกดดันจนขันทีและนางกำนัลที่ติดตามไทเฮาถึงกับทรุดฮวบลงด้วยความหวาดกลัว ฉีอ๋อง (เฟยหลง) ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าไทเฮา ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองผู้มีศักดิ์เป็นมารดาแผ่นดินด้วยแววตาไร้ซึ่งความเคารพยำเกรง "พ่ะย่ะค่ะ... กระหม่อมกลับมาแล้ว ไทเฮายังทรงจำได้หรือไม่ว่า ใครกันแน่ที่เป็นผู้ถวายบัลลังก์นี้ให้เสด็จพี่ของท่าน?" สุเสียงทุ้มต่ำดุดันราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังสะท้อนก้องเรือนพัก ไทเฮาทรงชะงัก พระพักตร์เผือดสีลงเล็กน้อยยามเมื่อเผชิญหน้ากับบุตรชายผู้โหดเหี้ยมและกุมกองทัพในมือ ทว่าพระองค์ยังคงรักษาท่าทีเย่อหยิ่งเอาไว้ได้ "เฟยหลง! เจ้ากล้าสามหามต่อหน้าข้าหรือ!" "กระหม่อมเพียงแต่มาทวงความยุติธรรมให้พระชายาในอนาคตของกระหม่อมก็เท่านั้น" เฟยหลงก้าวเข้าไปประชิด ปลายเท้าหยุดยืนเคียงข้างร่างของหลี่เหมยฟางที่ยังคงคุกเข่าอยู่ มือหนายื่นลงมาฉุดดึงข้อมือเรียวบางของนางให้ลุกขึ้นยืนเคียงข้างตนอย่างอุกอาจ การกระทำนี้ท้าทายพระราชอำนาจอย่างโจ่งแจ้ง เหมยฟางเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม หัวใจที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งกลับไหววูบด้วยความรู้สึกประหลาด เคมีระหว่างคนทั้งสองพวยพุ่งขึ้นราวกับไฟกับน้ำมัน ท่ามกลางสถานการณ์อันตึงเครียดถึงขีดสุดนี้ ไทเฮาทรงพระดำเนินถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีพระพักตร์บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "ดี... ดีมาก!" ไทเฮากัดพระdantแน่น ตรัสด้วยพระสุรเสียงสั่นเครือ "ในเมื่อพวกเจ้าสองคนเลือกทางนี้ ก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย!" ทันใดนั้น ไทเฮาก็ทรงตบพระหัตถ์เบาๆ สัญญาณลับถูกส่งออกไป ขันทีคนสนิทรีบก้าวเข้ามาพร้อมกับถาดไม้รองจอกสุราสีทองคำส่องประกายวาววับ กลิ่นหอมหวานประหลาดลอยคละคลุ้งออกมาจากจอกนั้น เป็นกลิ่นหอมของดอกอวี้หลันที่เจือด้วยพิษสลายจิต—พิษร้ายแรงที่หากดื่มเข้าไปเพียงหยดเดียว จะสิ้นใจภายในสามลมหายใจโดยไม่ทันได้ร่ำลา "ดื่มจอกนี้เสีย แล้วข้าจะไว้ชีวิตคนในตระกูลหลี่ทั้งหมด..." ไทเฮายิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ ทรงทอดพระเนตรมองจอกสุราพิษสลับกับใบหน้าของหลี่เหมยฟาง เฟยหลงแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยียบเย็น มือข้างหนึ่งดึงร่างบางของเหมยฟางเข้ามาซ่อนไว้เบื้องหลังแผ่นอกกว้างอย่างปกป้อง อีกมือหนึ่งยื่นออกไปคว้าจอกสุราทองคำนั้นขึ้นมาถือไว้ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับมันเป็นเพียงจอกน้ำชาธรรมดา เหมยฟางเบิกตากว้างเล็กน้อย นางเอื้อมมือไปแตะปลายแขนเสื้อของเขาเพื่อส่งสัญญาณเตือน ทว่าฉีอ๋องกลับบีบมือของนางกลับเบาๆ เป็นเชิงบอกให้วางใจ "หม่อมฉันหาได้โง่เขลาพอที่จะดื่มสุราพิษที่เสด็จแม่ประทานให้..." เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งคมดาบที่พร้อมปลิดชีพ "แต่ถ้าไทเฮาทรงโปรด... กระหม่อมมี 'ของขวัญ' อีกชิ้นหนึ่งที่อยากจะให้พระองค์ทอดพระเนตรก่อนที่ราชโองการลับฉบับใหม่จะถูกเปิดอ่านในท้องพระโรงยามรุ่งสาง" สิ้นคำพูดนั้น เฟยหลงก็สะบัดมือ โยนจอกสุราพิษทิ้งลงพื้นจนแตกกระจาย ของเหลวสีเข้มกัดกร่อนพื้นไม้ส่งเสียงดังฟู่ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ขันทีผู้ถาดสุราล้มพับลงหมดสติทันทีเพราะสูดดมไอพิษเข้าไป ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเกราะกระทบกันนับร้อยนายก็ดังล้อมรอบเรือนพักตระกูลหลี่เอาไว้ ธงรบของกองทัพชายแดนตระกูลฉีถูกปักลงบนพื้นดินหน้าเรือน พร้อมกับการปรากฏตัวขององครักษ์เงาผู้หนึ่งที่พุ่งเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าฉีอ๋อง พร้อมกับยื่นม้วนกระดาษประทับตราหยกเลือดมังกรถวายให้ด้วยมือทั้งสองข้าง "ทูลท่านอ๋อง... กองกำลังพิทักษ์เมืองหลวงถูกควบคุมตัวไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ และนี่คือ... พระราชโองการสละราชสมบัติฉบับจริงที่ฮั่นจี๋ซ่อนไว้!" หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะเพลิดเพลินและตื่นเต้นไปกับเกมการเมืองในเรือนหลังนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — ดอกโบตั๋นพันปี
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%