กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางในความเงียบสงัดยามวิกาล ดึกดื่นป่านนี้เรือนปีกตะวันตกซึ่งเป็นเขตหวงห้ามของจวนสกุลหลี่ควรมีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม แต่นี่กลับมีเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดั่งปุยฝ้ายเหยียบย่างบนพื้นไม้กระดานผุพัง
หลี่เหมยฟางมิได้หลับใหล ตั้งแต่เทียนไขเล่มใหญ่ตรงมุมห้องเริ่มหยาดน้ำตาลงมาเป็นทาง นางนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งตัวเก่า ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวนวลทิ้งน้ำหนักลงบนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างมั่นคง บนตักของนางวางตำราพิชัยสงครามฉบับคัดลอกด้วยลายมือของบิดาไว้เล่มหนึ่ง นิ้วเรียวสวยราวลำหยกแตะอยู่ที่หน้ากระดาษแผ่นนั้น ราวกับกำลังรอคอยการมาเยือนของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญตามที่คาดการณ์ไว้แต่แรก
*แกร็ก...*
เสียงหน้าต่างไม้ถูกงัดเปิดออกอย่างระมัดระวัง สายลมเย็นยะเยือกยามค่ำคืนพัดพาเอาไอฝนและกลิ่นอายอันตรายเข้ามาในห้องทันที เงามืดร่างหนึ่งทะยานเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียงราวกับภูตผี ก่อนจะหยุดนิ่งสนิทอยู่เบื้องหลังเงาสลัวของฉากกั้นลายปักนกกระเรียน
เหมยฟางไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง นางเพียงปรายหางตาไปยังเงาสะท้อนในกระจกทองเหลืองที่ขึ้นสนิมหมองมัว
"ย่องเบาเข้าเรือนสตรีในยามวิقาลเช่นนี้ หากไม่ใช่โจรราคะ ก็คงเป็นสายลับที่ไร้ฝีมือสิ้นดี" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และกังวานใสราวกระดิ่งเงินกระทบสายลม "ท่านอ๋อง... ฝ่าบาททรงเนท่านไปชายแดนเหนือมิใช่หรือไยจึงลอบกลับมาเหยียบเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยหבעเสือเข้จระเข้เช่นนี้เล่า"
ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจใหญ่ เงาร่างในความมืดชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่ชายหนุ่มผู้สวมชุดดำสนิทกลมกลืนกับรัตติกาลจะก้าวพ้นจากเงาฉากกั้นออกมา
เฟยหลง... ฉีอ๋องผู้เลื่องลือในความโหดเหี้ยมและเด็ดขาดในสนามรบ ใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหินผา ดวงเนตรคมกริบลึกล้ำราวมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากที่เม้มเป็นเส้นตรงบ่งบอกถึงความดุดัน แต่ในยามนี้ บนลาดไหล่กว้างของเขามีรอยฉีกขาดของผ้าเนื้อดี และหยาดโลหิตสีเข้มที่ซึมออกมาอาบย้อมอาภรณ์สีดำจนชื้นแฉะ
เขามิได้ตกใจที่ถูกจับได้ ตรงกันข้าม มุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นทั้งอันตรายและพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย
"สมคำร่ำลือว่าบุตรสาวตระกูลหลี่ผู้ตกอับ มิได้มีดีเพียงแค่ใบงดงามล่มเมือง" เสียงทุ้มต่ำพAย์แหบพร่าเล็กน้อยเนื่องจากการสูญเสียเลือด "เจ้าล่วงรู้ตัวตนของเปิ่นหวางตั้งแต่เมื่อใดกัน"
"ตั้งแต่กลิ่นอายเลือดปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กโชยมาแตะจมูกข้าที่หน้าประตูเรือนแล้วเพคะ" เหมยฟางค่อยๆ วางตำราในมือลง นางลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม หันกลับมาเผชิญหน้ากับบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในแผ่นดินโดยไม่หลบสายตา "ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่บาดเจ็บปางตาย ไยไม่ไปหาหมอหลวงหรือคนสนิท เหตุใดจึงต้องเสี่ยงตายปีนกำแพงเข้าจวนรกร้างของขุนนางตกอับอย่างพวกเรา"
