หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์•ตอนที่ 1

มรสุมที่จวนตระกูลหลี่

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ที่ลอยวนอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ของจวนสกุลหลี่อบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ความเงียบงันที่กดทับลงมานั้นหนาแน่นราวกับมวลน้ำนับหมื่นชั่งที่พร้อมจะทะลักเข้าทลายคันกั้นน้ำได้ทุกเมื่อ หลี่เหมยฟางนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดงสลักลายหงส์คู่ ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวปักลายดอกโบตั๋นสีเงินดูสง่างามทว่าเยียบเย็น ปิ่นมุกสลักลายวิจิตรบนเรือนผมดำขลับไหวระริกตามจังหวะการหายใจที่ถูกควบคุมไว้จนสมบูรณ์แบบ ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองแผ่นกระดาษสีชาในมือ—ราชโองการสมรสพระราชทานที่หมึกบนตัวอักษรยังคงใหม่เอี่ยมและส่งกลิ่นอายความอัปยศคละคลุ้ง "เจ้าจะนั่งนิ่งเป็นรูปสลักไปถึงไหนกัน เหมยฟาง!" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเกรี้ยวกราดดังขึ้นทำลายความเงียบ ผู้อาวุโสหลี่ผู้เป็นบิดาตบโต๊ะข้างกายเสียงดังสนั่น ใบหน้ายับย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวระคนกัน "นี่คือพระราชเมตตาจากฝ่าบาท! ใต้เท้ากงแม้จะมีอายุคราวปู่ของเจ้า แต่วาสนาที่ได้ก้าวขึ้นเป็นฮูหยินเอกขั้นหนึ่ง... สกุลหลี่ของเราตกอับมานานเท่าไหร่แล้ว เจ้าก็รู้! นี่คือโอกาสเดียวที่จะค้ำจุนวงศ์ตระกูลเราไว้!" คำว่า 'วาสนา' ช่างน่าขันสิ้นดีในความรู้สึกของนาง เหมยฟางค่อยๆ เงยหน้าขึ้น มุมปากหยักยิ้มบางเบาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้บิดาถึงกับชะงักและเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "วาสนาหรือเจ้าคะ... หรือเป็นเพราะท่านพ่อเอาอนาคตของบุตรสาวไปแลกกับตั๋วสัญญาเงินและอำนาจในราชสำนักที่ท่านโหยหามาตลอดกันแน่" น้ำเสียงหวานใสกังวานราวกับเสียงหยกกระทบกัน ทว่าราบเรียบและเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ "สามหامة!" บิดาตบโต๊ะอีกครั้งด้วยความบันดาลโทสะ ใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ "เจ้ากล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับบิดา! ต่อให้เจ้าจะอ่านตำราพิชัยสงครามจนขึ้นใจ หรือฉลาดเป็นกรดในการค้าขายสักแค่ไหน ในสายตาของราชสำนัก เจ้าก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง... หมากที่ต้องยอมให้ข้าเดินไปป์ตามใจชอบ!" "ท่านพ่อพูดถูก..." เหมยฟางลุกขึ้นยืนช้าๆ ทรวดทรงอรชรภายใต้อาภรณ์ตัวยาวเคลื่อนไหวอย่างสง่างาม นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะน้ำชาที่วางราชโองการนั้น แววตาคู่คมกวาดมองตัวอักษรสีดำที่เขียนอนาคตของนางไว้อย่างน่าสมเพช "ข้าคือหมาก... แต่ท่านพ่อแน่ใจหรือว่า กระดานนี้ท่านเป็นผู้ถือหมาก หรือเป็นเพียงหมากที่กำลังจะถูกเขี่ยทิ้งเมื่อหมดประโยชน์กันแน่?" บรรยากาศในห้องโถงพลันทึบตันขึ้นมาทันที บ่าวไพร่ที่คุกเข่าอยู่ด้านนอกต่างก้มหน้าจนชิดพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ใต้เท้ากง... ขุนนางเฒ่าผู้มากด้วยตัณหาและอำนาจในมือ เป็นสุนัขรับใช้คนสนิทของเสนาบดีฝ่ายซ้าย ผู้ซึ่งกำลังเรืองอำนาจและเป็นศัตรูตัวฉกาจของฉีอ๋องผู้กุมกำลังทหารชายแดน การที่นางถูกบังคับให้แต่งงานกับตาแก่ตัณหาจัดผู้นี้ ไม่ใช่แค่เรื่องการแต่งIออกเพื่อผลประโยชน์ในครอบครัว แต่มันคือ "การส่งบรรณาการ" เพื่อแสดงความสวามิภักดิ์ และตัดตอนสายสัมพันธ์ที่อาจหลงเหลืออยู่ระหว่างตระกูลหลี่กับขั้วอำนาจฝั่งทหาร หมากตานี้ช่างสกปรกและเลือดเย็นยิ่งนัก "ไม่ว่าเจ้าจะเต็มใจหรือไม่ งานแต่งงานจะมีขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า" บิดาสะบัดแขนเสื้อด้วยความโมโห