เฟยหลงก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นอายกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนบรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง เขาจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยความประหลาดใจระคนชื่นชม สตรีทั่วไปยามพบเจอโจรหรือผู้บุกรุกยามวิกาลย่อมกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว แต่นางกลับยืนสงบนิ่งราวกับกำลังเจรจาการค้าในห้องรับแขก
"เพราะเปิ่นหวางรู้ว่า... ในเมืองหลวงนี้ มีเพียงสตรีแซ่หลี่ผู้เดียวที่จะซ่อนตัวเปิ่นหวางจากสายตาของฮ่องเต้ได้มิดชิดที่สุด" เฟยหลงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนเหมยฟางได้กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง "และเจ้า... ก็กำลังรอเปิ่นหวางอยู่ มิฉะนั้น น้ำชาบนโต๊ะนั้นคงไม่รินไว้สองจอกหรอกกระมัง"
เหมยฟางชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตหรี่ลงพิจารณาถ้วยชาบนโต๊ะที่ไอร้อนยังคงลอยกรุ่นอยู่จริง ๆ นางแค่นยิ้มหยันในลำคอ
"ท่านอ๋องทรงประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว ข้าเป็นเพียงสตรีที่รอวันถูกส่งไปเป็นเบี้ยทางการเมืองเพื่อต่อลมหายใจให้ตระกูล หาได้มีใจฝักใฝ่เรื่องกบฏหรือการชิงอำนาจไม่ เชิญท่านอ๋องเสด็จกลับทางเดิมเถอะเพคะ ข้าจะทำเป็นว่าคืนนี้ไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น"
"สายไปเสียแล้ว..." เฟยหลงเอ่ยเสียงพร่า ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด ร่างสูงเซถลาไปด้านหลังเล็กน้อยก่อนจะใช้มือยันขอบโต๊ะไว้เพื่อพยุงตัว พิษร้ายจากลูกศิษย์ที่อาบยาในศึกชายแดนกำเริบขึ้นมาในยามที่เขาต้องใช้พลังลมปราณสะกดกลั้นมันเอาไว้
เหมยฟางเห็นอาการนั้น สีหน้าที่เคยเยือกเย็นพลันแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด แม้นางจะปากแข็งเพียงใด แต่จิตใจหาได้โหดเหี้ยมอำมหิตไม่ ยิ่งไปกว่านั้น หมากกระดานนี้... นางยังไม่อนุญาตให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายในจวนของตนเองเป็นอันขาด!
"รั้นนัก!" นางสบถเบา ๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปประคองร่างหนาหนักของฉีอ๋องไว้อย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้กลิ่นเลือดคละคลุ้งยิ่งขึ้น ไออุ่นจากร่างกายของบุรุษแนบชิดกับแผ่นอกของนางจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นกระหน่ำดุดัน
เฟยหลงซบใบหน้าลงบนลาดไหล่บางของนาง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหง "ช่วยเปิ่นหวาง... แล้วเจ้าจะได้ทุกสิ่งที่ตระกูลหลี่ปรารถนา"
เหมยฟางขบกรามแน่น นางตวัดสายตาคมกริบมองไปที่หน้าต่างที่เปิดอ้าซ่า พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าขององครักษ์เสื้อแพรที่กำลังลาดตระเวนใกล้เข้ามาทุกขณะ... พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาทางเรือนปีกตะวันตกนี้แล้ว!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินหมากอันดุเดือดนี้ไปพร้อมกับกลิ่นอายความลุ่มลึกนี้นะคะ
หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์•ตอนที่ 2
คนแปลกหน้าในเงามืด
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!