สายตาที่มองบุตรสาวเต็มไปด้วยความเหินห่างและรังเกียจ "เตรียมตัวเก็บข้าวของให้เรียบร้อย เจ้าสำนักกงจะส่งเกี้ยวแปดคนหามมารับด้วยตัวเอง!" พูดจบ บิดาก็สะบัดหน้าเดินหนีหายเข้าไปในห้องโถงชั้นใน ทิ้งให้นางยืนอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บของห้องโถงกว้าง เหมยฟางไม่แม้แต่จะชายตามองแผ่นราชโองการนั้นอีก นางเพียงแค่ยกมือขึ้นจัดปิ่นมุกบนศีรษะให้เข้าที่ ดวงตาคู่คามทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ซึ่งท้องฟ้ายามสนธยากำลังถูกย้อมด้วยสีเลือดของยามอัสดง ความอดกลั้นที่สะสมมานานนับปีใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว ในเมื่อตระกูลหลี่ไม่เคยเห็นนางเป็นมนุษย์ ไยนางต้องรักษาเกียรติยศจอมปลอมของสกุลนี้ไว้ด้วยเล่า? ทว่า... ก่อนที่นางจะได้ก้าวขาเดินกลับเรือนพัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรีบร้อนของบ่าวรับผิดชอบงานนอกเรือนก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าแทบเท้าด้วยความหวาดกลัว "คุณหนู! คุณหนูใหญ่แย่แล้วขอรับ!" บ่าวผู้นั้นละล่ำละลักละลานจนแทบฟังไม่ได้ความ เหมยฟางขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "มีเรื่องอันใดให้ต้องตกใจถึงเพียงนี้ ลุกขึ้นแล้วพูดให้ชัดเจน" "หน้า... หน้าประตูจวนขอรับ!" บ่าวผู้นั้นตัวสั่นเทาน้ำตานองหน้า "มีเกี้ยวสีดำสนิทประดับตราพยัคฆ์ทองคำเคลื่อนมาจอดขวางหน้าประตูใหญ่... และคนที่ลงมาจากเกี้ยว... คนผู้นั้น..." หัวใจของเหมยฟางกระตุกวูบ สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นในอก "ผู้ใด?" "ฉีอ๋อง... ฉีอ๋องเสด็จมาถึงหน้าจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พระองค์ตรัสว่าจะมารับ 'พระชายา' ของพระองค์ด้วยพระองค์เอง!" ยังไม่ทันที่ความตกใจจะจางหายไปจากความเงียบงัน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็กระหน่ำก้าวเข้ามาล้อมรอบจวนตระกูลหลี่ราวกับสายฟ้าแลบ ประตูใหญ่ที่ปิดสนิทถูกถีบพังทลายลงมาด้วยพละกำลังมหาศาล ท่ามกลางฝุ่นควันและกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมากับสายลมราตรี ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำสนิทคลุมทับด้วยเสื้อคลุมกันหนาวสีชาดก้าวเข้ามาอย่างองอาจ ทว่าแววตาคู่นั้นกลับเยียบเย็นและดุดันดั่งพญาอินทรีที่มองเหยื่อ ฉีอ๋อง... เฟยหลง ผู้ที่ควรจะอยู่ห่างจากเมืองหลวงนับพันลี้ เหตุใดจึงมายืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ในยามวิกาลเช่นนี้ได้! สายตาคมกริบดั่งคมดาบของท่านอ๋องกวาดผ่านร่างของบ่าวไพร่ที่หมอบราบ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างระหงของหลี่เหมยฟางที่ยืนเด่นอยู่กลางห้องโถง ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเหี้ยมเกรียม ทว่าแฝงความหมายล้ำลึกที่ทำเอาคนมองขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ดูท่าทาง... เปิ่นหวางจะมาทันเวลาสินะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในพริบตา กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นอายสงครามโชยเข้าแตะจมูก ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมารวบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ โดยที่นางยังไม่ทันได้ตั้งตัว และเสียงกระซิบที่ชวนให้หัวใจหยุดเต้นก็ดังชิดริมใบหู "เจ้าอยากแต่งให้ตาแก่ตัณหาจัดผู้นั้น... หรือจะเลือกขึ้นเกี้ยวของเปิ่นหวาง ไปเป็นชายาบนกองเลือดแทนดีล่ะ, พระชายาของข้า?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับกลิ่นอายความดุเดือดและลุ่มลึกนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจจักรพรรดิไร้บัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%